การเมือง

'ปริญญ์' ปัดลวนลาม ลาออกทุกตำแหน่ง ปชป. 'คนขับแท็กซี่' พบ ตร. เป็นพยานให้สาว 18

โดย passamon_a

15 เม.ย. 2565

151 views

ปริญญ์ ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิสูจน์ความจริง หลังตกเป็นข่าวลวนลามสาว เผยยังช็อก ตกใจ ลั่นไม่ได้ทำ แต่ยอมรับนัดเจอสาว 18 ที่ร้านอาหารจริง ยันไม่ได้อยู่กันสองต่อสอง และไม่ได้ล่วงละเมิดตามที่ถูกกล่าวหา

ด้าน รอง ผบช.น. รับมีวงจรปิดร้านอาหารจับภาพวินาทีเกิดเหตุ เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมขอศาลออกหมายจับ ลั่นไม่สนใจผู้ก่อเหตุตำแหน่งอะไร ถ้าผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ คนขับแท็กซี่เข้าให้ปากคำ เป็นพยานให้หญิง 18 ปี ถูกลวนลาม



วันที่ 14 เมษายน 2565 นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเปิดใจครั้งแรก หลังถูกกล่าวหาว่า เป็นนักการเมืองที่ไปลวนลามนักศึกษาวัย 18 ปี ที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ และผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ลุมพินี


นายปริญญ์ ระบุว่า รู้สึกช็อกและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเห็นในโซเชียลมีเดีย และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ทุกข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นขอปฏิเสธไม่ใช่เรื่องจริง เชื่อว่าหลายคนรู้จักตนเองดีว่าตนเองไม่ใช่คนแบบนั้น และก็เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของตนเอง เพราะที่มั่นใจเนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาโดยตรงกับตนเอง ถึงแม้เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ไปกระทบในการทำงาน และหน้าที่ภารกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ตนเองจึงต้องขอรับผิดชอบกับงาน เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์การทำงานของตนเองและพรรค จึงขอลาออกจากทุกตำแหน่ง และยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยพร้อมไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ


เมื่อถามย้ำถึงข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นว่าจริงหรือไม่ นายปริญญ์ ยืนยันอย่างที่พูดไปว่า ตนเองไม่ใช่คนแบบนั้น และเป็นเรื่องไม่จริง ซึ่งก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุตอธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้


ทั้งนี้ ได้ปรึกษา คุณพ่อกับคุณแม่หรือไม่ นายปริญญ์ ระบุว่า พ่อแม่ทุกคนเป็นห่วง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวที่ตนเองต้องชี้แจงกับพนักงานสอบสวน และไม่อยากมองเรื่องการฟ้องกลับทนายษิทรา เพราะคนเราหากทำอะไรผิดไว้ในอนาคตก็จะได้เห็นกัน ซึ่งก็ให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำงาน และขอยังไม่ลงในรายละเอียดเพราะจะไปกระทบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเชื่อว่าอาจจะใช้เวลาหน่อยและตำรวจจะให้ความเป็นธรรมเรื่องนี้ได้ดีที่สุดและให้ตนเองสามารถพิสูจน์ความจริงได้


ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่นั้น นายปริญญ์ บอกว่า ไม่อยากจะไปคิดว่าจะต้องเกี่ยวกับเรื่องอะไร หรือเป็นประเด็นการเมือง เพราะสิ่งที่โดนกล่าวหาไม่ใช่ความจริง และให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งผู้ใหญ่ภายในพรรคก็ปล่อยให้ตนเองตัดสินใจเต็มที่ และตนเองตัดสินใจด้วยตัวเองตั้งแต่เมื่อวานนี้ ไม่ได้ถูกกดดันจากผู้ใหญ่ในพรรค และผู้ใหญ่รับทราบในการตัดสินใจที่ตนเองลาออกในทุกตำแหน่ง รวมถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก็พูดคุยและเคารพการตัดสินใจของตนเองเช่นกัน และนายจุรินทร์ก็ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไร


พร้อมยอมรับว่า ส่วนตัวอยากทำงานช่วยพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม แต่เมื่อกระทบภาพลักษณ์ที่ดีมาโดยตลอด ก็ต้องตัดสินใจลาออก ส่วนในอนาคตเมื่อพิสูจน์ความจริงแล้วจะกลับมาทำงานการเมืองหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคต เพราะที่ผ่านมาตนเองก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่


ผู้สื่อถามถามย้ำ ถ้าไม่ได้กระทำจริง ทำไมต้องโทรหาแม่ของผู้เสียหาย นายปริญญ์ ระบุว่า เพื่อเป็นการแสดงเจตนาบริสุทธิ์ใจ และให้รู้ว่าตนเองไม่ได้หนีไปไหน หากแม่ไม่สบายใจให้สามารถเจอและคุยกันได้ เพราะตนเองไม่ได้หนีปัญหา เมื่อมีคนมากล่าวหาก็ยินดีพบปะพูดคุย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอไปให้การกับพนักงานสอบสวน เพราะเชื่อว่าจะให้ความเป็นธรรมได้


เมื่อถามต่อว่า ทำไมจะต้องมีการนัดน้องที่เป็นผู้เสียหายไปเจอที่โรงแรม นายปริญญ์ ระบุยอมรับว่า ไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นร้านอาหารแบบเปิด มีคนแน่นร้าน เป็นเวลาประมาณ 17.00 น. และไม่ได้เจอกันสองต่อสอง ช่วงเวลานั้นคนเยอะมาก ส่วนรายละเอียดถ้าพูดออกไปตอนนี้ก็จะไม่เป็นผลดีกับตนเองและผู้เสียหาย


ส่วนที่น้องได้ขอความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์จริงหรือไม่นั้น นายปริญญ์ บอกว่า ได้มาขอความรู้หลายเรื่องเลย แต่ข้อกล่าวหาไม่ใช่ความจริง


จากนั้นนายปริญญ์ยกมือไหว้กับสื่อมวลชนว่า รายละเอียดนั้นขอความกรุณาให้ตนเองไปชี้แจงกับพนักงานสอบสวน และเชื่อว่าความจริงจะปรากฏเมื่อตนเองได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


ซึ่งตลอดการให้สัมภาษณ์ นายปริญญ์ได้ยกมือไหว้นักข่าวเป็นระยะ เมื่อถูกถามย้ำถึงรายละเอียดรูปคดีส่วนที่ทนายษิทรา มีการพูดถึงคดีที่อังกฤษนั้น นายปริญญ์ ชี้แจงว่า คดีนั้นจบไปนานแล้วและไม่ได้มีอะไรที่มากระทบกับคดีนี้


ขณะที่ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี  เปิดเผยว่า คดีนี้ ผู้เสียหายได้มาแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทาง ผกก.สน.ลุมพินี ได้สอบปากคำและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อมในร้านอาหาร ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในร้านอาหารที่เกิดเหตุ


เบื้องต้นคดีมีความคืบหน้าไปมาก และคดีนี้เป็นคดีอนาจาร ซึ่งมีอัตราโทษเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน หากครบแล้วก็ยื่นต่อศาลขอหมายจับได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก เพราะอัตราโทษเกิน 3 ปี


ส่วนตัวผู้ก่อเหตุหากรู้ตัวแล้วจะเข้าพบพนักงานสอบสวนก็สามารถทำได้แต่คดีนี้จะไม่มีการออกหมายเรียก ซึ่งหากหลักฐานครบก็สามารถหมายจับทันที


ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิด พฤติกรรม หรือรายละเอียดต่าง ๆ ยังไม่ขอเปิดเผย โดยยืนยันว่าได้เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดไว้ในสำนวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีพอสมควร


ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลทางการเมืองและมีชื่อเสียง ก็อาจจะมีการช่วยเหลือทางคดีหรือไม่  พล.ต.ต.ไตรรงค์ ยืนยันว่าคดีนี้มีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว และข้อหาที่แจ้งนั้นก็เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้อยู่แล้ว และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย


ส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุ ให้การปฏิเสธเป็นสิทธิ์ทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานตามคำให้การของผู้เสียหายก่อน ส่วนผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่ถูกกระทำเช่นเดียวกัน ก็สามารถมาให้การกับตำรวจได้ในพื้นที่ๆเกิดเหตุ หรือผู้เสียหายท่านใดที่สะดวกไปแจ้งที่ไหนก็สามารถแจ้งได้ทันที


ต่อมาช่วงค่ำ วันที่ 14 เม.ย. มีพยานซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี กรณีหญิง 18 ปี ถูกนักการเมืองลวนลาม โดยคนขับรถแท็กซี่ เปิดเผยว่า วันที่ 12 เม.ย. ได้รับผู้เสียหายจากโรงแรมที่เกิดเหตุมาส่งยัง สน.ลุมพินี


ระหว่างที่ผู้เสียหายอยู่บนรถได้โทรศัพท์คุยกับแม่ แล้วร้องไห้ ฟูมฟาย ตลอดเวลา ซึ่งตนจับใจความได้ว่า ผู้เสียหายมาที่โรงแรม เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดหลังจากถูกอนาจาร ก่อนที่จะบอกกับตนอีกครั้งว่าขอเปลี่ยนจุดหมายจากส่งที่สถานีรถไฟใต้ดิน มาเป็นที่ สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความ


อย่างไรก็ตาม การออกมาเป็นพยานของตน ลึก ๆ ก็รู้สึกกลัว และเป็นห่วงความปลอดภัย แต่เนื่องจากสงสารผู้เสียหาย และตนเห็นว่าเป็นเพศแม่ ไม่ควรจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ จึงรับไม่ได้ตัดสินใจออกมาให้ปากคำ

รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e0xBfAZRYZ8

คุณอาจสนใจ

Related News