สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ธ.ค.65 เช็กยอด ส.ส.เหลือในสภา-โจรกลับใจคืนมือถือเณร-หมาโกลเด้นขย้ำตาป่วยติดเตียง

โดย thichaphat_d

16 ธ.ค. 2565

70 views

-ชูวิทย์ ติดเข็มยุติธรรมธำรง มอบดอกไม้ให้ สมศักดิ์ เป็นกำลังใจให้กระทรวงยุติธรรม พร้อมฝากคำถาม 5 ข้อถึง ผบช.น. ปมทำคดีตู้ห่าว-ผับจินหลิง

-ผบช.น.กางแผนทำงานโชว์สื่อ แจงยิบทุกประเด็นคาใจคดีทุนจีนสีเทา โต้ชูวิทย์ ไม่ได้จับยามเป็นแพะ เพราะตอนบุกค้น แสดงตนเป็นคนดูแล มีคลิปสอบปากคำชัด ส่วนไม่ดำเนินคดี “ฟอกเงิน” เพราะส่งให้ ปปง.ตรวจสอบ ย้ำทำทุกอย่างตามหลักฐาน ด้านรองโฆษกอัยการสูงสุด แจงรับคดีตู้ห่าวเป็นคดีพิเศษ เพราะ ผบช.น.ส่งหลักฐานมาให้ ไม่เกี่ยวกับที่ชูวิทย์ยื่นเรื่องมาก่อนหน้านี้

-ลูกสุนัขพันธุ์ผสมโกลเด้นฯ อายุ 2 เดือน ขย้ำคุณตาวัย 80 ปีที่นอนติดเตียง มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอ และใบหูฉีกขาด อาการสาหัส เลือดเต็มเตียง ลูกสาวสุดช็อก คาดสุนัขเข้ามาทางประตูที่เปิดไว้ รีบนำพ่อส่งโรงพยาบาล เจ้าของรับเก็บสุนัขจากข้างถนนมาเลี้ยง นิสัยดี ขี้เล่น ไม่เคยกัดคนมาก่อน หลังจากนี้ให้เจ้าหน้าที่นำไปดูแลต่อ เพราะกลัวก่อเหตุซ้ำ

สัตวแพทย์ ชี้สุนัขสายพันธุ์โกลเด้นเฟรนลี่ เป็นมิตรกับคนแก่ แทบไม่มีประวัติกัดคน คาดอาจเข้าไปเล่น แล้วกัดแทะจุดดึงดูดกลิ่น แนะ ตรวจสอบแผลชี้ว่าถูกกัดจากขมเขี้ยวหรือไม่

-3 คนร้ายซิ่งจักรยานยนต์สีแดง เข้าวัด วิ่งราวมือถือสามเณร ระหว่างยืนรอรถไปเรียนหนังสือ ก่อนแว้นหนีลอยนวล ก่อนสวมบทโจรกลับใจ คืนมือถือให้เณร พร้อมเขียนจดหมายร่ายยาวขอโทษ วอนอย่าเอาเรื่อง แต่ตำรวจลั่นยอมความไม่ได้ เพราะเป็นคดีอาญา

-ศาลพิพากษา จำคุก 18 เดือน อาบี อดีตผู้จัดการจั๊กจั่น คดีใส่ความสามีจั๊กจั่นมีโลก 2 ใบ แต่อาบีสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 9 เดือน ไม่รอลงอาญา เพราะเห็นว่าพฤติการณ์มีความร้ายแรง เนื่องจากการนำข้อความเท็จไปบอกกล่าวกับบุคคลผู้มีชื่อเสียง และไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขชื่อเสียงคุณเค ด้านจั๊กจั่นโพสต์ขอบคุณทีมทนายผ่านไอจี



เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง


-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับถึงไทย หลังเสร็จสิ้นการประชุมที่เบลเยียม ซึ่งก็เปรยถึงการเดินหน้าการเมืองต่อ ส่วนจะได้กลับมาหรือไม่อยู่ที่ประชาชน ซึ่งยอมรับถ้าไม่ได้ก็เสียใจ เพราะทำให้ประชาชนมีความสุขต่อไม่ได้

โดยเปิดใจกับผู้สื่อข่าว นานประมาณครึ่งชั่วโมง หลังเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป ที่ ประเทศเบลเยียม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง ซึ่งบางช่วง ก็ตอบคำตอบด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์

ท่านนายกฯ พูดถึงการลาออกของ ส.ส. และกรณีสภาล่ม โดยบอกว่า "ใครจะไปใครจะมา ใครจะลาออก ไปอยู่พรรคไหน ก็เรื่องของเขา เป็นเรื่องของสภาฯ ซึ่งตนได้ย้ำไปแล้ว และ “เขาก็ตอบรับว่า ครับ ครับ ครับ“ แต่ถึงเวลาไปไม่ครบ นายกฯทำไมไม่ควบคุม จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่ และเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ท่านนายกฯ ย้ำว่าการเมืองคือการเมือง การบ้านคือการบ้าน ประชาชนคือการบ้าน ที่ตนต้องทำให้เขา และพูดเป็นนัยยะว่า "เมื่อเลือกตั้งมาแล้วก็ให้ไปดูเอา ที่พูดกันมา ทำไปได้มากน้อยเพียงใด ถ้าได้ผมก็ดีใจ ถ้าไม่ได้ก็เสียใจ ซึ่งคำว่าเสียใจคือทำให้ประชาชนมีความสุขไม่ได้

ส่วนเมื่อถาม ถึงความชัดเจนเรื่องการไปพรรคใหม่ ท่านนายกฯ ได้ย้อนผู้สื่อข่าว ว่า "อยู่กันถึงวันนี้ยังไม่รู้เรื่องเลยหรืออย่างไรว่า คืออะไร จากนั้นผู้สื่อข่าวถามย้ำ แสดงว่าท่านตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ ท่านนายกฯ ตอบกลับว่า คิดเอาเอง ก่อนจะเดินออกจากโพเดียม และ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ถึงเวลาจะพูดเอง"


-พูดถึงระหว่างที่รอการประกาศ จากท่านนายกฯ ว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองใด ก็เริ่มมีสัญญาณมากขึ้น หลังเมื่อวานนี้ก็มีภาพการไปร่วมรับประทานอาหารกับ ส.ส.กว่า 40 คน ที่จะย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

ทั้งนี้มีรายงานว่าการรับประทานอาหารดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปประชุมที่ประเทศเบลเยียม โดยมี ส.ส.กว่า 40 คนจากหลายพรรค ทั้ง พรรคประชาธิปัตย์ / พรรคพลังประชารัฐ / พรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคก้าวไกล ที่จะย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และว่าที่ผู้สมัครส.ส.

เพื่อแสดงความจำนงค์ว่าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า อีกทั้งยังเป็นการให้ความมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กของ นายพงษ์ศักด์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ มีการโพสต์ภาพคู่กับ พล.อ ประยุทธ์ พร้อมข้อความ อ้อมกอดที่อบอุ่น และแฮชแท็ก #คนจริงใจ

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ในวันอังคารที่ 20 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันประชุมครม. จะมีการพิจารณาแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯและห้วหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แทนนายดิสทัต โหตระกิตย์ ด้วย

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวานนี้มีการจัดอบรมผู้สมัครส.ส.รุ่นที่ 1 ซึ่งจากนี้จะติวเข้มลักษณะนี้เป็นชุดๆ ชุดหนึ่งประมาณ 30 คน เพื่อเดินหน้าสู้ศึกการเลือกตั้ง

โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ย้ำ ว่าการลาออกของ ส.ส.ไม่กระทบพรรค และตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ยังยิ้มได้ แถมบอกตอนนี้ พล.อ.ประวิตร มีประสบการณ์ สามารถปรองดองสมานฉันท์ได้เกือบทุกพรรค ถือเป็นมืออาชีพได้แล้ว

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีกระแสข่าวเตรียมกลับเข้าพรรคพลังประชารัฐก่อนหน้านี้ โดยช่วงเย็นเมื่อวานนี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน คือ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ และ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อเข้ายื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งดำเนินการหลังจากที่ประชุมพรรคเศรษฐกิจไทยมีมติขับทั้ง 2 คนออกจากพรรค โดยตามกฎหมาย ยังคงมีสถานะเป็นส.ส. แต่ต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนุญ



-ส่วนกรณี 31 ส.ส. ยื่นใบลาออก เพื่อเตรียมย้ายพรรคก่อนการเลือกตั้ง เมื่อวานนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยจำนวน ส.ส. ในสภาฯ ล่าสุด หลังจากมี ส.ส.ลาออกไป พบว่า ปัจจุบัน มี ส.ส. ในสภาเหลือ 442 คน

โดย ส.ส. 442 คน ที่เหลือ แบ่งเป็น ฝ่ายรัฐบาล 250 คน ฝ่ายค้าน 192 คน ซึ่ง ฝ่ายรัฐบาล ยังมี ส.ส. มากกว่า ฝ่ายค้าน อยู่ 58 คน

และถ้าดูจากสัดส่วนขององค์ประชุม การจะเปิดประชุมได้ ต้องมี ส.ส. ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ จำนวน ส.ส. คือต้องมี 221 เสียงขึ้นไป เท่ากับว่า ตอนนี้ฝ่ายรัฐบาล มีเสียงปริ่มน้ำมากกว่าองค์ประชุมเพียง 29 เสียง อาจทำให้เกิดปัญหาสภาล่มได้บ่อยขึ้น

เรื่องนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เชื่อว่าการที่ ส.ส.ทยอยลาออก จะไม่กระทบการทำหน้าที่ของสภา แต่ขอเป็นกำลังใจให้สมาชิกที่เหลืออยู่ ให้มาทำงานกันต่อไป เพราะตอนนี้ ยังมีเวลา พอที่จะสามารถพิจารณากฎหมายต่างๆได้อีกหลายเรื่อง เพื่อไม่ให้เสียงบประมาณไปเปล่าๆ

ทางด้านรองประธานวิปรัฐบาล ส.ส. ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ก็ยืนยันว่า ในส่วนของรัฐบาลที่มีองค์ประชุมปริ่มน้ำอยู่ 29 เสียง จะไม่เป็นปัญหา มั่นใจว่า ฝ่ายรัฐบาล จะรักษาองค์ประชุมได้ ถึง 221 คน และเชื่อว่า ปัญหานี้จะไม่ส่งผลถึงขั้นเป็นเหตุผลในท่านนายก ยุบสภาฯ เพราะการยุบสภา เป็นเหตุผลของฝ่ายบริหารมากกว่า



-เกิดกรณีดราม่า ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล อีกครั้ง จากกรณีนโยบาย ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ที่เคยมีว่าที่ผู้สมัครของพรรคก้าวไกล ออกมาวิจารณ์ก่อนหน้านี้

โดยเรื่องนี้เป็นประเด็นอีกครั้ง หลัง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาทวิตข้อความถึงการให้สัมภาษณ์ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่พูดถึงความสัมพันธ์ ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย

ซึ่งนายพิธา ยืนยันกับสื่อมวลชน ว่า ก้าวไกล กับเพื่อไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด ตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบัน และหวังยังว่าในอนาคต สามารถเป็นรัฐบาลร่วมกันแบ่งงานกันทำได้

โดยนายภูมิธรรม ได้ ทวิตข้อความดังกล่าว พร้อมระบุว่า "โหนจ๊ะโหน คำพูด และการกระทำต้องสอดคล้องกันนะครับ""

หลังจากนายภูมิธรรมทวิตออกไป มีคนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก มีทั้งตำหนิ และเห็นด้วยกับนายภูมิธรรม บางคนบอกว่า ทำไม 2 พรรคไม่ร่วมมือกัน เป็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน แต่กลับมาขัดแย้งเสียเอง

ขณะที่บางคนมองว่า เรื่องนี้ก้าวไกลเป็นคนเริ่มก่อนออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพรรคเพื่อไทยก่อน นอกจากนี้ ยังมีบางความเห็นตั้งคำถามว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการร่วมรัฐบาล กับพรรคก้าวไกล ใช่หรือไม่

ด้านโฆษกพรรคก้าวไกล ส.ส.รังสิมันต์ โรม ให้ความเห็นถึงดรามาที่เกิดขึ้น ว่าบางเรื่องอาจจะเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่พรรคก้าวไกล พร้อมที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และขอว่าอย่าเพิ่งตัดมือของพรรคก้าวไกลออกไป


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/on209689C94

คุณอาจสนใจ

Related News