การเมือง

‘นายกฯ’ รับจุดอ่อนไทยคือการรับสินบน ลั่นในวันต่อต้านคอร์รัปชันฯ ไม่ยอมให้การทุจริตเป็นมรดกบาป

โดย JitrarutP

9 ธ.ค. 2565

81 views

“นายกฯ” ประกาศต่อต้านการทุจริต ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ยอมรับจุดอ่อนประเทศไทยคือการซื้อขายตำแหน่ง – โยกย้ายข้าราชการระดับสูง เรียกรับสินบน-จัดซื้อจัดจ้าง ลั่นไม่ยอมให้การทุจริตเป็นมรดกบาป ขอให้เชื่อมั่นตัวผู้นำ บอกความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม ย้ำถูกสอนมาไม่ให้ทุจริต ไม่งั้นจะเอาหน้าไปเสนอให้คนมองไม่ได้


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี โดยกล่าวว่า ในวันนี้ทางองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อให้ประชาคมโลกตระหนักถึงภัยร้ายแรงจากการทุจริต และเพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

สำหรับประเทศไทย ในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบตลอดมา รัฐบาลได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลขึ้น เพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนพร้อมๆ กับคนไทยทุกภาคส่วน ที่จะ “ไม่ทำ ไม่ทน และไม่เพิกเฉย” ต่อการทุจริตอีกต่อไป ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในวันนี้ แต่จะต้องอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทย ทุกๆ คน ในทุกๆ วัน



ทุกคนทราบดีว่าปัญหาคอร์รัปชันส่งผลเสียหายต่อประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ TI (ที-ไอ) ได้สะท้อนว่าปัญหาการทุจริตที่เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยที่สำคัญ คือ ปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การเรียกรับสินบน ตลอดจนการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน การไม่สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนรวม กับประโยชน์ส่วนตน และความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณ

การทุจริตจึงเป็นภัยต่อชาติบ้านเมือง ทั้งในการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญคือการทำลายภาพลักษณ์ ทำลายความเชื่อมมั่น ในสายตาประชาชนชาวไทย และชาวโลก ซึ่งเราจะต้องไม่ยอมให้การทุจริตเป็นมรดกบาป ตกทอดสู่รุ่นลูก รุ่นหลานอีกต่อไป

รัฐบาลจึงให้ความสำคัญ และผลักดันให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ สร้างกลไกการแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้มีการบรรจุแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ ลงไปถึงการจัดทำแผนระดับรอง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง ในส่วนที่เห็นเป็นรูปธรรมเป็นภาพรวมของประเทศแล้ว เช่น (1) พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน (2) นโยบาย National e-Payment เป็นต้น ที่ช่วยขจัดโอกาสการทุจริต หักหัวคิว เรียกรับสินบน เพิ่มความโปร่งใสในการกระบวนการทำงานของภาครัฐ เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ซึ่งในช่วงวิกฤตโควิดและวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา ปัญหาคู่ขนาน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ผลักดันโครงการช่วยเหลือต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง เป็นต้น ที่ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ช่วยให้ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนานาชาติให้การยอมรับถึงความสำเร็จนี้



นายกฯ กล่าวอีกว่า การทุจริตจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าทุกคนมีจิตใจที่เป็นคุณธรรม ไม่เห็นประโยชน์จากการทุจริต ที่สำคัญเมื่อเป็นใหญ่เป็นโตก็ต้องมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ตามวัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่เติบโต พร้อมย้ำถ้าประชาชน สังคม ช่วยกันเฝ้าระวัง ช่วยกันแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษ สิ่งเหล่านี้จะเลิกหายไป สิ่งที่จะทำให้ได้ผลสำเร็จ 100% มันอยู่ที่ใจ การดำเนินการไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง ถ้าทุกคนไม่ร่วมใจกัน ทำให้วันนี้ต้องมาประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อให้มันดีขึ้นอย่างเร็วที่สุด เพราะเป็นปัญหาที่บ่อนทำลายการเจริญเติบโตของประเทศ ดังนั้นขอให้ช่วยกันทำให้สังคมเป็นระบบสีขาว ปลอดจากการทุจริต เพื่อความเจริญเติบโตของบ้านเมือง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตลอดไป



“ผมไม่ต้องการทุจริตอะไรทั้งสิ้น ผมถูกสอนมาว่าไม่ให้ทุจริต ไม่งั้นจะเอาหน้าไปเสนอให้คนมองไม่ได้ วันนี้ดีใจที่ได้พบกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยกันทำ และในฐานะที่รับผิดชอบนโยบาย ขอยืนยันไม่ให้มีการทุจริตเชิงนโยบายโดยเด็ดขาด แต่ถ้ามีอะไรบกพร่องก็ต้องถูกลงโทษ และลงโทษด้วยความเป็นธรรม ไม่มีอะไรสำเร็จได้ ถ้าไม่ร่วมมือร่วมใจกัน”

โอกาสนี้ ขอนำพี่น้องชาวไทยทุกท่านทั่วประเทศ ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลพร้อมกัน “ข้าพเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอประกาศเจตนารมณ์ว่า จะประพฤติปฏิบัติตน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน จักปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสา พร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ”

อย่างไรก็ตาม หลังเปิดงานเสร็จ นายกฯ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นงาน ป.ป.ช. อย่าเอาเรื่องอื่นมาปน พร้อมชื่นชม ว่าสถานที่ดี คนก็ดี เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้กล่าวขอบคุณ และก่อนเดินทางกลับนายกฯ ได้พูดทิ้งท้ายกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคนว่า ขอให้เชื่อมั่นในตัวนายกฯ ขอบคุณ และขอให้ทุกคนช่วยกัน



แท็กที่เกี่ยวข้อง  นายกรัฐมนตรี ,คอร์รัปชันสากล

คุณอาจสนใจ

Related News