การเมือง

‘ณัฐวุฒิ’ เชื่อ ไม่ยุบสภา หลังเสร็จเอเปค ชี้ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ยังคุยกันไม่จบ

โดย attayuth_b

16 พ.ย. 2565

53 views

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ได้จัดรายการหัวใจไม่หยุดเต้น ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาว่า สัปดาห์นี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกผู้นำกลุ่มประเทศเอเปค ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย เป็นเครดิตร่วมกันของประเทศไทย และอาจจะเป็นเครดิตของรัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาลด้วยก็ได้

แต่ผมไม่เชื่อว่าแม้การประชุมเอเปคจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย จะส่งผลทางการเมืองยกระดับคะแนนนิยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคนไทยทั้งประเทศ เพราะความนิยมทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์เลยจุดที่จะเชิดหัวขึ้นไปนานแล้ว ขณะนี้อยู่ในสภาพดาวตก และยังตกไม่สุดด้วยซ้ำไปว่าจะตกไปได้ถึงขนาดไหน

ในระหว่างการประชุมก็มีข่าวคราวของรัฐบาลประกาศกำหนดมาตรการ ทั้งการปิดกั้นการจราจรในบางพื้นที่ หรือการห้ามการชุมนุมรวมตัวแสดงออกของประชาชนในบางจุดที่เป็นสถานที่สำคัญ อันนี้เข้าใจได้

แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ในการประชุมระดับนานาชาติทั่วโลกเราก็จะเห็นว่าแต่ละประเทศจะมีเวทีการแสดงออกของประชาชนในประเด็น ในวาระต่าง ๆ ของพวกเขาเป็นปกติ ถ้าหากจะมีการชุมนุมแสดงออกทางการเมืองในประเทศไทยระหว่างการประชุมเอเปค จึงถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ผมยังเชื่อมั่นในวุฒิภาวะของกลุ่มประชาชนที่ประกาศตัวจะร่วมชุมนุมว่าจะชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ แล้วก็ตระหนักรู้ถึงสถานการณ์

ดังนั้น ความสำคัญของประเด็นนี้จึงอยู่ที่วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพูดตรง ๆ ว่าผมไม่ค่อยเชื่อถือนัก ผู้มีอำนาจ ผู้รับผิดชอบ ต้องประเมินสถานการณ์ดี ๆ นะครับ อย่า Overreact อย่ากระทำการเกินกว่าเหตุ อย่าลุแก่อำนาจ ให้สถานการณ์การแสดงออกของประชาชนลุกลามบานปลาย ถ้าเป็นอย่างนี้ เชื่อว่าเอเปคก็จะเป็นการจัดงานที่ผ่านไปด้วยดีสำหรับทุกฝ่าย เดินหน้าประเทศไทยต่อไปได้

หลังประชุมเอเปคจะเข้าสู่โหมดเข้มข้นทางการเมืองนะครับ ในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลล้วนแล้วแต่น่าจับตาทั้งสิ้น ความสัมพันธ์ระหว่าง “พล.อ.ประยุทธ์” กับ “พล.อ.ประวิตร” จะมีบทสรุปอย่างไร ถ้า “พล.อ.ประยุทธ์” แยกตัวออกไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติจริง พรรคพลังประชารัฐจะรับมืออีท่าไหน?

แต่ขณะนี้สัญญาณทางการเมืองจับได้ค่อนข้างชัดล่ะครับว่า ยังไง “ประยุทธ์” ก็ต้องไปรวมไทยสร้างชาติ ขืนไม่ไปพรรคพวกที่ย้ายพรรคไปรอกันอยู่ “ด่า” กันยันโคตรนะครับ เนื่องจากว่าหลายคนหอบผ้าหอบผ่อนออกจากพรรคเก่าไปรวมตัวรอกันอยู่แล้ว

การยุบสภาจะเกิดขึ้นทันทีหลังเอเปคหรือไม่ ผมคิดว่าไม่นะครับ ด้วยเหตุผลสำคัญก็คือมีการยื้อเวลาระหว่าง 2ป คือ “ ป ประยุทธ์” กับ “ป ประวิตร” เชื่อว่าจนถึงตอนนี้ยังคุยกันไม่จบว่าจะเอากันยังไง?

พล.อ.ประวิตรอยากทำพรรคพลังประชารัฐต่อ ถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อ เชื่อว่าพล.อ.ประวิตรรับได้ แต่ถ้าหากว่าพล.อ.ประยุทธ์จะไปรวมไทยสร้างชาติจริง แน่นอนที่สุดน่ะครับ แม้จะยิ้มให้กัน แต่ในใจไม่สบายใจกันแน่นอน

ถ้า 2ป แยกพรรคกันจริงเปรียบเทียบเป็นทีมฟุตบอล ทั้ง “รวมไทยสร้างชาติ” และ “พลังประชารัฐ” ผมว่ามีสภาพกระท่อนกระแท่นครับ คือ 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เป็น “ศูนย์หน้าตัวเป้า” แต่พล.อ.ประวิตรเป็น “มิดฟิลด์ตัวจ่าย” เดินกันมาแบบนี้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไปรวมไทยสร้างชาติ ทีมนั้นก็จะมีแต่ “หน้าเป้า” ไม่มี “ตัวจ่าย” จะให้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็น “มิดฟิลด์ตัวจ่าย” ก็คงไม่ได้ล่ะครับ เพราะแกไม่เคยจ่าย ส่วนพลังประชารัฐก็จะมีแต่ “มิดฟิลด์ตัวจ่าย” ไม่มี “หน้าเป้า” จะให้พล.อ.ประวิตรขึ้นไปเป็น “ศูนย์หน้าตัวเป้า” ก็ลำบากอีก เพราะที่ผ่านมาแกเคยแต่ตกเป็นเป้า

2ป นี่มีการประกาศหลายรอบแล้วนะครับว่าตายแทนกันได้ แต่เป็นนายกฯ แทนกันไม่ได้นะครับ พล.อ.ประยุทธ์แกอยากเป็นต่อ พล.อ.ประวิตรก็อยากเป็นบ้าง คงต้องรอกันล่ะครับว่าถึงสนามเลือกตั้งระหว่างสองคนสองพรรคนี้จะเดินกันยังไง?

แต่ที่แน่ ๆ เลือกตั้งเสร็จผมมั่นใจ จะเหยียบตาปลากันแค่ไหน สองคนนี้จะกลับมาจับมือร่วมกันตามเงื่อนไขผลประโยชน์ทางอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองแน่นอน!

การเลือกตั้งที่จะมาถึงจึงเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมืองที่ชนะแน่ ๆ แต่อาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่แพ้แน่ ๆ แต่มีโอกาสจะเป็นรัฐบาล สภาพแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไหนแสดงว่าประเทศนั้นกำลังมีปัญหาใหญ่ทางการเมืองครับ และมองไม่เห็นอนาคต เนื่องจากถ้าพรรคการเมืองทีแพ้แน่ ๆ ได้เป็นรัฐบาล เราจะเห็นหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลอยมาทันที คิดดูก็แล้วกันครับ 8 ปีที่ผ่านมาพังกันขนาดนี้ ถ้าอยู่ต่อจะพินาศกันขนาดไหน!

สัญญาณควันที่เกิดขึ้นระหว่าง “ประชาธิปัตย์” กับ “ภูมิใจไทย” โดยมีพ.ร.บ.กัญชงกัญชาเป็นตัวประกัน เรื่องนี้หลายคนถามว่าอาจจะเป็นฉนวนให้แตกหักและรัฐบาลต้องยุบสภาหรือไม่ ตอบกันตรง ๆ นะครับ ผมว่าไม่ไปไกลขนาดนั้น “ประชาธิปัตย์” กับ “ภูมิใจไทย” กระทบกระทั่งกันมาหลายรอบตลอดอายุของรัฐบาล แต่คู่นี้พระเอกกลัวตายผู้ร้ายกลัวเจ็บ ไม่แตกหักกันจริง ๆ ล่ะครับ

“ภูมิใจไทย” เขายังอยากอยู่ในอำนาจให้นานที่สุดเพื่อสะสมพละกำลังสะสมทรัพยากรใช้ในการเลือกตั้ง ส่วน “ประชาธิปัตย์” เขาจะอยากแตกหักให้ยุบสภาทำไม ก็ในเมื่อวันนี้สิ่งที่อยากได้ที่สุดคือเก้าอี้รัฐมนตรีที่แต่งตัว คุณนริศ ขำนุรักษ์ ไปรอไว้แล้ว แต่พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ยอมปรับครม.ให้ การมีรัฐมนตรีเพิ่มอีก 1 คนในสนามเลือกตั้ง ยังไงก็เพิ่มกำลังให้ “ประชาธิปัตย์” จากสภาพหนักหนาสาหัสที่เป็นอยู่ แต่พล.อ.ประยุทธ์คงไม่อยากปรับครับ เพราะปรับแล้วเกรงว่าในพลังประชารัฐจะกระเพื่อมใหญ่

ดังนั้น สภาพแบบนี้เชื่อว่าเขาจะลากรัฐบาลชุดนี้ถูลู่ถูกังกันไปจนถึงหลังปีใหม่ จากตรงนั้นค่อยมาประเมินกันอีกทีนะครับ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะตัดสินใจยุบสภาถ้าคุยกันจบกับพล.อ.ประวิตร หรือไม่? ก็ลากวันเวลาไปถึงโค้งท้าย ๆ แต่ในที่สุดฟันธงว่ารัฐบาลจะไม่อยู่ครบวาระ ต้องยุบสภาแน่ ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละคนที่สะสมกำลังกันไว้มีเวลาสำหรับย้ายสังกัดพรรคการเมือง หรือถ้ามีสัญญาณภายในว่าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ชนป้ายจนครบวาระ หลังปีใหม่เราอาจเห็นนักการเมืองเบอร์ใหญ่ ๆ ลาออกจากพรรค ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อสังกัดพรรคใหม่ครับ

ทางด้านพรรคฝ่ายค้าน ขณะนี้หลัก ๆ คือ “เพื่อไทย” “ก้าวไกล” ก็กำลังซุ่มทำนโยบายเตรียมที่จะประกาศเป็นชุด ๆ ออกมา และมีหมัดเด็ดหลังจากยุบสภาเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง “เพื่อไทย” กำลังจะมีการประชุมวิสามัญเพื่อจัดทัพกรรมการบริหาร เอาส.ส.หลายคนที่เป็นกรรมการบริหารออก เอาคนที่ไม่ได้เป็นส.ส.เข้าไปเพื่อความคล่องตัวในการทำงานในสนามเลือกตั้ง

ส่วน “พรรคก้าวไกล” เขาก็ทยอยเปิดนโยบาย ถือว่ากำลังซุ่มจัดทัพปรับขบวนเพื่อสู้ศึกใหญ่ แบกน้ำหนักเยอะ งานก็ยากแบบนี้ล่ะครับ

หลายคนถามผมว่าฟุตบอลโลกคราวนี้คนไทยจะได้ดูถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีเหมือนทุกครั้งหรือไม่? ฟันธงแบบไม่ต้องกลัวหน้าแตก ผมว่าได้ดูแน่ ๆ

คือถึงที่สุด รัฐบาลไม่ยอมที่จะเสียคะแนนนิยมในช่วงปลายสมัยโดยไม่มีการถ่ายทอดฟุตบอลโลกล่ะครับ รัฐบาลนี้เขาทำอะไรเขาก็คาดหวังคะแนนเสียง คิดดูซิครับ เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนจะยุบสภา ถ้าจบแบบเจ็บโดยคนไทยไม่ได้ดูถ่ายทอดฟุตบอลโลก พล.อ.ประยุทธ์จะเอาหน้าไปไว้ไหน? แต่จะได้ดูในราคาเท่าไหร่ 1,600/1,500/1,400/1,300 ผมไม่ทราบนะครับ ถึงที่สุดมันจะต้องมีคนควักจ่าย

ก็ปัดโธ่!!! 8 ปีมาแล้วหลังพล.อ.ประยุทธ์รัฐประหาร เราเห็นภาพนายทุนใหญ่ ๆ ตบเท้าจับมือกันเข้าร่วมงานกับรัฐบาล ยอดที่ยังขาดอีกไม่กี่ร้อยล้าน รัฐบาลไม่ต้องบังคับใครล่ะครับ สะกิดเบา ๆ เดี๋ยวเงินเขาก็ไหลออกมา ขึ้นอยู่กับว่าจะควักจ่ายกันตอนไหน? และราคาเท่าไหร่? เท่านั้นเอง

แต่ถ้าจับพลัดจับผลูคนไทยไม่ได้ดูขึ้นมาจริง ๆ ฟุตบอลโลกคราวนี้จะยิงกันกี่ประตูผมไม่ทราบนะครับ ที่แน่ ๆ คือรัฐบาลพรุนแน่!!

คุณอาจสนใจ

Related News