การเมือง

"ปารีณา" ขอเลี้ยงไก่-สร้างฟาร์มต่อ ลั่นพร้อมเปลี่ยนบทบาทใหม่เป็นกูรูทางการเมือง

โดย kanyapak_w

15 เม.ย. 2565

589 views

จากกรณีที่ ศาลฎีกาพิพากษา นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม โดยมีคำสั่งรับคำร้อง และให้ นางสาวปารีณา หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564





ล่าสุด วันนี้ (15 เม.ย.) ปารีณาได้เดินทางมาให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส พูดคุยกับหนุ่ม กรรชัย ถึงประเด็นนี้ เผยว่า หลังจากที่พ้นตำแหน่งทางการเมือง ยอมรับว่าเสียใจ และได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจมาก แต่หลังจากที่ทราบข่าวว่าชาวบ้านใน จ.ราชบุรี กลุ่มหนึ่งจุดประทัดเพื่อฉลองการกลับมาของประชาธิปไตย ตนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง เหมือนถูกเหยียบย่ำ ทำให้เราตื่น เหมือนเราตายแล้วเกิดใหม่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้โพสต์ลงเฟซบุ๊กไปก่อนหน้านี้ว่าจะกลับมาแรงกว่าเดินหนึ่งล้านเท่า และยังกล่าววอีกว่าจะเป็นเกษตรกร เลี้ยงและสร้างฟาร์มไก่ต่อ





ปารีณา ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้ส่งคืนที่ดินที่เป็นประเด็นไปหมดแล้ว ไม่ได้ต้องการจะเรียกความน่าสงสารกับสังคมแล้ว มันเป็นชีวิตจริง ที่จะโกหกไปทำไมเพราะไม่ได้จะหาเสียง ตอนนี้ตั้งใจอยากเลี้ยงไก่ สร้างฟาร์ม






โดยระหว่างที่ปารีณาให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแสก็ได้กล่าวอีกว่า จะทำการเปลี่ยนบทบาทใหม่ คือเป็นกูรูทางการเมืองไปด้วย แม้ว่าจะพ้นตำแหน่ง ส.ส.แล้วก็ตาม รวมถึงยังได้วิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังพูดถึงในสังคมตอนนี้ ที่นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวอ้างว่ามีการคุกคามทางเพศหญิงสาวจำนวนหลายราย มองว่าถ้าเรื่องนี้มีมูลเหตุจริง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมมาก สังคมยอมรับไม่ได้ และยังฝากไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ถ้าเกิดยิ่งช้าในการทำคดี ตามที่ทนายตั้มได้โพสต์เฟซบุ๊กไป สังคมจะยิ่งประณาม ตอนนี้มันต้องเห็นขั้นตอนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว






ขณะเดียวกันทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้พูดถึงประเด็นนี้ในรายการเช่นเดียวกัน มองว่า ขณะนี้เห็นว่ามีบุคคลพยานไปให้การสอบสวนจำนวนหลายราย พร้อมหลักฐาน ดังนั้น การที่ ณ ตอนนี้ ยังไม่มีการออกหมายจับทำให้สังคมเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มองเช่นเดียวกันกับปารีณาว่าฝากไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่ายิ่งล่าช้ามากเท่าไหร่ กระบวนการยุติธรรมยิ่งเสียหายมากเท่านั้น และโดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ต้องไม่เลือกที่จะปฏิบัติว่าเขาผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม หรือมีตำแหน่งทางการเมืองฝั่งภาครัฐก็ตาม








คุณอาจสนใจ

Related News