การเมือง

“หญิงหน่อย” นำทีมไทยสร้างไทยลาดพร้าว เดินตลาดอมรพันธ์ ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย

โดย attayuth_b

22 ม.ค. 2565

53 views

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายประพนธ์ เนตรรังษี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และนางสาวขวัญนภา พรายมนต์ ทีมไทยสร้างไทยเขตลาดพร้าว พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ ตลาดอมรพันธ์  เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ขาย และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ ขอให้การค้ากลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับ ความยากลำบาก ทั้งจากการระบาดของไวรัส covid-19 การบริหารที่ผิดพลาดบกพร่อง ขาดวิสัยทัศน์ของผู้นำ จนกระทบต่อเศรษฐกิจปากท้อง ของกินของใช้แพงขึ้น และมีผลสืบเนื่องมาถึงพ่อค้าแม่ขาย ที่ส่งเสียงไปในทิศทางเดียวกันว่า กำลังซื้อหดหาย ส่งผลให้ยอดขายตกลงตามไปด้วย ขณะที่ภาระหนี้สิน ทั้งในและนอกระบบ ก็พุ่งตามไปด้วยเช่นกัน ผู้ค้าหลายรายต้องยุติการประกอบอาชีพ




ทั้งนี้ยิ่งไปกว่านั้น พ่อค้าแม่ค้าหลายราย ได้เข้ามาร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับ คุณหญิงสุดารัตน์ และพรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้เป็นปากเป็นเสียง จากการถูกเรียกเก็บภาษี กรณีที่เข้าร่วมโครงการของรัฐเช่นโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ อย่างไม่เป็นธรรม คือ การเรียกเก็บภาษีจากยอดขาย ที่ได้เข้าร่วมทั้งสองโครงการผ่านธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่20%-40%ของยอดขาย ทั้งที่การเรียกเก็บภาษีต้องเรียกเก็บจากกำไร ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บางรายกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีโดยดูจากยอดเงินโอนเข้าในบัญชีธนาคารกรุงไทย แล้วนำมาคิดเป็นรายได้ทั้งหมด ทั้งที่เงินบางส่วนไม่ใช่เงินที่มาจากการค้าขาย แต่เป็นเงินที่มาจากการหยิบยืม

เช่น คุณกุ้งแม่ค้าขายอาหารทะเลสด ถูกเรียกเก็บภาษีที่ร้อยละ 20 จากรายรับที่ถูกโอนเข้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย โดยเจ้าหน้าที่ ไม่ได้คำนวณ จากกำไรหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้ผู้ค้ารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ยินดีที่จะจ่ายภาษีให้กับรัฐก็ตาม แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือการเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรม



ไม่ต่างจากคุณฮวงแม่ค้าขายข้าวแกง ที่ระบุว่าตนเองถูกเรียกเก็บภาษี โดยคำนวณจากรายรับ ที่เป็นเงินผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งวิธีคิดเจ้าหน้าที่ไม่ได้คำนวณภาษีจากส่วนที่ได้กำไร หลังหักลบต้นทุน และไม่ได้คิดด้วยว่าในแต่ละวันจะมีข้าวแกงที่ขายไม่หมด ข้าวแกงที่เหลือทิ้งหรือเสียหายในแต่ละวัน ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนทั้งสิ้น ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ที่เรียกเก็บภาษี ได้คำนวนเงินในบัญชี ส่วนที่ญาตพี่น้องโอนมา ให้เป็นค่ารักษาโรคมะเร็งของสามี เข้าไปอยู่รวมกับเงินที่ได้จากการค้าขายด้วย ซึ่งผู้ค้ามองว่าไม่เป็นธรรมกับคนทำมาหากิน คนหาเช้ากินค่ำ



และคุณปุณ พ่อค้าขายผลไม้ก็เป็นอีกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในลักษณะเดียวกัน เพราะวิธีการเก็บภาษี เจ้าหน้าที่ได้คำนวนจากรายรับสูงถึงร้อยละ 40 ของเงินที่เข้าบัญชี โดยไม่คำนวนจากส่วนที่พ่อค้าขายได้กำไร  และไม่แจ้งล่วงหน้าว่าต้องนำหลักฐานใบเสร็จของต้นทุนมาแสดง จึงทำให้ผู้ค้าเกิดความเสียหาย

ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์จะให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเข้าไปช่วยพ่อค้า แม่ค้า เหล่านี้ และจะทำหนังสือถึงกรมสรรพากรเพื่อให้ทบทวนการคิดภาษีที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้




คุณอาจสนใจ

Related News