การเมือง

'ชลน่าน' ยันไม่ไว้วางใจ 'บิ๊กตู่' บริหารงบ 3 ล้านล้าน - 'นายกฯ' ไล่ฝ่ายค้านไปอ่านเอกสารงบ อย่ามุ่งโจมตีรัฐ

โดย thichaphat_d

1 มิ.ย. 2565

6 views

วานนี้ (31 พ.ค. 65) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปราย ย้ำจุดยืนว่าจะไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบฯ66 เนื่องจากไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้บริหารงบประมาณ เนื่องจากการบริหารประเทศที่ผ่านมาพบความล้มเหลวในการบริหาร ทำประชาชนจน ประเทศเจ๊ง และทิ้งมรดกหนี้ไว้ให้ประชาชน ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน และหนี้เสีย


ดังนั้น เมื่อรัฐบาลที่ล้มเหลวจะขอสภาฯ ให้อนุมัติงบประมาณ 3.185 ล้านล้านบาท และต้องกู้เพิ่มอีก 6.95 แสนล้านบาท ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าการบริหารงานไร้ความสามารถ ไร้ศักยภาพในการบริหารประเทศ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศในอนาคต รวมถึงจะทำให้ประประชาชนขาดความหวัง และประเทศเผชิญวิกฤต สำหรับการบริหารประเทศ ตลอด 8 ปีของผู้นำปัจจุบัน ทำให้ประเทศถึงจุดเสื่อมและทรุดที่สุด ทางออกคือต้องเปลี่ยนตัวผู้นำ


นายแพทย์ชลน่าน บอกด้วยว่าขณะนี้กระแสประชาธิปไตยฟีเวอร์ มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ประชาชนต่างไชโยโหร้อง เทคะแนนเกือบ 1.4 ล้านเสียง เมื่อเป็นคู่เทียบกับท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งตอกย้ำบุคลิกลักษณะ ภาวะผู้นำ การแสดงออก ยิ่งเห็นเด่นชัดขึ้น ยิ่ง 7-8 วันหลังเลือกตั้งห่างกันราวฟ้ากับดิน นายกรัฐมนตรีนอกจากจะขาดความรู้ความสามารถ ยังขาด “M” คือ Money หาเงินหารายได้ไม่เก่ง และ Empathy ที่หาได้ยากในนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ว่าฯ มองบวกทุกอย่าง แต่อีกด้านพร้อมบวกทุกอย่าง จึงจะไม่อนุญาตให้บริหารงบประมาณก้อนนี้


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯ2566 เป็นจัดสรรแบบเจอทางตัน และเป็นงบสิ้นหวังทุกหน้ากระดาษ นอกจากนั้นยังพบว่าเป็นงบส่อเอื้อประโยชน์ งบส่อโกง โดยดูจากงบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง กระทรวงคมนาคม ทางหลวง ทางหลวงชนบท รวมถึงเงินบูรณาการและโลจิสติกส์ แม้ว่าประเทศมีความจำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐาน แต่การจัดสรรงบเป็นงบประมาณถูกเรียกค่าไถ่ พรรคแกนนำรัฐบาลถูกพรรคร่วมรัฐบาลเรียกค่าไถ่ หากไม่จัดงบให้ ก็ไม่อยู่


ขอให้นายกฯ ตอบว่าจัดงบแบบนี้เพื่อให้อยู่ยาวใช่หรือไม่ ตนไม่ได้กล่าวหา แต่เป็นคำถามที่นายกฯต้องตอบ อย่าให้ถูกเรียกค่าไถ่จนประเทศออกจากวิกฤตไม่ได้ ขอให้นายกฯคิดถึงประชาชนมากกว่าพวกพ้อง ในการเลือกตั้ง ส่อว่าการจัดงบประมาณเพื่อหวังว่าจะใช้เงินเอื้อต่อการเลือกตั้ง


นี่​จึงเป็นอีกเหตุผลที่จะไม่รับร่างฉบับนี้ เพื่อที่จะได้มีการจัดทำฉบับใหม่ในรัฐบาลหน้า ซึ่งจะมีพรรคเพื่อไทยร่วมด้วยฃงเพื่อนำพาประเทศออกจากวิกฤติ ดังนั้นจึงไม่รับหลักการและไม่ต้องการให้แก้ไขในชั้นกรรมาธิการเพราะต้องการให้ตกไป และหากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ผ่านวาระรับหลักการ พลเอกประยุทธ์ จะเป็นคนที่คืนความสุขให้กับประชาชน หากไม่เชื่อก็ลองดู ประชาชนจะขอบคุณที่นายกฯ คืนความสุขให้หลังจากชอกช้ำมา 8 ปี จึงเรียกร้องให้ส.ส.ร่วมลงมติไม่รับหลักการด้วย
----------

พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงกรณี มีการอภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายลงทุนปี 2566 มีจำนวนน้อย และไม่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ โดยระบุว่า งบประมาณที่จัดตั้งมาทั้งหมดจำนวน 3.185 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายลงทุน จำนวน 695,077.4 ล้านบาท​ คิดเป็นร้อยละ 21.82 ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย แต่อย่าลืมว่าตนพูดไปหลายครั้งแล้วว่า ภาครัฐยังมีการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย​ เมื่อรวมกับรายจ่ายลงทุนที่มาจากงบประมาณ 695,077 ล้านบาท จะเห็นว่าในปี 2566 รัฐมีเม็ดเงินเพื่อใช้จ่ายในการลงทุนของประเทศประมาณ 794,006 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.9 ของบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยนายกรัฐมนตรี​ ยืนยันว่า ไม่ใช่เฉพาะเพียงงบที่รัฐบาลจัดมาเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือทั้งระหว่างรัฐและเอกชน ในหลายๆเรื่อง ทั้งระบบรถไฟฟ้าชานเมือง การสร้างทางรถไฟ​ ​เป็นต้น


ขณะที่รายได้เงินนอกงบประมาณ​ นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ โดยระบุว่า ขอให้กลับไปอ่านในเอกสารของสำนักงบประมาณของรัฐสภา ว่ามีรายได้เท่าไหร่​ ใช้ไปเท่าไร​ อย่างไร เงินนอกงบประมาณเขานำมาใช้แล้ว กรุณาอ่านข้างในอ่านเอกสารให้ครบด้วย ตนอ่านเมื่อสักครู่ก็เจอแล้ว มีรายได้สูงอยู่ 5 กลุ่ม รายได้ต่ำ​ 5​ กลุ่ม แต่เขาเอามาใช้อะไร​ คุณอ่านดูเสียบ้าง หากพูดปากเปล่า ก็ฟังดูดี


โดยนายกรัฐมนตรี​ ยอมรับว่า ตนก็อดไม่ได้ในหลายๆ เรื่องเกี่ยวพันกันอยู่ งบประมาณด้านการเกษตรส่วนใหญ่ เป็นงบประมาณในอดีต และไม่ใช่อนาคต​ นี่คือท่านส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งพูดมาตนจำได้ ซึ่งตนขอย้อนกลับไปว่า สิ่งที่ทำวันนี้เป็นการทำอนาคต จะเห็นหลายอย่างเพิ่มเติมไปให้ปรับปรุงภาคการเกษตร และเกษตรกรให้ นอกเหนือจากการประกันราคาสินค้าการเกษตร ทั้ง 6 ชนิด ซึ่งไม่ต้องการให้เขาขาดแคลนรายได้ ต้องลดต้นทุนการผลิต ต้องทำให้เขาแข็งแรงไปด้วยหากมองแต่ประกันอย่างเดียว แล้วจะต้องประกันเขาถึงเมื่อไร ซึ่งตนก็ยินดีหากช่วยเหลือเขาได้ตนก็ช่วย ที่ผ่านมาก็เป็นนโยบายรัฐบาลอยู่แล้วในการประกันราคา แต่ตนขอยกตัวอย่างอย่างหนึ่งว่า วันนี้ประกันราคา 6 พืชเกษตร ที่หนักที่สุดคือข้าว ว่าจะทำอย่างไรไม่ต้องประกันเพิ่มไปมากกว่านี้ ซึ่งต้องสร้างความเข้มแข็ง สร้างการแข่งขันในด้านราคาตลาดโลก วันนี้รัฐบาลทำอย่างนี้ การให้เงินเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราว เขาเดือดร้อนก็ต้องดูแลเขา แต่ภาระจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ รัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาต่อไปอีก หากพูดว่างบประมาณวันนี้เป็นงบประมาณในอดีตไม่ใช่อนาคต ตนขอย้ำว่าปี 2554 เป็นต้นมา โครงการจำนำขาดทุน​ 957,000 ล้านบาท​ และรัฐบาลนี้ก็ตั้งงบประมาณชำระหนี้ไปแล้ว​ 781,000 ล้านบาท คงเหลือชำระดอกเบี้ยและเงินต้นอีก 300,000 ล้านบาท เงินตรงนี้ถ้าอยู่คงเอามาทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ และของใครทำไว้ ตนไม่อยากจะพูดไม่อยากจะย้อนกลับ


ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวในช่วงหนึ่งอีกว่า โครงการต่างๆ ตนทำทุกวัน แต่ไม่พูดถึงเลย ท่านก็พูดซ้ำเดิมอยู่นั่นแหละ นำสิ่งใหม่ๆ ที่รัฐบาลทำประชาสัมพันธ์กันทุกวัน ท่านกลับไม่สนใจ พูดของท่านไปเรื่อยก็เรื่องของท่าน แต่ตนต้องการให้ประชาชนทราบว่า เราต้องให้เบ็ดตกปลาและให้ปลาไปด้วยให้เขาอยู่ได้อยู่รอด ปลอดภัยและเข้มแข็งยั่งยืนขึ้นไป เพราะต้องเติมอย่างอื่นเข้าไป คิดใหม่เสียบ้าง ท่านว่าผมคิดเก่าๆ​ คิดใหม่เสียบ้าง


ส่วนที่มีการกล่าวว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญนั้นนายกรัฐมนตรี​ชี้แจงว่า ไม่มีได้อย่างไร เนื่องจากข้อมูลทุกจังหวัด ตนก็ดูให้ทุกที่ ตรงไหนที่เร่งด่วนกว่าก็ต้องทำตรงไหนไม่เร่งด่วนก็ต้องรอก่อน ส่วนใหญ่ที่บอกไม่ได้โครงการนั้นยังไม่มีความเร่งด่วน แต่ตนก็ฟังเพราะเป็นสส ทุกคนอยากได้หมด แต่จะหาเงินทำให้เขาได้หรือไม่ ต้องจัดลำดับความเร่งด่วนปีนี้ไม่ได้ปีหน้าก็ได้ หรือปีต่อไปก็ได้


ส่วนงบกลางที่ตั้งมากๆ เอาไว้ ตนเอามาใช้ส่วนตัวหรือไม่ ตนเอาไปให้ใครได้หรือ คณะกรรมการกลั่นกรอง ครม.ก็มี ต้องมีแผนงานโครงการใช่หรือไม่ งบกลางตรงนี้นอกจากเรื่องฉุกเฉินแล้ว ยังเติมงบประมาณให้กับกลุ่มจังหวัดบูรณาการในการขาดเหลือ สำหรับโครงการสำคัญ


ขณะเดียวกันรัฐบาลให้ความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 397,000 ล้านบาทในการฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กระตุ้นในขณะที่เศรษฐกิจล้มไปแล้ว ไม่มีคนไปเที่ยวไม่มีคนไปใช้บริการแต่แค่ให้เขาอยู่รอดได้ การจะสร้างมูลค่าคือวันนี้กำลังให้เขาเข้มแข็งขึ้น กำลังจัดหาเม็ดเงินที่จะให้ไปปรับปรุงพัฒนา ที่พักที่ให้บริการ เพื่อรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ยืนยันว่าทำทุกวันแต่ไม่ได้ทำง่ายอย่างที่ส.ส.พูด พูดกะทำอันไหนยากกว่ากัน


โดยนายกรัฐมนตรี ขอให้ส.ส.ทำความเข้าใจว่าภาษีนั้นมาจากไหน มาจากใครบ้าง มาจากกลุ่มไหนบ้าง วันนี้มีทั้งผู้มีรายได้สูง มีรายได้ปานกลางและน้อย ภาษีเก็บต่างกันอยู่แล้ว แต่จะเอา ภาษีจากรายได้สูง รายได้ปานกลาง ข้าราชการที่เสียภาษีทุกคน เอามาใช้ดูแลผู้มีรายได้น้อย นี่คือการใช้ภาษี ย้อนถามภาษีมาจากไหนใช้อย่างไรใช้ไปที่ไหนมากน้อยเพียงใด ขอให้ไปดูในรายละเอียด ตนไม่ต้องการรีดภาษีอะไรจากใครทั้งนั้น แต่ก็จำเป็นเพราะเป็นรายได้หลักของรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็โจมตีกันเรื่องนี้มานานพอแล้ว ตนก็จำเป็นต้องพูด ใครไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีแล้วต้องเสียภาษีหรือไม่ ก็เสียแค่ภาษี Vat 7% ตนก็รับได้ ได้มาเท่าไหร่ ก็ต้องเฉลี่ยของไปเติม ท่านก็อยากจะบริหารลักษณะของใครของมัน มันทำได้หรือไม่ประเทศไทยของเราถ้าเจริญเท่าๆ กัน รายได้แต่ละท้องถิ่นเท่าๆกันอย่างนี้ก็บริหารเลย วันนี้รัฐบาลต้องนำงบกลางมาโปะให้ เอาให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมากหน่อย ตอนนี้ทำโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่รายได้ใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินหน้า หารายได้เข้าประเทศ ที่ผ่านมามีหรือไม่ มีอะไรใหม่ๆให้ตนดูหรือไม่ ถ้ามีก็บอกตนมา วันนี้ที่ตนบอกว่าตนทำอะไรไปแล้วบ้าง ตนก็บอกไปอยู่ทุกวัน สื่อสารไปทุกวัน ท่านก็ไม่เคยฟัง ตนไม่ไปเถียงกับท่านอยู่แล้ว แต่ก็พูดให้ฟังเพราะประชาชนฟังอยู่ทางบ้านหาว่ารัฐบาลไม่สนใจเขา ถ้าไม่สนใจ คงไม่ได้ดูแลแบบนี้หรอก ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมตัวเองบ้าง


เรื่องหนี้ต่างๆ เดี๋ยวรัฐมนตรีก็ชี้แจง​ ซึ่งชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ก็กลับมาเหมือนเดิมทุกอย่างทุกประการ บรรยากาศที่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะอภิปรายอะไรก็เหมือนเดิม เพราะว่าถูกฝังชิพไว้หมดแล้ว ตนก็ไม่อยากจะไปตอบรุนแรงอะไรกับท่านพยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะไม่ใช้อารมณ์ อดทนพอ หลายเรื่องที่พูดไม่ใช่ข้อเท็จจริง ข้าราชการ เขาทำงานดูแลเขาหรือไม่ ประชาชนก็ดูแล ประกันราคาข้าวก็ให้ ปีก่อนหน้านู้นประกันราคาข้าว 60,000 ล้าน ปีต่อมา 80,000 ล้าน เฉพาะข้าวอย่างเดียว ตนไม่ขัดข้องถ้าต้องจ่ายก็จ่าย แต่ต้องหาวิธีอื่นในการที่จะลดตรงนี้ลงให้เขามีรายได้จากเกษตรของเขาจริงๆ คือการพัฒนา Smart Farmer เพราะฉะนั้นหากไม่มองรายละเอียดเลย มองแต่ละภาพกว้างๆ คนก็สับสนไปหมด ทำให้เกิดการยากต่อการบริหารและจัดทำงานให้ทุกคนร่วมมือกัน ในเมื่อทุกคนเป็นส.ส ส.ส.คือตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่แต่ร้องทุกข์เอาเรื่องเดือดร้อนอย่างเดียว แต่ต้องเอาสิ่งที่รัฐบาลทำไปให้เขารู้ด้วย เข้าถึงการบริการของภาครัฐหากเข้าไม่ถึงก็อยู่กันอย่างนี้ ตนจำเป็นต้องพูดตอนนี้ อื่นๆ ตนรับได้หมด ตอนฟังทุกเรื่อง บางอันก็ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็ไม่โกรธท่าน ก่อนที่จะย้ำว่าขอให้ไปอ่านเล่มรายจ่ายงบประมาณ ไม่ใช่ไปอ่านแต่เล่มที่จะหาเรื่องผม เรื่องโจมตีรัฐบาลอย่างเดียว อ่านที่เป็นประโยชน์เสียบ้าง


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N1T2DC4qwlU

คุณอาจสนใจ

Related News