การเมือง

‘ชูวิทย์’ เปิดชื่อ ‘ธรรมนัส’ เคยประสานเครื่องบิน นายทุนจีนสีเทา ลงจอดสนามบินร้อยเอ็ด

โดย attayuth_b

23 พ.ย. 2565

1.7K views

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มนายทุนจีนสีเทาว่า หลักฐานชุดนี้ ตนได้คุยกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ หักพาล รอง ผบ.ตร.แล้ว นายตู้หาวถ้าภาษาจีนก็คืออาเจ็กหรือน้า หรืออา หลานที่หนีออกไปอายุ 21 ปี เวลาหลานไปน้าก็จะไปคู่กันเพราะหลานจะขับรถน้าก็จะนั่ง ณ วันที่ตำรวจบุกผับจิ้งหลิง 26 ต.ค. ตนมั่นใจว่า นายตู้ห่าวอยู่ที่นั่น แต่มีการนายตู้ห่าวออกเหลือหลานไว้ จากนั้นก็มีการเคลียร์ให้หลานออกมา จากนั้นก็มีรถสี่คันทั้งรถโรสรอย และเบนลี่ เรื่องเหล่านี้ปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ถึงปล่อยให้เรื่องผ่านมาเกือบเดือนหมายจับเพิ่งออกวันนี้ ทั้งที่เป็นคดีร้ายแรง

นายชูวิทย์ ยังให้ข้อสังเกตว่านายตู้ห่าวสนิทกับใคร รัฐมนตรีคนไหน จากที่ตนเคยเปิดเรื่องสนามบินไป ก็พบว่าเครื่องบินที่นายตู้ห่าวใช้โดยสารมีความเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีคนหนึ่ง และมักจะใช้เครื่องบินลำนี้ไปใช้หาเสียงอยู่บ่อยๆ อีกทั้ง การขออนุญาตลงจอดก็ต้องขออนุญาตโดยรัฐมนตรี ไม่ใช่นายตู้ห่าวเพราะนายตู้ห่าวไม่ได้เป็นสมาชิกฝูงบิน 604 ซึ่งแสดงถึงอิทธิพลของนายตู้ห่าว นายตู้ห่าวเป็นคนจีนไม่รู้เรื่องการเมืองไทย แต่มีคนพานายตู้ห่าวไปพบกับคนที่ชอบสะสมนาฬิกา เพื่อไปกราบให้เห็นถึงบารมี จากนั้นก็มีการส่งมอบนาฬิกาปาเต๊ะมูลค่า 10 ล้านบาทให้

นอกจากนั้นยังมีเรื่องเงินหลาย 100 ล้าน เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงเงินบริจาคให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายตู้ห่าว มี 2 สัญชาติ ทั้งไทยและจีน และยังใช้พาสปอร์ตจีนอยู่ ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าข้อกฎหมายของ กกต. ให้คนที่ถือ 2 สัญชาติบริจาคเงินพรรคการเมืองได้หรือไม่ ส่วนหลังจากนี้ถือเป็นหน้าที่ของตำรวจใยการตรวจสอบ เพราะวันนี้ถือว่าหมดหน้าที่ของตนแล้ว

เมื่อถามย้ำถึงรัฐมนตรีที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ นายชูวิทย์ ไม่ตอบคำถาม แต่ได้เป่าปากแทนคำตอบ ก่อนผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกครั้ง นายชูวิทย์จึงยอมรับว่า เป็นอดีตรัฐมนตรีที่เคยอยู่พรรคพลังประชารัฐ และบอกด้วยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์มาเครียร์และบีบด้วยวิธีการมาเฟียทุกรูปแบบ แต่ยืนยันว่าไม่กลัว และพร้อมรับผิดชอบคำพูดตนเอง วันนี้วิบากกรรมมีสัมภเวสีอยู่ ซึ่งไม่เคยกลัวและจะรอ

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงความเชื่อมโยงถึงอดีตรัฐมนตรี ทำให้นายชูวิทย์เปิดโทรศัพท์ให้ผู้สื่อข่าวดูหลักฐาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะมอบให้ กมธ.ป.ป.ช. และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะมาถึงขนาดนี่แล้วไม่มีอะไรที่ต้องกลัว โดยหลักฐานดังกล่าวเป็นเอกสารลงวันที่ 9 มี.ค.65 ขออนุญาตเที่ยวบินส่วนบุคคลบินขึ้นลง และจอดพัก ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด โดยมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางมากับเที่ยวบิน HS-HAO นี้ด้วย

นายชูวิทย์ บอกด้วยว่า ไม่มีปัญหาส่วนตัว หรือบาดหมางกับร.อ.ธรรมนัส แต่นายสันทนะ เป็นคนพูดเองในรายการทีวีรายการหนึ่ง ว่า ร.อ.ธรรมนัสฝากให้นายสันทนะดูแลคนจีนเหล่านั้น นั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการพาดพิงถึงชื่อร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่ได้มาจากตนเอง ทั้งนี้หลักฐานที่มีไม่ทราบว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไรระหว่างร.อ.ธรรมนัสกับนายทุนจีน แต่หลักฐานทั้งหมดจะมอบให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เท่านั้น และอยากให้ ผบ.ตร. เร่งดำเนินการโดยมอบหมายให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว ส่วน ผบช.น. จำเป็นต้องร้องเรียน เพราะมาจากภาค 2 ดูแลชลบุรี พัทยา และเมื่อดูจากพฤติการณ์แล้วพบว่ามีตำรวจที่เป็นลูกน้องสับเปลี่ยนผู้ต้องหา ปล่อยรถของกลางออก และดองหมายจับ จึงจำเป็นต้องนำเรื่องนี้ร้องต่อกรรมาธิการตำรวจ เพื่อสอบถึงถึงพฤติการณ์ที่ผับจิ้งหลิง พบนักท่องเที่ยวเสพยา 200 คน มีการเปลี่ยนตัวนายหวัง เจิ้นหนาน อายุ 21 ปี

จากนั้นมีการย้ายรองผู้กำกับ ซึ่งเคยอยู่ สน.ยานนาวา นำตัวนายหวัง เจิ้นหนาน ซึ่งเป็นหลายของนายตู้ห่าว หลังจากนั้นมีการแต่งตั้งรองผู้กำกับมารับผิดชอบแทน ปรากฎว่ามีการปล่อยรถมาอีก 4 คัน คันละ 2 ล้านบาท ซึ่งจากนั้นมีการขยายผลและพบว่านายตู้ห่าวเป็นเจ้าของตัวจริง พร้อมเปิดเผยด้วยว่า นายตู้ห่าวไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านลัดดาวัลย์ ตลิ่งชัน แต่อยู่ที่โอ๊ควู้ด สาทร 21 ซึ่งไม่ไกลจากผับจิ้งหลิง

ส่วนร.อ.ธรรมนัสถึงขั้นเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของนานทุนจีนหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า บุคคลนั้นเป็น ส.ส. มีเอกสิทธิ์ ตนไม่ขอพูดพาดพิง ขอให้เป็นหน้าที่ของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ดีกว่า

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจในฝีมือของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ใช่หรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีเส้นอยู่เส้นหนึ่ง ขอแค่อย่าล้ำเส้น แต่หากมีการล้ำเส้นก็จำเป็นต้องดำเนินการ ยิ่งหากข้างบนไฟเขียวก็ยิ่งช่วยไม่ได้ ส่วนตนเองเป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น หมายจับที่ตนเองกระทุ้งทุกวัน จนที่สุดแล้วจึงมีหมายจับออกมาเมื่อวาน และคิดว่าท้ายที่สุดจะเจอตอแน่นอน เพราะหากไม่เจอตอคงไม่สามารถสลับตัวผู้ต้องหาและปล่อยรถของกลางออกไปได้ รวมถึงการออกหมายจับที่ล่าช้า ไม่เจอตอวันนี้ก็ไม่รู้จะเจอตอวันไหน แต่ที่เจอคือตอจีน ที่ทำธุรกิจสีเทามาหากินแล้วก็ไป ที่มาวันนี้เพราะจีนปิดประเทศ เพราะมีการปราบคอลเซ็นเตอร์


คุณอาจสนใจ

Related News