สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 8 ธ.ค.65 พปชร.เบรคมิ่งขวัญ-ซองใส่เครปจากกล่อง ATK-แจ้งจับน้องคะแนน เน็ตไอดอล

โดย thichaphat_d

8 ธ.ค. 2565

69 views

-ชูวิทย์ แฉยับอดีตผู้การ สตม. เพื่อนร่วมรุ่นบิ๊กโจ๊ก เอี่ยวแปลงวีซ่าให้ทุนจีนสีเทาแก๊งตู้ห่าว เข้ามาทำธุรกิจในไทย พร้อมเปิดเป็นมูลนิธิปรานต์ ฮั่นอวี่ บังหน้า ใช้อ้างทำวีซ่า ประเภทมูลนิธิ-เรียนภาษา กว่าสองพันรายในภาคอีสาน ส่วนเจ้าหน้าที่ ตม.รับทรัพย์อื้อ 1-3 แสนบาทต่อหัว

ด้าน สันธนะ หอบหลักฐาน เปิดงบดุลบริษัท ชูวิทย์ตั้งข้อสังเกตทำงบขาดทุนเลี่ยงภาษี เตรียมร้องสรรพากร ล่าสุดแจ้งความเอาผิดชูวิทย์ไปแล้ว 9 คดี

-เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน ยิงปะทะสนั่น เปา กระนวน พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน หลังขับรถหลบหนีการจับกุม ก่อนเหิมหนัก ควงปืน M16 3 กระบอก ยิงต่อสู้ตำรวจ ก่อนถูกรัวปืนวิสามัญฯ ดับกลางป่ามันสำปะหลัง ส่วนแฟนสาวได้รับบาดเจ็บ ด้านพ่อติดใจการทำงานของตำรวจที่ใช้อาวุธยิงลูกชาย และยังไม่ให้ดูศพด้วย

-เหยื่อแจ้งจับน้องคะแนน เน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่ หลังถูกสวมรอยบัตรประชาชน ใช้ชื่อ-สกุล รับงานเว็บพนัน เครื่องดื่นแอลกอฮอล์  จนถูกหมายเรียกหลายคดี พร้อมแฉ เน็ตไอดอลดังเป็นสาวสอง ชื่อนายนัญพล บุญมี ไม่ใช้หญิงตามที่อ้าง ทำหนุ่มๆ อึ้งทั้งวงการ ด้านผู้ก่อเหตุยังเก็บตัวเงียบติดต่อไม่ได้

-สาวโพสต์อุทาหรณ์ ซื้อเครปผ่านแอปดังมากิน ไม่ทันสังเกต ช็อกเจอซองใส่เครปทำจากกล่อง ATK สำหรับตรวจโควิด หวั่นกล่องถูกใช้งานมาแล้ว วอนแม่ค้า-พ่อค้าอย่าหาทำ ด้านกรมอนามัย ลุยสุ่มตรวจ หลังแม่ค้าใช้กล่อง ATK ห่อเครปญี่ปุ่น ชี้ไม่ถูกสุขอนามัย ห่วงสารเคมีตกค้าง เสี่ยงมะเร็ง แนะใช้กระดาษ Food Grade เท่านั้น

-หนุ่มแชร์ภาพป้ายเขตแก้ง่วง พร้อมป้ายคำถามดึงสติคนขับรถทางไกล แถมคำตอบหากอยากรู้ต้องขับรถไปต่ออีก 2 กิโลเมตร ชี้พอมีเวลาให้คิด แก้ง่วงได้ ด้าน ผอ.แขวงทางหลวงแจง เป็นการวิจัยร่วมกันของ 2 หน่วยงาน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการหลับใน นำร่องแล้ว 3 พื้นที่



เรื่องเล่าการเมือง

-ประเด็นร้อนจากกรณีที่พรรคเพื่อไทยโดย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร แถลงนโยบายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท และ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งคำถามดัง ๆ ว่าจะทำได้จริงหรือ จะเอาเงินมาจากไหน เมื่อวานอุ๊งอิ๊งต้องออกมาชี้แจงอีกครั้ง

โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า เข้าใจข้อกังวลของหลายฝ่าย เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศมีปัญหา หากขึ้นขึ้นค่าแรง 600 บาทต่อวันในขณะนี้ ทุกฝ่ายเดือดร้อนแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ

แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอเป็นวิสัยทัศน์ในปี 2570 หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท

แต่วันนี้ค่าแรงยังไม่สามารถขึ้น 600 บาทได้เพราะเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจดีขึ้นทุกอย่างจะปรับขึ้นตาม โดยพรรคตั้งเป้าทำให้จีดีพีของประเทศโตปีละ 5 เปอร์เซ็นต์

และย้ำว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำดังกล่าวไม่ใช่การใช้งบประมาณ และไม่ใช่ว่าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วจะขึ้นค่าแรง 600 บาททันที แต่จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจภาพรวมให้ดีขึ้น แล้วค่อยปรับขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได

ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตอบทันทีที่ถูกถามเรื่องนี้ว่า "เว่อร์!!" การพูดแบบนี้จะผลเสียหายต่อวงการอุตสาหกรรม เพราะบ้านเรายังเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก อยู่ ๆ มาขึ้นค่าแรงแบบเท่าตัวเขาจะอยู่กันได้อย่างไร แบบนี้ต้องเอาแรงงานต่างชาติมา ซึ่งก็ทำให้คนไทยตกงาน


-กรณีของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐและเป็นที่ฮือฮาถึงการเปิดตัว จะลงชิงแคนดิเดตนายกฯของพรรค ทำให้บรรดา ส.ส.ทั้งในพรรคและต่างพรรค ออกมาแสดงความเห็นจำนวนมาก อย่างนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ

ได้ย้ำถึงการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ว่า พรรคมีกลไก ที่จะต้องผ่านการพิจารณากรรมการบริหารพรรค และต้องผ่านการรับฟังความเห็นของ ส.ส.ในพรรคด้วย

แต่สิ่งที่นายมิ่งขวัญ พูดออกมา เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของคุณมิ่งขวัญเท่านั้น ไม่ได้มีผลผูกพัน หรือ ผูกมัดอะไรกับพรรค

ส.ส.รงค์ ยังบอกถึง สเปกของคนที่จะเสนอตัวมาเป็นแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ว่า จะต้องเป็นคนที่มีบารมีบริหารจัดการประเทศ จะมาเอะอะโวยวาย ใส่คนนู้นคนนี้ไม่ได้

เช่นเดียวกับ ส.ส.วีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า สิ่งที่นายมิ่งขวัญ พูดออกมาเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดของสมาชิกพรรค เพราะเป็นเรื่องที่ต้องหารือในกรรมการบริหารพรรค แต่ก็ยอมรับนายมิ่งขวัญ มีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับพรรคในการหาเสียงไม่มากก็น้อย

นอกจากนี้ยังมีความเห็นของนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน มองว่านายมิ่งขวัญ อาจจะถูกลดทอนความสามารถได้ เพราะไปอยู่ในองค์กรที่ไม่ใช่ อีกทั้งคนคนเดียว จะเข้าไปแก้ปัญหาของกลุ่มคนที่มีความคิดเดิมๆ ยิ่งเป็นไปได้ยาก



-ยังมีความเห็นกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงความชัดเจน ทางการเมืองว่าพร้อมอยู่ต่อถึงปี2568 หากจำเป็น

โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มองถึงความชัดเจน เรื่องนี้ว่า พลเอกประยุทธ์ อมพะนำมาตั้งนานกว่าจะบอกว่าจะอยู่ต่อ ก่อนหน้านี้เวลาถูกถามในสภาเรื่องอยากอยู่ต่อก็มักจะหัวฟัดหัวเหวี่ยง ว่าไม่ใช่

นายพิธา มองว่า ประเทศไทยตอนนี้ต้องการนายกรัฐมนตรีที่มีความพร้อมเต็มตัว ไม่มีโอกาสที่จะรอนายกรัฐมนตรีคนละครึ่ง ไม่ว่าจะคนละครึ่งในการบริหารจัดการ หรือคนละครึ่งของเวลาอยู่ต่อ เพราะเราต้องความต่อเนื่อง และคิดว่าไม่เหมาะสม พลเอกประยุทธ์ จะบริหารต่อในช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อตอนนี้

ขณะที่ประธานวิปฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย มองว่าสิ่งที่นายกฯพูดก็เป็นสิทธิที่สามารถพูดได้ ถือว่าชัดเจนดี ประชาชนจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่จะไปต่อขึ้นอยู่กับประชาชนมากกว่า ว่าจะทนกับอะไรเดิมๆไปอีก2 ปี ได้หรือไม่ เพราะ8ปีที่ผ่านมาได้เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร

ส่วนคนในพรรคพลังประชารัฐ อย่าง ส.ส.วีระกร คำประกอบ ก็มองว่าไม่แปลก ที่ท่านนายกฯจะมั่นใจอยู่ต่อได้ถึงปี68 เพราะท่านแน่วแน่ แต่เรื่องการบริหารเพียงด้านเดียว ในขณะที่งานด้านการเมือง เป็นหน้าที่ของพลเอกประวิตร ดังนั้นผลงานด้านบริหารที่ทำออกมา ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน


-เรื่องนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ไปปราศรัยด่า ส.ส.ว่า "โง่" เมื่อวานนายศุภชัย ถึงกับต้องยอมยกมือไหว้ขอโทษ ส.ส.ที่ไปพาดพิง กลางสภา และเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวาน นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทยได้ลุกขึ้นหารือกรณีที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปปราศรัยเรียกตนว่า "คนโง่" ระบุว่า ถือเป็นการกระทำที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิของสภา

แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม ได้ปรามว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาและไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพูดในลักษณะลดความสำคัญของคนอื่นแบบนี้ ไม่ควรใช้เวลาของสภามาถกเถียงกัน และนายศุภชัย ก็ได้มาหารือกับตนเพื่อที่จะขอโทษสมาชิกที่พาดพิงถึง แต่ตนเห็นว่าไม่ควรมาพูดในนี้อีก เพราะจะทำให้เสียเวลาของสภา

ขณะที่นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีพี่น้องประชาชนโทรศัพท์และส่งไลน์หาตน เรื่องนี้ถือเป็นความเสียหายของ คนสกลนคร จึงไม่สามารถนิ่งเฉยได้

นายศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งนั่งอยู่ในโซนที่นั่ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จึงลุกขึ้นชี้แจง โดยยอมรับว่า ขณะที่ปราศรัยอยู่นั้นอาจจะเพลินไปหน่อย ยอมรับว่าพูดจริง แต่ไม่ได้พูดว่าพี่น้องชาวสกลนคร และเป็นการปราศรัยในฐานะที่เป็นว่าที่ผู้สมัคร แต่เมื่อพูดไปแล้ว ผิดไปแล้ว ขอยอมรับ ขอกราบขออภัยในสิ่งที่พูด

จากนั้นนายศุภชัย ได้เดินไปในโซนที่นั่งของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและได้ยกมือไหว้ขอโทษ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมทั้งไหว้ขอโทษนายพัฒนาอีกครั้ง ซึ่งนายพัฒนารับไหว้ และเดินหนีออกจากบริเวณนั้น และออกจากห้องประชุมทันที



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/2pwRYwH1ZuM

คุณอาจสนใจ

Related News