การเมือง

โฆษกทอ. ยัน ทัพฟ้าไม่ช้า ส่ง F16 บินคุมชายแดนไทย-เมียนมา แจงบินขึ้นใน 5 นาที

โดย onjira_n

1 ก.ค. 2565

621 views

พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงภายหลังที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำ F 16 ของกองทัพอากาศ ขึ้นบินขู่บริเวณชายแดนไทยเมียนมาว่ามีความล่าช้า โดยยืนยันว่า ผู้ปฏิบัติของกองทัพอากาศ เราปฏิบัติตามขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ ที่มีอยู่ อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น และได้รับการแจ้งเตือนจากระบบเรดาร์ภาคพื้น มายังที่ศูนย์ยุทธการทางอากาศ นักบินก็พร้อมวิ่งขึ้นภายใน 5 นาที ระยะทาง 100 กว่าไมล์ ประมาณ 10 กว่านาทีก็จะถึงเป้าหมาย แต่การไปด้วยเครื่องรบทางอากาศ นักบินก็ต้องระมัดระวัง แต่เครื่องที่เข้ามาเมื่อวาน เขาเข้ามาแป๊ปเดียว แล้วก็ออกไป ในลักษณะการใช้อาวุธ และโอเวอร์ชูต เข้ามาในพื้นที่ ที่เป็นภูมิประเทศ ที่เป็นภูเขา ต้นไม่ ซึ่งเขาไม่เห็นหรอก ก็เห็นใจ นักบินที่อยู่ข้างบิน



"แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขามาบินอยู่แนวชายแดน ในพื้นที่ของเขา ไม่ได้มีกระทบ ไม่ได้มีแนวโน้ม เป็นภัยคุกคามกับเรา ซึ่งก็ต้องเฝ้าดู โดยเหตุที่เกิดขึ้นคาดว่า เป็นลักษณะของการใช้อาวุธ และยกตัวขึ้น และก็บินโอเวอร์ซูตมาในบ้านเรา ซึ่งภูมิประเทศเป็นป่า เป็นเขา ดูไม่รู้หรอกว่าตรงไหน เป็นชายแดน " โฆษกกองทัพอากาศ กล่าว



ส่วนจากการประเมิน ทราบวัตถุประสงค์ หรือทราบฝ่าย หรือยังนั้น โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า ประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้านความสุมพันธ์ ดีมาก เราพูดคุยกันทุกระดับอยู่แล้ว ซึ่งเจตนา จริงๆ เขาไม่ได้ต้องการมารุกบ้านเรา ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมช้า โฆษกกองทัพอากาศ ย้ำว่า ถ้าเครื่องบินนั้นมีทิศทางความเร็วสูง เป็นเครื่องไฟต์เตอร์ ไม่มีแผนการบิน รับรองได้ว่า เราสกัดกั้นที่ชายแดน ทันที แต่ตรงนี้ ไม่ใช่ คนละสถานการณ์กัน ต้องแยกแยะ ไม่ใช่วิเคราะห์รวมกันไปหมด ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆขอให้ดูข้อเท็จจริงด้วย แลดูผู้ปฏิบัติที่เขามีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ ที่เขาดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะนักบิน และผู้ที่ควบคุมทางอากาศ



พร้อมยืนยันว่า ผู้บัญชาการทหารอากาศไม่ได้นิ่งนอนใจ และสั่งการชัดเจนว่าการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และได้แจ้งเตือนไปยังผู้นำของกองทัพอากาศเมียนมา ผ่านผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ว่า ต้องไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ เราพร้อมปกป้องประเทศชาติ เต็มที่


ด้าน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีอากาศยานไม่ทราบฝ่าย โจมตีกองกำลังชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน และบินล้ำแดนเข้ามาในพื้นที่อ.พบพระ จ.ตาก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า หน่วยงานผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ได้ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่และขั้นตอนที่ถูกกำหนดไว้ ทั้งนี้ การสู้รบอยู่ในประเทศเมียนมาบริเวณชายแดน ซึ่งสภาพภูมิประเทศตรงนั้นมีลักษณะเป็นพื้นที่จะงอยแคบๆ ยื่นเข้าไปในฝั่งเมียนมา ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมามีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกองทัพและกระทรวงกลาโหมเฝ้าติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ กองทัพอากาศได้ชี้แจงรายละเอียดชัดเจนหลายรอบแล้วเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เราต้องกำชับเพิ่มเติมคือมาตรการที่ให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างไทยกับเมียนมา แต่เป็นเรื่องภายในประเทศเมียนมาแล้วส่งผลกระทบกับไทย เราจึงต้องประท้วงไปตามขั้นตอนของหน่วยงานทุกระดับชั้น ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว




เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้หนีภัยสงครามทะลักเข้ามาในไทยอีก ฝ่ายไทยมีแผนการรับมืออย่างไร พล.อ. สุพจน์ กล่าวว่า เรามีการเตรียมรับมืออยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวในสัปดาห์นี้ แต่เกิดขึ้นมาแล้ว 4-5 ครั้งในรอบปี ซึ่งเราได้ดำเนินการไปตามมาตรการ และทุกหน่วยได้ปรับการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น



ผู้สื่อข่าวถามถึงการประสานงานกับเมียนมาเพื่อไม่ให้ลุกล้ำเข้ามาในไทยอีก เลขาธิการสมช. กล่าวว่า มีการประสานทุกระดับ และตนเข้าใจว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วย ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆในระดับพื้นที่ ระดับกองทัพภาค ระหว่างกองทัพอากาศด้วยกัน และระหว่างทูตกับทูต ทั้งทูตทหารและทูตปกติ ได้มีการพูดคุยกันชัดเจน




คุณอาจสนใจ