การเมือง

'รังสิมันต์ โรม' ซัดกลับ 'ประยุทธ์' หลังตอบปมค้ามนุษย์ 'พล.ต.ต.ปวีณ' ออกไปเอง

โดย thichaphat_d

22 ก.พ. 2565

168 views

เรื่องคดีค้ามนุษย์ ท่านนายกฯ ก็ยืนยันว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งสถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่ไทยได้คะแนนลดลงในเรื่องนี้ นายกฯบอกว่าต้องดูในรายละเอียด เพราะบางเรื่องเช่นการปราบปรามของภาครัฐ คะแนนก็เพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านนายกฯ ก็มีน้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างชัดเจน


โดยสรุป ท่านนายกฯ ย้ำว่า หาก พล.ต.ต.ปวีณ เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้ร้องเรียนมาตามช่องทาง ผมไม่ได้ให้เขาออกไป ส่วนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย นายกฯ ย้ำว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป ใครจะไปทำอะไรได้ ถ้าไม่มีคดีอะไร ก็กลับเข้ามา ถ้ามีใครเกี่ยวข้องก็เปิดชื่อออกมา ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน แต่ถ้าฟ้องแล้วไม่จริง ก็อาจจะโดนฟ้องกลับ


ด้าน รังสิมันต์ โรม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ใจความว่า

"[ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะปัดสวะคดีโรฮิงญาและกรณีคุณปวีณเช่นนี้ สรุปแล้วรัฐบาลมีไว้ทำไม? หรือมีนอกมีในกับเขาด้วย?]

กว่า 60 ชั่วโมงหลังจากที่ผมได้อภิปรายเรื่องคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาและกรณีของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ในที่สุดวันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ออกมาปริปากพูดถึงเรื่องที่เกิดแล้วครับ

แต่อนิจจา สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดออกมานั้นแทบไม่ต่างอะไรจากที่ตัวเองเคยพูดเมื่อปี 2558 ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ เลย คือก็ยังเอาแต่บอกให้ พล.ต.ต.ปวีณกลับมาร้องเรียนเรื่องนี้เอง อ้างว่าบ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป (คนที่เคยฉีกกฎหมายสูงสุดของบ้านเมืองเนี่ยนะ มีความชอบธรรมที่จะอ้างได้ด้วยหรือ) และที่น่ารังเกียจที่สุดคืออ้างว่าคุณปวีณสมัครใจออกนอกประเทศไปเอง ซึ่งเป็นการด้อยค่าปัญหาทั้งหมดที่คุณปวีณต้องประสบพบเจอที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจลี้ภัย

(ลองเทียบกันดูได้ครับ ระหว่างวันนี้

https://www.facebook.com/100001454030105/videos/487600562714277/

กับเมื่อ 6 ปีก่อน

https://www.youtube.com/watch?v=BBCtputC0-o&feature=youtu.be)

พูดง่ายๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ก็ปัดสวะเรื่องนี้ออกไปให้พ้นตัว โยนภาระให้เป็นเรื่องที่ผู้ได้รับความเดือดร้อนต้องไปต่อสู้ดิ้นรนเอาเองภายในแวดวงที่ไม่ได้เป็นมิตรกับเขา ทั้งที่เรื่องนี้ คนเป็นนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ที่จะตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นได้

อันที่จริงตามคำให้การของคุณปวีณ เมื่อตอนที่เกิดเรื่องย้ายไปจังหวัดชายแดนใต้ คุณปวีณก็เคยได้ติดต่อผ่านทางอดีตผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งในสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ทบทวนคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยืนยันตามเดิม สะท้อนให้เห็นว่าการร้องเรียนเงียบๆ ตามกระบวนการภายในนั้นไม่ได้ถูกรับฟัง จนสุดท้ายเขาก็ต้องออกมาตะโกนดัง ให้สะเทือนไปถึงจิตสำนึกของรัฐบาลนี้"

เอาแค่ว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปอ่านคำให้การของคุณปวีณเสียบ้าง แม้ว่าชื่อของบุคคลต่างๆ หลายคนจะถูกปิดไว้ แต่ถ้าดูยศตำแหน่งก็เดาได้ไม่ยากว่าคือใครบ้าง บรรดาความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นระหว่างการทำคดี การโยกย้ายไปจังหวัดชายแดนใต้ ไปจนถึงการบีบให้คุณปวีณลาออก ถ้าเป็นรัฐบาลที่เห็นหัวประชาชน เห็นหัวผู้ใต้บังคับบัญชา ได้เห็นคำให้การเช่นนี้ก็ต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาสืบสวนสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในวันที่เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร มาจนถึงวันที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีองค์กรรัฐต่างๆ คอยอุ้มชูอยู่เต็มไปหมด ก็ยังปัดสวะกันแบบนี้ สรุปแล้วรัฐบาลนี้มีไว้ทำไม? หรือว่าแท้จริงแล้วที่ไม่คิดดำเนินการอะไร ก็เพราะตัวเองมีนอกมีในกับเขาด้วย?

ผมว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังจะทำไขสือ ไม่รู้ว่าขบวนการค้ามนุษย์ที่เหนือไปกว่า พล.ท.มนัสคือใคร ผมก็อยากจะแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปทำ 2 อย่าง คือ 1. ส่องกระจก 2. ไปถาม พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.อนุพงษ์ น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่พยายามจะเจาะเรื่องนี้ต่อ แม้จะได้คำตอบซ้ำซากจาก พล.อ.ประยุทธ์ หรือได้การเดินหนีแทนคำตอบของ

พล.อ.อนุพงษ์ มาก็ตาม ยังไงผมก็ฝากว่ายังเหลือ พล.อ.ประวิตรอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ พล.ท.มนัสมากที่สุด ถ้าได้เจอไม่ว่าจะที่ทำเนียบ ที่บ้านป่ารอยต่อ หรือที่จังหวัดไหนสักแห่ง ก็ฝากถามให้หน่อยนะครับ



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6wikHah4IsE

คุณอาจสนใจ

Related News