การเมือง

นายกฯ ส่ายหน้าเมินตอบ "ธรรมนัส" ประกาศล้มรัฐบาลในเวทีซักฟอก-"สุชาติ" โต้แทน ถามเป็นฝ่ายค้านหรือครึ่งๆ

โดย kanyapak_w

30 มิ.ย. 2565

95 views

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 34 (Thailand Safe@Work 2022) และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี




นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าว่าทุกความสำเร็จเกิดความความร่วมมือ เราต้องการความสำเร็จบนความปลอดภัย ไร้ความเสี่ยง แม้อัตราอุบัติเหตุในการทำงานลดลงแต่ยังไม่เป็นที่พอใจ ถือว่ายังอยู่ในระดับที่สูง โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานกับเครื่องจักร ซึ่งสิ่งที่ให้นโยบายกระทรวงแรงงานคือพัฒนาการทำงานกับเครื่องจักร เพราะวันข้างหน้าโลกเปลี่ยนเราต้องปรับตาม พร้อมระบุว่าเป็นห่วงลูกจ้าง แรงงานทุกคน สิ่งสำคัญคือต้องมีสติ ไม่ประมาท ไม่ละเมิดกฎนิรถัย



ทั้งนี้รัฐบาลมีโรดแมปเรื่องแรงงาน ได้แก้ไขไปแล้วหลายมิติ ทั้งการค้ามนุษย์ การบริหารจัดการแรงงานเพื่อนบ้าน และการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ พร้อมขอให้ใช้แรงงานตามกฎหมายจะได้ไม่เกิดปัญหา และต้องให้ความเป็นธรรมสิทธิประโยชน์กับแรงงานให้ครบถ้วน



นายกรัฐมนตรียังย้ำว่าแรงงานคือฟันเฟืองสำคัญในภาคการผลิต นอกจากยกระดับความรู้ ฝีมือ ต้องเน้นความปลอดภัยด้วย วันนี้ไทยต้องสร้างวัฒนธรรมในการป้องกัน ให้เกิดขึ้นในทุกกิจกรรม อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ แม้เลี่ยงยากแต่ป้องกันได้ ป้องกันด้วยตัวเองดีที่สุด ไม่มีใครปรารถนาความสูญเสีย เสียขวัญ เสียครอบครัว สุดท้ายคือจะกระทบสังคม



นอกจากนี้ยังกล่าวถึงค่านิยม 3 ประการ คือ มีสติ รู้ตัว มีวินัยถูกต้องและเอื้ออาทร ใส่ใจ เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการ และต้องสร้างค่านิยมที่ดีในคนไทย ทั้งรักชาติ รักคนอื่นและรักธรรมชาติ เพราะเราสร้างค่านิยมกันมายาวนาน นั่นคือความแตกต่างของประเทศไทย นั่นคือโอกาส รวมถึง Soft power ของไทย ซึ่งตนตระหนักว่า การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยจะเกิดขึ้นในสังคมไทยได้ โดยต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนเสมอและพร้อมกลับความร่วมมือของจากภาครัฐและภาคเอกชนทุกแห่งในการทำงานที่เน้นสวัสดิภาพและความปลอดภัย



ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีฝากถึงผู้ประกอบการว่าต้องมีแผนเผชิญเหตุ มีการซักซ้อมเป็นระยะ สิ่งสำคัญคือทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ ตนอยากให้ผู้ใช้แรงงานกว่า 37 ล้านคนมีความสุข ในการทำงานเพราะทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศ เป็นคนสำคัญของครอบครัว พร้อมย้ำแนวคิดมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน


ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าบนเวทีในวันนี้ นายกรัฐมนตรีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีการปล่อยมุก หรือประเด็นการเมืองเหมือนทุกครั้ง ในการกล่าวปาฐกถา ที่เมื่อวานนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการเปิดงาน FTI Expo 2022 ที่จังหวัดเชียงใหม่



อย่างไรก็ตามหลังเปิดงานเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ประกาศว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะล้มรัฐบาล ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบ แต่ส่ายหน้าก่อนเดินทางกลับทันที



ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จริงๆ ทางการเมืองให้ไปถามคนที่พูด เพราะทางเราเป็นฝ่ายโดนกล่าวหา ดังนั้นต้องล้างข้อกล่าวหา ซึ่งมั่นใจว่ารัฐมนตรีทั้ง 10 คนและนายกรัฐมนตรี พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว และมองเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย พร้อมอยากให้ประชาชนทั้งประเทศได้ฟังนายกฯ และรัฐมนตรี ตอบคำถามว่าเคลียร์หรือไม่เคลียร์ ซึ่งการเป็นผู้แทนต้องชี้แจงและตอบให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ทำมา



"ไม่ได้สนใจในส่วนที่เขาจะพูด ฝ่ายค้านก็ต้องพูดแบบนั้นแต่ เขาเป็นฝ่ายค้านหรือเปล่า ยังไม่รู้ตรงนี้ เขาอาจจะครึ่งๆ เราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร"



ส่วนหลังจากนี้จะมีการประสานพูดคุยกับพรรคเล็กอื่นๆ เพื่อไม่ให้คล้อยตามพรรคเศรษฐกิจไทยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนฟังพรรคเล็ก ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนเป็นหัวหน้าพรรค มีจุดยืนและมีสมาชิก อีกทั้งหัวหน้าพรรคเล็กทุกคนได้พูดอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐบาลไม่มีเรื่องทุจริต แล้วมีเหตุผลอะไรที่พรรคเล็กจะไม่สนับสนุน ส่วนพรรคอื่นที่ออกมาพูดก็ไปถามดูถึงตรรกะ ที่เขาคิดอะไรก็แล้วแต่เขา แต่ตนไม่อยากพูดถึงในเรื่องตรงนี้



เมื่อถามย้ำว่า ยังมั่นใจว่าพรรคเล็กไม่คล้อยตามพรรคเศรษฐกิจไทยใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า "พรรคเล็กทุกพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ลุงป้อมที่เป็นหัวหน้าพรรคจัดตั้งรัฐบาล เป็นผู้ที่สมานความสัมพันธ์ของพรรคเล็กทั้งหมดอยู่แล้ว ขอถามสื่อมวลชนว่าบารมีลุงป้อมวันนี้ในประเทศไทยมีพรรคไหนเท่าท่าน"



ส่วนเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วพลเอกประวิตรจะสามารถพูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัสได้ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ให้ดูวันที่โหวตงบประมาณ ลุงป้อมนั่งจนโหวตจบ มีคะแนนออกมา 278 คะแนน ขณะที่ฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยเพียง 194 คะแนน สิ่งที่ทุกคนได้เห็นวันนั้นหมดแล้ว และย้ำว่าในเรื่องการชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกคนตอบได้อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายค้านเองเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญที่มีสิทธิ์ยื่นในการอภิปรายเป็นครั้งสุดท้าย ก็ต้องทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน และเรื่องสถาบันการเมือง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดูดีที่ยื่นตามสิทธิ ขณะที่รัฐบาลก็ต้องตอบ แต่นอกเหนือจากพรรคอื่น ที่ออกมาพูดก็ต้องไปถามพรรคนั้น ส่วนได้วิเคราะห์หรือไม่ เหตุใด ร.อ.ธรรมนัส จึงออกมาพูดในช่วงนี้นั้น ตนเองไม่สามารถ ตัดสินใจแทนได้



เมื่อถามย้ำว่า สุดท้ายมั่นใจว่าพล.อ.ประวิตร เคลียร์เองใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่เชิงว่าเคลียร์เอง แต่พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ก็รู้อยู่แล้วพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่วันแรก ที่เรามีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านแค่ 1-2 เสียง แต่วันนี้นายกฯได้ทำงานให้ประชาชน จนพรรคบางพรรคกลับมาทำงานให้รัฐบาล หลายพรรคที่มีความคิดตรงข้ามนายกฯ ก็กลับมาช่วยกันหมดให้ประเทศเดินต่อไปได้ เราทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ได้ทำการเมืองเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือทำการเมืองเพื่อความสะใจ ถ้าใครทำการเมืองเพื่อความสะใจไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองบทลงโทษก็จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไปเท่านั้นเอง



ส่วนการลงคะแนนในศึกอภิปรายมีผลต่อการปรับ ครม.หรือไม่ เป็นอำนาจนายกฯ ตนไม่อาจคิดก้าวล่วง แต่เชื่อว่าพรรคร่วมทุกพรรคยังมีความเป็นหนึ่ง มีความรักสามัคคีและมุ่งมั่น ในแนวทางเดียวกันหมด เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองดังนั้นไม่มีเรื่องการต่อรองอะไรทั้งสิ้นเพราะทุกคนดูหน้าที่ตัวเองอยู่



เมื่อถามว่า แสดงว่า 18 เสียงของพรรคเศรษฐกิจไทย ถ้าหายไปรัฐบาลก็ยังอยู่ได้ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า "ผมไม่กล้าพูดแบบนี้ว่าเขาจะอยู่หรือเขาจะหายไปเพราะถ้าผมพูดว่าเขาหายไปก็จะหาว่าผมพูดว่าผลักเขาจากการที่สนับสนุนรัฐบาล แต่ถ้าเขาไม่อยู่เองก็ไปถามเขาเอง ว่ามีเหตุผลอะไรในส่วนของเขาซึ่งผมไม่ได้มองตรงนั้นผมมองว่า การโหวตคะแนนเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของเอกสิทธิ์ ส.ส. เป็นเรื่องส่วนตัวไม่สามารถบังคับใครได้ แต่ถ้าเราชี้แจงประชาชนบนเวทีสภาได้ประชาชนก็จะตัดสินเองว่าใครเล่นการเมืองอย่างไร ใครตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง หรือใครตั้งใจทำเพื่อตัวเองก็แค่นั้นเอง



แท็กที่เกี่ยวข้อง  นายกรัฐมนตรี ,ธรรมนัส ,รัฐบาล

คุณอาจสนใจ

Related News