การเมือง

'บิ๊กตู่' ประเดิมภารกิจแรก ประชุมแก้น้ำท่วม 'บิ๊กป้อม' ฟิตจัด ลุยวันเดียว 4 จังหวัด

โดย panwilai_c

3 ต.ค. 2565

127 views

สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู ทำให้มีน้ำท่วมใน 17 อำเภอ 93 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายกว่า 7 พันครัวเรือน เกือบ 2 หมื่นคน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้รายงานสถานการณ์ในที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมร่วมกับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วม



ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ได้ขอบคุณทุกจังหวัดที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ตนเองยุติปฏิบัติหน้าที่ และขอบคุณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่รักษาการแทน และได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม



โดยวันพรุ่งนี้ (4 ต.ค. 65) พลเอกประยุทธ์ จะเดินทางติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุบลราชธานี ได้กำชับในห้องประชุมว่าไม่ต้องทำป้ายต้อนรับ เพราะไม่ใช่คนเรื่องมาก และพร้อมลงไปเยี่ยมประชาชนทุกที่เพราะแข็งแรงดี ขณะเดียวกันขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติไปตามแผนงานจัดการน้ำท่วม ที่ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ระยะต่อไปต้องเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ก็เป็นห่วงมากที่สุดเพราะปริมาณฝนมาก การระบายน้ำทำได้ช้า



โดยวันนี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย มอบหมาย ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาประชุมแทน โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลทหารในการช่วยบรรจุกระสอบทรายกว่า 2.5 ล้านใบตามที่กรุงเทพมหานครร้องขอ รวมถึงการประสานงานกับกรมชลประทานในการระบายน้ำในจุดสำคัญป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง



สำหรับการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกหลังยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีมากว่า 1 เดือน พลเอกประยุทธื ไม่ได้ตอบคำถามทั้งกรณีอนาคตทางการเมืองทีจะเป็นนายกรัฐมนตีได้เพียงอีกกว่า 2 ปี โดยบอกว่าอนาคตคืออนาคต รวมถึงจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งพบว่าพลเอกประยุทธ์ มีสีหน้ายิ่มแย้มแจ่มใส ก่อนเดินทางเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล



ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ก็กลับมาทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีวันแรก หลังรักษาการนายกรัฐมนตรี ก็ฟิตจัดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม 4 จังหวัด ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำมากขึ้น ทำให้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบแล้ว แต่พลเอกประวิตร ยืนยันว่าสถานการณ์ไม่เหมือนปี 2554 โดยที่ผ่านมาได้ทำการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เพื่อทำการระบายน้ำ รวมถึงผลักดันน้ำรองรับฝนในเดือนตุลาคม



ส่วนที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ที่เขื่อนดินกันน้ำเจ้าพระยาพังจนน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างหนัก รองนายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมแซมให้แล้วเสร็จไม่ให้กระทบประชาชน รวมถึงการช่วเหลือเยียยาผู้ประสบภัยต้องรวดเร็ว



พลเอกประวิตร เปิดเผยว่า กรมชลประทานยังควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในระดับ 2,600 ลบ.ม./วินาที และรองรับได้ราว 2,800 ลบ.ม./วินาที ยังมีทุ่งรับน้ำที่พร้อมรองรับน้ำได้อีก จึงต้องดูแลประชาชนที่ต้องมาอดทนกะบน้ำท่วมด้วย



ส่วนที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนรคศรีอยุธยา พลเอกประวิตร ได้กำชับข้าราชการให้ทำงานเพื่อประชาชน ยอมรับว่าปีนี้น้ำมากใกล้เคียงปี 2554 แต่ยังบริหารจัดการได้ไม่ให้ท่วมหนัก



สำหรับการลงพื้นที่ของพลเอกประวิตร มีรัฐมนตรีมาร่วมด้วย เช่นนายชัยวุฒิ ธนาคมนานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และพลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกทะรวงกลาโหม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ ร่วมเดินทางมากับพลเอกประวิตร ท่ามกลางการจับตาทางการเมือง ในความสัมพันธ์ ของพี่น้อง 3 ป ที่การำทงานวันแรก พลเอกประยุทธ์ มาประชุมร่วมกับพลเอกอนุพงษ์ ส่วนพลเอกประวิตร แม้จะแยกไปคนเดียว แต่ก้มีรัฐมนตรีและส.สงของพรรค และชาวบ้านมารอต้อนรับ

คุณอาจสนใจ

Related News