สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 31 ต.ค.65 คนกรุงหนุนพิธาเป็นนายกฯ-คนไทยดับ 1 รายที่อิแทวอน-บอส ชนกันต์ เผลอดื่มน้ำยาฆ่าเชื้อ

โดย thichaphat_d

31 ต.ค. 2565

60 views

-คนไทยเสียชีวิต ‘โศกนาฏกรรมอิแทวอน’ 1 ราย เป็นหญิง วัย 27 ปี ไปเรียนภาษาได้ 2 เดือน ด้านกระทรวงต่างประเทศ แจ้งให้ญาติทราบแล้ว พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือจัดการศพ ด้านเกาหลีใต้แถลงยอดผู้สูญหาย พุ่ง 4,024 ราย ดับ 153 ศพ  มีแนวโน้มมีผู้เสียชีวิต ส่วนเจ้าหน้าที่เร่งระดมค้นหาผู้สูญหาย

-น้องเนิร์ส นักเที่ยวไทยในอีแทวอน เล่านาทีชีวิต ถูกกดหายใจไม่ออก เห็นผู้บาดเจ็บแห่ตะโกนให้ช่วยชี้ภาพติดตาคนร่วงตายต่อหน้า ด้านเจ้าตัวระบุถ้าล้มคงตายไปแล้ว ส่วนความปลอดภัยล้มเหลวไม่จำกัดคนเข้าจนเบียดเสียดพื้นที่จนเกิดโศกนาฏกรรม

-สันธนะ แฉกลับ เซียนพนันร้องสื่อถูกรีด 5 ล้าน เป็นแก๊งโกงบ่อน พบหลักฐานทำงานกันเป็นทีม ชี้วันเกิดเหตุ มาด้วยกัน 9 คน ก่อนถูกบ่อนจับ 7 คน ซึ่งได้เงินจากการโกง รวม 5 วัน กว่า 10 ล้านบาท โดยยืนยันว่าวันเกิดเหตุไม่ได้ใช้ถุงดำและทำร้ายร่างกายตามที่ผู้เสียหายอ้าง พร้อมเตือนสื่อมวลชน อย่าตกเป็นเครื่องมือของแก๊งนักพนัน

-เค ร้อยล้าน เข้าพบตำรวจตามหมายจับ ยอมรับสารภาพ ตบป้าเป้าจริง แค่สั่งสอน ไม่ได้ต้องการให้เกิดความรุนแรง ก่อนถูกคุมตัว นายเค ส่ง รพ.สมเด็จเจ้าพระยา เพราะมีหนังสือเรียกตัวไปรักษาอาการทางจิต ส่วนตำรวจเร่งนำผลตรวจทำสำนวนในการส่งฟ้องผู้ต้องหาควบคู่ต่อไป

-บอส ชนกันต์ เผลอดื่มน้ำยาฆ่าเชื้อเกือบหมดขวด หลังคนในบ้านใส่น้ำยาในขวดน้ำ ก่อนแม่บ้านเอาไปแช่เย็น ด้านแฟนสาวเผย วันเกิดเหตุ บอส หิวน้ำมาก หยิบขวดนั้นไปดื่ม รวดเดียวครึ่งขวด ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว



เรื่องเล่าการเมือง


-มีโพลที่น่าสนใจ เป็นของนิด้าโพล สำรวจเจาะพื้นที่ กทม. เป็นครั้งแรก ในหัวข้อ "คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ" ปรากฏว่า นายพิธา นำมาเป็นอันดับหนึ่งในส่วนบุคคลที่ชาว กทม.จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ตามมาด้วยพลเอกประยุทธ์ ที่มีคะแนนนำอุ๊งอิ๊งแบบหายใจรดต้นคอ

ในส่วนบุคคลที่คนกรุงเทพฯจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 เป็นคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล ร้อยละ 20.40 โดยคนกรุงเทพมองว่า เป็นคนรุ่นใหม่ มีความมุ่งมั่น มีความรู้ความสามารถ

ส่วน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในอันดับ 2 ร้อยละ 15.20 เพราะต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อันดับ 3 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.10 เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

แต่อันดับ 4 ร้อยละ 12.20 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ และอันดับ 5 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 7.70

ส่วนพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพฯจะเลือก แยกสำรวจเป็นในส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขต และ บัญชีรายชื่อ ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยนำมาทั้ง 2 ระบบ ตามมาติดๆ ด้วยพรรคก้าวไกล

โดยพรรคเพื่อไทย ได้ ร้อยละ 28.50 / พรรคก้าวไกล ร้อยละ 26.45

ทิ้งห่างพรรคพลังประชารัฐ ที่มาอันดับ 3 ที่ได้ร้อยละ 9.50 เท่ากับสัดส่วนของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ /และ

อันดับ 4 คือพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้อยละ 9.45

ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นอกจากอันดับ 1 และ 2 ที่ยังเป็นพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล

อันดับถัดไป ก็ยังเป็นพรรคพลังประชารัฐ และตามด้วยพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนกัน

นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ขอบคุณคนกรุงเทพที่สนับสนุนนายพิธา และพรรคก้าวไกล โดยมองว่าเป็นความสำเร็จจากการที่พรรคทำงานแบบถวายหัว

ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มองว่าผลสำรวจคนกรุงเทพฯ ที่พลเอกประยุทธ์ แพ้นายพิธา นั้น

เป็นเพียงเครื่องชี้วัดระดับหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด เชื่อว่าหลังจากประชุมเอเปค กระแสความนิยมของพลเอกประยุทธ์ บวกกับผลงานที่ผ่านมาจะทำให้พลเอกประยุทธ์ มีกระแสดีขึ้น



-ยังมีกระแสคัดค้านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้คนละ 1 ไร่ ที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม.ไปแล้ว

กรณีนี้เป็นร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ซึ่งผ่าน ครม.ไปเมื่อวันอังคารที่แล้ว (25 ต.ค.)

ส.ส.วรภพ วิริยะโรจน์ จากพรรคก้าวไกล ระบุว่า ข้อน่ากังวลหลักของเรื่องนี้ คือ เป้าหมายของรัฐบาลในการเพิ่มชาวต่างชาติ 4 กลุ่มเป้าหมายให้ได้ 1 ล้านคน ภายใน 5 ปี ซึ่งจะนำไปสู่ความต้องการซื้อบ้านและที่ดินเพิ่มขึ้นในประเทศไทยอีกเป็นหลายแสนยูนิต

สิ่งที่จะตามมาคือราคาบ้านและที่ดินที่จะสูงขึ้น โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่คนไทยอีกจำนวนมากไม่มีโอกาสแม้แต่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ จากราคาบ้านที่แพงขึ้นทุกวัน

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรจะมาควบคู่กันคือ สวัสดิการช่วยผ่อนบ้าน สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อช่วยให้คนไทยที่มีรายได้น้อย สามารถมีบ้านเป็นสินทรัพย์ของตนเองได้

เช่นเดียวกับ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ดินของประเทศไทย มีราคาถูกมาก เนื่องจากค่าครองชีพต่ำ หากให้ต่างชาติสามารถซื้อที่ดินด้วยเงื่อนไขง่ายๆ ถูกๆ อาจถูกคนชาติใหญ่ๆ เอาเงินที่ใหญ่กว่า มาซื้อได้ง่ายๆ แล้วเก็บไว้ให้ขึ้นราคาสร้างกำไร ที่ดินและบ้านจะมีราคาแพงขึ้นมาก คนไทยจะไม่มีบ้านอยู่ คือจะยากจนลง

จะคล้ายกับกรณีชาวนาไทยที่ยากจน ขายที่ดินให้คนในเมือง เพื่อนำเงินมากินมาใช้ แต่คนมีเงินในเมืองใหญ่ ซึ่งที่ดินไว้เก็งกำไร ซึ่งดีกว่าซื้อหุ้นซื้อพันธบัตร ทำให้มีที่ดินรกร้างว่างเปล่ามากมาย แต่คนยากคนจนไม่มีดินที่ทำกิน

ประเทศที่ต้องการความเจริญรุ่งเรือง ควรสร้างและขายผลผลิต (GDP) ให้ได้มากๆ ให้คนต่างชาติที่เก่งๆ ที่มีความรู้มาช่วยทำงาน มาช่วยลงทุน ให้มีการจ้างงานมากๆ เงินจากการขายที่ดินก็เป็นเพียงเงินโอน ไม่ได้สร้างงาน และไม่เป็นผลผลิตของชาติ



-นอกจากฝ่ายค้าน / คนที่เชียร์พลเอกประยุทธ์ มาโดยตลอด อย่างนายสิระ และ น.ส.ปารีณา ก็ออกมาคัดค้านแบบหัวชนฝา ไม่เห็นด้วยให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทย

ที่ผ่านมานายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่เป็นกองเชียร์ และคอยเป็นกันชนให้พลเอกประยุทธ์ ทั้งในและนอกสภามาตลอด แต่กรณีให้ต่างชาติซื้อที่ดิน นายสิระ ไม่เห็นด้วย และฝากถึงพลเอกประยุทธ์ให้ทบทวนมติครม. และอยากให้ฟังความเห็นจากประชาชนก่อนไม่ใช่มัดมือชก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศชาติ

พร้อมตั้งคำถามถึงพลเอกประยุทธ์ ยังจำคำพูดตัวเองที่ให้คำมั่นสัญญาในวันขึ้นปราศรัยหาเสียงเมื่อปี 2562 ได้หรือไม่ ที่ ระบุว่า "แผ่นดินนี้ให้ผมเกิด ให้ผมกินอยู่ ให้ผมหลับนอน ให้ผมมีอาชีพ ผมต้องรักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้กับลูกหลานในอนาคต"

นายสิระ บอกด้วยว่าจะไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบมติครม.ดังกล่าวว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาถึงผลดี ผลเสีย

เช่นเดียวกับ น.ส.ปารีณา ก็ไม่เห็นด้วย โดยได้แชร์คลิปติ๊กต๊อกที่มีการแสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ พร้อมระบุข้อความ ว่า "จากใจสลิ่มชื่อปารีณา ที่จะเป็น fc พลเอกประยุทธตลอดชีวิต ขอให้นายกฯโปรดฟังเสียงประชาชน ที่ไม่ต้องการแลกเงินลงทุนจากต่างชาติกับผืนแผ่นดินไทย สละไม่เอาเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ และสละได้แม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้ลูกหลาน อย่างที่บรรพบุรุษไทยเคยทำกันมา



-รองโฆษกรัฐบาล ชี้แจงว่า ต่างด้าวที่จะซื้อที่ดินได้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯกู้ชาติ ขณะที่เพจ "ลุงตู่ตูน" ก็ออกมาสนับสนุนว่า "ลุงตู่ไม่มีวันขายชาติ"

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่าไม่เห็นด้วยกับกฎกระทรวงเรื่องการซื้อที่ดินของคนต่างด้าว ว่า การให้สิทธิคนต่างด้าวถือครองที่ดิน 1 ไร่นั้น

มีการกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขอย่างเข้มงวด จึงลดเงื่อนไขระยะเวลาการลงทุนลงจาก 5 ปีเหลือ 3 ปี และหากผิดเงื่อนไขในรายละเอียดที่กำหนดจะต้องมีการขายคืนที่ดิน

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ในส่วนที่พรรคเพื่อไทยแถลงว่า "เนื้อหาของกฎกระทรวงปี 2545 ในเรื่องเดียวกันนั้น มีเนื้อหาที่เข้มงวดและกำหนดเงื่อนไขที่คนต่างด้าวซื้อที่ดินได้ยากกว่า" นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะกฎกระทรวงปี 2545 อนุญาตให้ "คนต่างด้าวทุกคน" ที่มีเงิน 40 ล้านบาทก็ซื้อที่ดินได้แล้ว แต่ ร่างกฎกระทรวงปี 2565 ใหม่นี้ อนุญาตให้เฉพาะ "คนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูง 4 ประเภทที่ได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว" เท่านั้น

อยากให้พรรคเพื่อไทยทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือ นายกฯที่กอบกู้ชาติ มาจาก นายกฯขายชาติ

ขณะที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก "ลุงตู่ตูน" ซึ่งสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกมาช่วยชี้แจงเรื่องนี้ โดยระบุว่า นายกฯลุงตู่ไม่มีวันขายชาติ เกียรติประวัติที่ผ่านมา สู้รบรักษาดินแดนของแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว

นายกฯลุงตู่ ยืนยัน กฎเกณฑ์ต่างๆที่ออกมาเป็นข้อกำหนด พิจารณาข้อดีข้อเสียรอบด้านแล้ว ที่สำคัญมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกำหนดให้ต่างชาติมีสิทธิซื้อที่ดิน พื้นที่ กทม. พัทยา และเขตเทศบาลเท่านั้น จึงไม่กระทบต่อภาคเกษตรกร

กฎหมายมีกรอบ 5 ปี หากในภายภาคหน้า ส่งผลกระทบในด้านลบ ก็สามารถยกเลิกการบังคับใช้ได้

ข้อกล่าวหาขายชาติจึงไม่เป็นความจริง เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง หยิบฉวยมาใส่ร้าย แต่ทำอะไร นายกฯลุงตู่ไม่ได้ เพราะทั้งชีวิตอาสามาปกป้องดินแดนไทย ไม่ได้ขายชาติเหมือนผู้นำในอดีตบางคน



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EkDvhq5mQ2s

คุณอาจสนใจ

Related News