สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 23 ก.ย.65 มาดามเดียร์ย้ายซบ ปชป.-สารเคมีรั่วไหลโรงงานนครปฐม-สาวทอมทุบรถป้ายแดง

โดย thichaphat_d

23 ก.ย. 2565

58 views

-คุณป้าร้องหลานสาววัย 17 ปี ถูก นักเรียนชายบุกขึ้นหอกักตัวเด็กติดโควิด ขืนใจหลานสาวต่อหน้าเพื่อนนักเรียนกว่า 30 คน  หลังเกิดเรื่องโรงเรียนกลับขอให้ปิดข่าว และสรุปว่าเป็นการสมยอมกัน พร้อมยื่นข้อเสนอให้เซ็นยินยอมฉีดยาคุมเด็ก ตระเวนร้องเรียนหลายหน่วยงานไร้ความคืบหน้า เยาวชนวัย 17 ยืนยัน ไม่ได้สมยอม

-สุดจะทน! สาวทอมเดือด คว้าชะแลงทุบรถ หน้าศาลากลางเมืองย่าโม ซื้อรถป้ายแดงเงินสดล้านสี่ วิ่งแค่ 938 โล พังสารพัด ศูนย์อ้างปกติ ฟอร์ดร่อนหนังสือแจง แนะนําให้ลูกค้าถอดอุปกรณ์เสริม แต่ลูกค้าไม่พอใจ พยายามไกล่เกลี่ยแล้วแต่ไม่ได้ผล ย้ำมุ่งมั่นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

-ร่ำไห้ทั้งครอบครัว นายเอ็มที่ก่อเหตุจัดฉากเป็นไรเดอร์ชิงเงิน ตรงเข้าไปกอดลูกสาววัย 9 เดือน ระหว่างเดินเข้าห้องขัง ขณะที่แม่โผเข้ากอดทั้งน้ำตา เปิดใจ น.ส.บี เป็นคนดีช่วยเหลือน้องมาตลอด ส่วนนายเอ็ม มักเป็นคนดื้อรั้น เชื่อเป็นคนชักชวนให้พี่มาก่อเหตุ พร้อมกราบขอโทษบริษัท และคนเจ็บที่เกิดเหตุขึ้น วอนลูกทั้ง 2 พ้นโทษแล้วกลับตัวเป็นคนใหม่

-สารเคมีรั่วไหลจากโรงงานในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม กลิ่นฟุ้งกินรัศมีกว่า 10 กิโลเมตร ชาวบ้านสูดดมกลิ่นสารเคมี หายใจไม่ออก-แน่นหน้าอก แขนขาหมดแรง

โรงเรียนในพื้นที่ศาลายา และ อ.บางใหญ่ นนทบุรี ต้องปิดการเรียนการสอน พร้อมให้ผู้ปกครองรีบมารับเด็กกลับบ้าน หลายคนเผยกลิ่นแรงจนเวียนหัว ด้านผู้บริหารโรงงานยันเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ทำธุรกิจนี้มาไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้มาก่อน  

-ผวาทั้งบ้าน! สุนัขพันธุ์พิตบูล 2 ตัววิ่งตรงเข้ามาในบ้าน ที่ จ.เลย จนเจ้าของบ้านต้องถอยหนี กลัวสุนัขเข้ามากัด ใช้ไม้ไล่ก็ไม่เป็นผล กลับเข้ามาเห่าขู่ ต้องยื้ออยู่นานหลายนาทีกว่าสุนัขจะออกจากรั้วบ้าน วอนเจ้าของดูแลสุนัขให้ดี เพราะหลุดแบบนี้ประจำ หวั่นครั้งหน้าอาจไปทำร้ายเด็ก หรือ คนชราได้



เรื่องเล่าการเมือง

-วันนี้ต้องจับตา การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ โดยพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ ยุบ ศบค. หลังจากกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ โควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้

พลเอกสุพจน์ มาลานิยม ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการ ศบค. หรือ ศบค. ชุดเล็ก เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก เห็นชอบเสนอ ให้ ศบค. ชุดใหญ่ พิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยหาก ศบค.ชุดใหญ่ เห็นชอบ จะส่งผลให้ มีการยุบศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ด้วย เพื่อไปใช้กฎหมาย ปกติ ควบคุมสถานการณ์แทน

ทั้งนี้เหตุผลสำคัญ คือต้องการให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศกลับมาสู่ภาวะปกติ และอยากให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้ แต่ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน หากยกเลิกแล้ว ยังต้องมีมาตรากรป้องกันตัวเอง เพราะยังมีคลัสเตอร์ย่อยเกิดขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อคุมสถานการณ์โควิดนี้ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และมีการขยายเวลาบังคับใช้มาแล้วทั้งหมด 19 ครั้ง



-เรื่องเส้นทางการเมืองของ มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ที่คาดเดากันหลัง ออกจากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวานนี้ชัดเจนแล้ว เธอย้ายไป สมัครสมาชิก เตรียมลงเลือกตั้ง ส.ส. ในนามของพรรคประชาธิปัตย์

บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้ บรรดาผู้บริหารพรรค นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคมาต้อนรับ มาดามเดียร์ ด้วยตัวเอง มีการคล้องพวกมาลัย และมอบบัตรสมาชิกพรรคตลอดชีพให้ ก่อนเข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม เป็นสมาชิกพรรคเต็มตัว

ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผล ที่ตัดสินใจย้ายมาพรรคประชาธิปัตย์ ว่าศรัทธาในความเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรค ที่อยู่เคียงข้างประชาชน มา 76 ปี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีเสรีภาพทางความคิด ไม่มีใครมาผูกขาดความเป็นเจ้าของหรือครอบงำได้ ส่วนการลงสมัคร ส.ส. ก็ขึ้นอยู่กับพรรคตัดสินใจ ว่าจะให้ลงเลือกตั้งในรูปแบบใด

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชื่นชม มาดามเดียร์ ว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ทั้งงานการเมือง การบริหารสื่อ บริหารทีมฟุตบอล ทำให้เป็นโอกาสดี ที่พรรคจะมีนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพเข้ามา เข้าเสริมความแข็งแกร่ง ส่วนการลง เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหน้า คุณจุรินทร์ เปิดเผยว่า มาดามเดียร์ มีความประสงค์ขอลงสมัคร ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อ

ส่วนอีกท่านที่ แสดงความยินดีกับ มาดามเดียร์ คือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี โดยพลเอกประวิตร ยืนยันว่า ตอนมาดามเดียร์ อยู่พรรคพลังประชารัฐ ได้ดูแลเป็นอย่างดี



-ความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองอื่น เมื่อวานพรรครวมไทยสร้างชาติไปเปิดสาขาพรรคแห่งแรกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศปักธงภาคใต้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่สมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเป็นที่แรก โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สุราษฎร์ธานี มาร่วมงานกับพรรค นายพีระพันธุ์ แสดงงความมั่นใจว่าทางพรรคจะมี ส.ส.ในภาคใต้ ปักธงภาคใต้ได้

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาพบกับชาวสุราษฎร์ พร้อมแนะนำสมาชิกจาก กทม. และบอกว่า แม้จะเป็นพรรคใหม่แต่บุคลากรล้วนเป็นคนเก่า และตั้งใจจะดูแลประชาชน ชาวสุราษฎร์ และทั่วประเทศ

ขณะที่พรรคสร้างอนาคตไทย เมื่อวานได้เปิดนโยบาย "4 โซลาร์" ชูความมั่นคงด้านพลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ เลขาธิการพรรค ระบุว่า การบริหารจัดการนโยบายพลังงานที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการผิดพลาดครั้งใหญ่ พร้อมตั้งคำถามว่า กำลังการผลิตส่วนเกินจากเอกชนใครได้ประโยชน์



ส่วนพรรคไทยสร้างไทย นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรค แถลงข่าว ล่ารายชื่อประชาชน 5 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. และ เข้าชื่อ 2 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอร่างกฎหมายปลดล็อคใบอนุมัติ อนุญาต และขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน



-มีความคืบหน้าเรื่องร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่อยู่ในความสนใจของสังคม ล่าสุดคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แต่ที่ต้องจับตาคือมี ส.ส.ท่านหนึ่งเสนอให้ตัดเนื้อหาของร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกลทุกมาตรา

เมื่อวานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คู่ชีวิต และ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม แถลงว่า คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเสร็จแล้ว โดยไม่ปัดตกร่างใดร่างหนึ่ง และจะบรรจุเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 ของสภาฯ ในเดือนพฤศจิกายน นี้

อย่างไรก็ตาม นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ แถลงว่า ขอให้ทุกคนจับตาการพิจารณาในสภาฯ เนื่องจากมี ส.ส.ท่านหนึ่งสงวนความเห็นเสนอให้ตัดเนื้อหาในร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกลทุกมาตรา ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นหัวเชื้อเพื่อให้ที่ประชุมปัดตกร่างสมรสเท่าเทียมหรือไม่

จากการตรวจสอบ พบว่า ส.ส.ที่สงวนความเห็นดังกล่าว คือ นายวิรัช พันธุมะผล รองประธานกรรมาธิการจากพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้เจ้าตัวระบุว่า เนื่องจากเนื้อหาในร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีอยู่ใน ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตแล้ว จึงไม่ต้องการให้ไปเขียนซ้ำไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อีก

อย่างไรก็ตาม นายวิรัช ระบุว่า จะไม่ผลักดันเรื่องนี้มากเมื่อเข้าสู่การพิจารณา เพราะไม่ใช่นโยบายของพรรค



-ภารกิจการ รองนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 77 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เมื่อวานนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เข้าร่วมเวทีคู่ขนาน ในการประชุมระดับรัฐมนตรีประจำปี ครั้งที่ 3 ของกลุ่มเพื่อนเพื่อการคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าและสุขภาพโลก

โดยมีนายเท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr.Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เข้าร่วมด้วย

นายดอน กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อเป็นรากฐานของระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างเท่าเทียม โดยไม่ประสบปัญหาทางการเงิน

และในปีนี้ประเทศไทยจะกลายเป็นที่ตั้งของศูนย์อาเซียนสำหรับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ (ACPHEED) ที่จะเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศในระดับภูมิภาค จัดเตรียม ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพที่กำลังเกิดขึ้นด้วย


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OnHsokAVJ20


คุณอาจสนใจ

Related News