การเมือง

สรุปประเด็นนายกรัฐมนตรี ถูกอภิปรายมาราธอนคนเดียว นานกว่า 13 ชม.

โดย paweena_c

21 ก.ค. 2565

150 views

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่สามของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ใช้เวลาอภิปราย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวนานกว่า 13 ชั่วโมง มี ส.ส. อภิปรายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 15 คน


ประเด็นไฮไลท์ อยู่ที่การอภิปรายของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่กล่าวหานายกรัฐมนตรี เป็นอาชญากรไซเบอร์ ใช้สปายแวร์ เพกาซัส แฮ็กข้อมูลนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองกว่า 30 คน


จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดย ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวม 15 คน จนถึงเวลา 19 นาฬิกา ประเด็นสำคัญที่มีการอภิปรายไปแล้ว เริ่มจาก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ ที่เปรียบ พลเอกประยุทธ์ เหมือนคอมพิวเตอร์ตกรุ่น บริหารเศรษฐกิจแบบมัดตราสังข์ ใช้งบประมาณไปแล้ว กว่า 30 ล้านล้านบาท มากกว่าอดีตนายกรัฐมนตรี 28 คนรวมกัน



ต่อด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่อภิปรายคนแรกวันนี้ ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ บริหารประเทศ มาแล้ว 7 ปี 10 เดือน 27 วัน พิสูจน์แล้วว่าอยู่ไปก็ไม่เกิดประโยชน์ โดยได้นำพระพุทธรูปปางบิณฑบาต มาขอบิณฑบาต ให้พลเอกประยุทธ์ ปลดปล่อยประชาชนด้วยการลาออก



นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายในประเด็นค่าโง่คลองด่าน ที่กล่าวหาว่าร่วมมือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้รัฐต้องเสียหาย



ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังปล่อยให้มีระบบเส้นสาย โดยเฉพาะการบรรจุลูกสาวของนักการเมืองคนหนึ่งที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี


น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.พรรคเพื่อชาติ อภิปรายถึงการดำเนินนโยบายเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนรายใหญ่ ทำให้เกิดการทุจริตและความเหลื่อมล้ำ


ขณะที่การอภิปรายของ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล เป็นหนึ่งในไฮไลท์ ของวันนี้หลังจากที่กล่าวหาว่า พลเอกประยุทธ์ ปล่อยปละละเลยทำให้เกิดเครือข่ายทุจริตในกองทัพอย่างกว้างขวาง สร้างความเสื่อมเสียพระเกียรติยศในโครงการเฉลิมพระเกียรติ และมีจำสำนึกเผด็จการที่จงใจบ่อนทำลายประชาธิปไตย จากนั้นได้นำกระจกไปให้พลเอกประยุทธ์ ที่หน้าบัลลังก์ จนนายกรัฐมนตรีต้องลุกมาตอบโต้ ยอมรับว่า นางอมรัตน์ เป็นคู่ปรับแห่งปี แต่เปรียบเปรยด้วยว่า ตู่กับเตี้ย ความหมายต่างกัน


ต่อด้วย นายไชยา พรหมา ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายเรื่องปัญหาระบบบริหารจัดการท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออกในพื้นที่ EEC ที่ล้มเหลว



ขณะที่นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อเนื่องในคดีเหมืองทองอัครา เป็นครั้งที่ 5 เพราะคดียังไม่สิ้นสุด และพบว่ามีบุคคลลึกลับ 2 คน ที่เป็นเหมือนไอ้โม่งคอยรับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีเข้าไปครอบงำคณะกรรมการระงับข้อพิพาทกับบริษัทคิงส์เกต พร้อมเปิดเอกสารลับที่อ้างว่าเป็นหลักฐานเท็จเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมนำหลักฐาน ยื่น ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดพลเอกประยุทธ์ ต่อไป



นอกจากนี้ นายนิยม เวชกามา ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายเกี่ยวกับการบริหารจัดการในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการใช้งบกลาง กว่า 2 พันล้านบาท ในโครงการอบรมแต่กลับให้คนสนิทไปเรียกรับผลประโยชน์ภายหลัง



หนึ่งในประเด็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ จากพรรคก้าวไกล คือการอภิปรายของ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กล่าวหา พลเอกประยุทธ์ เป็นอาชญากรไซเบอร์ กรณีพบว่ามีการซื้อสปายแวร์ ระดับอาวุธสงครามร้ายแรง 3 ชนิดตั้งแต่ 2557-2565 หนึ่งในนั้นคือ เพกาซัส ที่ไอลอว์ได้เปิดเผยว่า มีนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักสิทธิมนุษยชน อย่างน้อย 30 คน ถูกแฮ็คโดยเพกาซัส และในรายงานของ citizen lab ยืนยันว่า มีการใช้ในหน่วยงานความมั่นคงของไทย และยังพบว่ามีการใช้เพกาซัส กับนักวิชาการ และนักการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล เช่นนายปิยบุตร แสงกนกกุล นางสาวพรรณิการ์ วาณิช และนางสาวเบญจา แสงจันทร์ แสดงให้เห็นถึงอันรายที่จะเกิดกับประชาชนด้วย


ขณะที่นายพิเชษฐ์​ เชื้อเมืองพาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายกรณีที่นายกรัฐมนตรีปล่อยให้เครื่องบินเพื่อนบ้านรุกล้ำอธิปไตย โดยไม่รับผิดชอบและไม่ปกป้องคนไทย


ส่วน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายการใช้อำนาจเผด็จการ ฉีกรัฐธรรมนูญทำลายประชาธิปไตย และยังทำให้รัฐสภาตกต่ำจนเกิดซีรีส์แจกกล้วยเลี้ยงงูเห่า เพื่อล่อซื้อ ส.ส.ให้โหวตกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองและแลกกับการอยู่ในอำนาจ


เช่นเดียวกับ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อเนื่องเรื่องการหวงอำนาจ โดยเฉพาะจากการปรับสูตรหาร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 100 เป็น 500

คุณอาจสนใจ

Related News