การเมือง

“สมคิด” ชำแหละปัญหา-แนะทางออกให้ประเทศ ในสถานการณ์ปัจจุบัน

โดย paranee_s

15 พ.ค. 2565

62 views

วันนี้ (15 พ.ค.2565) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หลักสูตรผู้นำ-การเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 12 ที่โรงแรม รามาการ์เด้นส์ วิภาวดี


โดยนายสมคิด ระบุว่า การสัมมนาวันนี้ (15 พ.ค.65) เป็นครั้งแรกที่กลับมาบรรยาย หลังจากไปเป็นอาจารย์มา 2 ปี ที่หายไปเพราะไม่อยากออกมาพูด เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบคนที่ทำงาน มองว่ามีนักปราชญ์ที่รู้จริงในสังคมไม่มาก ช่วงเวลาที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลง ทุกคนต้องตระหนัก และหาวิธีแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น ตอนนี้โลกของเรามีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อความไม่ประมาททุกคนจึงต้องเตรียมตัว


นายสมคิด ยังมองว่าการบริหารจัดการโควิดต้องดี ทั้งมาตรการเชิงรุกและการป้องกัน มองว่าประเทศที่สามารถจัดการได้ดีคือประเทศจีน เพราะจีนรู้ว่าจะมีผลกระทบเรื่องอื่น เช่น เรื่องการเมือง ตามมา หวังว่าประเทศไทยจะมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น


นอกจากนี้ยังมี ภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในยูเครน ที่อาจจะไม่สามารถยุติลงได้อย่างง่ายดาย เพราะแต่ละฝ่ายมีเป้าประสงค์ของตนเอง ไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะเกิดขึ้นเมื่อใด เนื่องจากเหตุการณ์ยูเครน เกี่ยวข้องกันในระดับภูมิรัฐศาสตร์ หากไม่สามารถจัดการได้ จะเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อ และพลังงานที่แพงขึ้นอย่างไม่มีกำหนด


นายสมคิด ย้ำว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก คือผลกระทบที่ตามมาทางสังคมและการเมือง โดยมองว่าคนยากจนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และหากรัฐเข้าไปดูแลไม่ทัน คนเหล่านี้จะถูกนำไปใช้หาผลประโยชน์ทางการเมือง เห็นได้ชัดจากหลายประเทศ ดังนั้นผู้ดูแลบ้านเมืองจะต้องคิดมากกว่า 1 ก้าวเสมอ


สิ่งที่ตนห่วงมากคือประเทศของเรา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ฉะนั้นการบริหารจัดการจึงต้องเข้มข้น เอาใจใส่ โดยเฉพาะคนกำกับดูแลแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้อง


นายสมคิด ยกตัวอย่างว่า ช่วงโควิด-19 รัฐบาลต้องดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่หากวันหน้ายังมองไม่เห็นทาง จะต้องดูว่า จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร พาประเทศไทยให้พ้นจากหลุมที่ดูดอยู่ ทำอย่างไรให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ โดยเฉพาะธุรกิจเล็ก ๆ การใช้กลไกของธนาคารชาติปกติมาใช้ในช่วงที่ไม่ปกติไม่สามารถทำ ต้องคิดนอกกรอบ เพื่อให้ประชาชนอยู่รอด ถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย ขณะเดียวกันช่วงโควิด-19 ก็มีการเบิกจ่ายเงินในคลังค่อนข้างมาก แต่จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้


สำหรับข้อคิดจากนายสมคิด มองว่าสถาบันหลักต้องช่วยกันทำงานอย่างเข้มแข็ง ลำดับความสำคัญงบประมาณก่อนหลัง มองว่าทุกสถาบันมีคนเก่งและมีความสามารถ ต้องกล้าคิด กล้าเสนอ หากเข้มแข็ง แม้แต่มือที่มองไม่เห็นก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะฉะนั้นต้องร่วมกัน จัดลำดับให้ดีที่สุด ย้ำว่าสิ่งที่ทุกคนต้องเจอคือ ภาวะข้าวยากหมากแพง การจ้างงานลดลง ยืนยันว่าไม่ได้โทษรัฐบาล อาจจะมาจากปัจจัยภายนอก ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันจัดการ ยืนยันว่าทุกอย่างมีทางออก ต้องมีการพูดจาทำความเข้าใจว่า บ้านเมืองต้องมาก่อน


นายสมคิด ระบุว่าไม่อยากพูดว่าเป็นวิกฤติ เพราะขวัญจะเสีย แต่ให้ใช้คำว่า ภาวะไม่ปกติ ที่ต้องดูแลอย่างเข้มข้น เราจะต้องปรับโหมดการขับเคลื่อนและพัฒนา ต้องขจัดอุปสรรคและเปลี่ยนแปลงปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งแรกที่ทำให้ประเทศเข้มแข็งได้ต้องกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ อยากให้งบประมาณไปกระจุกอยู่ที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง


และ นายสมคิด ยังพูดถึงการแก้ปัญหา หารายได้เข้าประเทศ ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาจากภายนอก เพราะเราไม่สามารถรอนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ จึงต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในไปสู่ภายนอก สร้างจุดเด่นให้เมืองรอง


นายสมคิด เชื่อว่า ประเทศไทยมีความสามารถด้านการแข่งขันระดับโลกได้ แต่ต้องดูว่าเรามีจุดเเข็งเรื่องอะไร เช่น ตอนนี้เทรนด์รถไฟฟ้ากำลังมา ต้องดูว่าเราเตรียมอะไรไว้บ้าง แล้วเมืองไทยเป็นศูนย์กลางได้หรือไม่


สำหรับการเมืองของไทย นายสมคิด ระบุว่าต้องดันให้เข้าสู่การเมืองโลกให้ได้ เช่น ประเทศสิงคโปร์ มองว่า EEC สำคัญมากที่จะเป็นตัวเชื่อมให้ประเทศสามารถเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้


“เมื่อพูดถึงอาเซียน เสียงของเราดังที่สุด เป็นเสียงที่ไม่สามารถมองข้ามได้ แต่จุดยืนในภูมิภาคกลับค่อนข้างเบาบางลง หลุดออกไปจากจอเรดาห์ เราเคยเป็นศูนย์กลาง ดึงคนที่จำเป็นมาเป็นเฮดควอเตอร์ก่อนกระจายไปประเทศรอบข้าง วันนี้เป็นอย่างไรคงต้องหารีวิวกันใหม่” นายสมคิด กล่าว


ส่วนความแตกแยกที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย นายสมคิด ระบุว่าเปรียบเสมือนไฟที่สุมไว้ รอวันลุกขึ้นมา เนื่องจากตอนนี้มีแฟลตฟอร์มต่าง ๆ จำนวนมาก ทำให้มีข้อมูลที่ผิดพลาด และแชร์ต่อกันไป ทั้งยังมีความจงใจให้ข้อมูลบิดเบือนให้ร้าย เพื่อบั่นทอนให้เกิดผลที่ตั้งเป้าประสงค์ไว้


คุณอาจสนใจ

Related News