สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 8 ส.ค.65 อนุทินลั่นพร้อมเป็นนายกฯ-กระบะชนลากวิน จยย.-พวงหรีดโผล่วางหน้าผับ

โดย thichaphat_d

8 ส.ค. 2565

47 views

-ระทึกกลางถนน กระบะเมาซิ่ง พุ่งชนวินมอเตอร์ไซค์ลากไปไกลกว่า 300 เมตร ตำรวจตามสกัดวุ่น คนขี่วินเผยนาทีชีวิตกระโดดหนีทัน ทิ้งรถรอดตายหวุดหวิด คนขับกระบะ อ้างตกใจ หลังขับชนรถอีกคัน และถูกเจ้าของตามไล่ล่า จึงตั้งใจหลบหนี ตามคาดผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งปรี้ด สูงถึง 283 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น

-พวงหรีดปริศนาโผล่วางหน้าผับมรณะ “เมาน์เท่น บี” พร้อมป้ายข้อความ "R.I.P.เจ้าของกิจการ" ญาติเหยื่อ หวั่นเรื่องเงียบไร้การเยียวยา ซ้ำรอยซานติก้าผับ วอนเจ้าของรับผิดชอบมากกว่าแค่เงินทำศพ 5 หมื่นบาท โวยผับไม่มีระบบเซฟตี้ที่ดี ด้าน ผู้การฯ เมืองชลบุรี ยัน ‘เสี่ยบี’ เป็นเจ้าของผับตัวจริง เตรียมนำเครนรื้อหลังคาออกวันนี้ เพื่อให้ พฐ.ตรวจสอบระบบไฟภายในอย่างละเอียด ขณะที่ทนายความเร่งหาเงินสด 1 ล้านบาท ยื่นขอประกันตัว “เสี่ยบี” ตำรวจแยกขังเดี่ยว เผยสภาพจิตใจยังย่ำแย่

-ผู้ว่าฯชัชชาติ ย้ำผับ บาร์ทั่วกรุงฯ ตกมาตรฐานความปลอดภัย 83 แห่ง จาก 400 แห่ง จี้ เร่งแก้ไข ถ้าไม่แก้ สั่งปิดถาวร เขตจตุจักรครองแชมป์ เขตเดียว 49 แห่ง เตรียมซุ่มลงพื้นที่ตรวจซ้ำ

-สธ.ยันไทยยังพบผู้ป่วยฝีดาษลิง 4 ราย ต่าวชาติ 2 คนไทย 2 ส่วนนักเท่องเที่ยวหนุ่มชาวฝรั่งเศส ผลตรวจเป็นลบ แต่รอผลยืนยันซ้ำจากจุฬาฯ อีกรอบ ส่วนวัคซีนป้องกันฝีดาษลิงลอตแรก คาดถึงไทยปลายเดือนนี้

-แม่สุดทนร้องเพจดัง ลูกชายวัย 12 ปี ถูกบังปล่อยเงินกู้อุ้มไปทำอนาจาร ในบ้านร้างย่านบางเขน จนอวัยวะเพศอักเสบ ยอมรับกู้เงินหลายครั้ง ล่าสุด 4 พันบาท แต่ผ่อนจ่ายเกือบหมด เหลือยอดไม่ถึง 1 พัน ยัน เอาเรื่องให้ถึงที่สุด ลั่นควรถูกส่งตัวกลับประเทศ หวั่นก่อคดีซ้ำ

-ทอมหึงโหด ซ่อนตัวในเก๋งแฟนสาว หวังเคลียร์ใจ ฝ่ายหญิงพยายามหนีเอาชีวิตรอด ยอมทิ้งรถ วิ่งหนี กระโดดขึ้นกระบะพลเมืองดีให้ช่วยส่งโรงพยาบาล ทอมโหดยังไม่จบ ตามขึ้นกระบะ สาดน้ำกรด ใช้กริชแทง 40 แผล จนเสียชีวิต เจ้าตัว สารภาพ ทำไปเพราะหึงหวง กลัวแฟนสาวจะมีรักใหม่

-สุดเศร้า ปู่ถอยรถทับหลานสาววัยขวบเศษดับ เจ้าตัวเสียใจหนัก เอาขวดฟาดหัว วิ่งเอาหัวชนกำแพงบ้านจนเลือดอาบ ก่อนตัดสินใจจบชีวิตภายในห้องนอน ญาติเผย เด็กชอบเล่นกองทรายหน้าบ้าน ก่อนเกิดเหตุปู่กับย่าจะพากันไปตลาด ด้วยความรีบร้อน จึงไม่ทันดูว่าหลานนั่งเล่นอยู่ จนเกิดเหตุสลด


เรื่องเล่าการเมือง

-ช่วงนี้แทบทุกพรรคเมืองมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง จุดใหญ่สุดเมื่อวานคือ ที่เชียงราย ที่พรรคเพื่อไทยยกทัพไปจัดกิจกรรม "เพื่อไทย มาเหนือสุด"

โดยขนแกนนำพรรคเพื่อไทยนำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค / นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย / นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย เพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย ของพรรค โดยให้แต่ละคนขึ้นพูดขายแนวคิดและนโยบายของพรรคในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงราย

จากนั้นเป็นคิวของแกนนำพรรค นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า แม้พรรคเพื่อไทย จะถูกมัดเท้าด้วยกติกาไม่เป็นธรรม ปิดกั้นทุกอย่างเพื่อไม่ให้เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล แต่เพื่อไทยก็ยังเดินได้และวันนี้ไม่ได้มีขาเดียวยังมีอีกขาคือครอบครัวเพื่อไทย และตอกย้ำว่ารัฐบาลกลัวอย่างหนักว่าพรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์

ขณะที่นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้งอีกกี่สิบครั้งก็มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถชนะแบบแลนด์สไลด์ได้ และหลังจากลงจากเวที น.ส.แพทองธาร ก็ให้สัมภาษณ์ ย้ำความมั่นใจอีกรอบ

ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกรัฐบาล ออกมาตอบโต้พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า กรณีที่ นพ.ชลน่าน ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หวาดกลัวยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ถึงขนาดส่งสัญญาณเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จากหาร 100 ให้เป็นหาร 500 ว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งตนชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่านายกฯไม่มีอำนาจไปสั่งการใด ๆ ได้

นายธนกร ระบุว่า สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีวุฒิภาวะ ไม่มีใครไปสั่งการได้ อย่าเอานิสัยของพรรคตัวเองที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ด้วยคนเพียงคนเดียวมาเป็นบรรทัดฐาน ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่คิดเคารพกติกา กล้าเล่นเกมล่มองค์ประชุมสภา โดยไม่สนความเดือดร้อนของประชาชน เชื่อว่าประชาชนดูออกว่าพรรคเพื่อไทยอยากได้แลนด์สไลด์เพื่อหวังจะช่วยเหลือใคร



-อีกพรรคที่ลงพื้นที่เมื่อวาน คือ พรรคภูมิใจไทย ยกทัพไปที่ จ.ลพบุรี หัวหน้าพรรค คือ นายอนุทินประกาศพร้อมเป็นนายกฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้นำทัพไปที่ จ.ลพบุรี เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค และ ประกาศว่า จังหวัดไหนได้ ส.ส.ยกจังหวัด จังหวัดนั้นจะได้เป็นรัฐมนตรี เพราะจะสามารถประสานงานได้อีก1 ระดับ ให้มีความคล่องตัวในการจัดสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชน

การเลือกตั้งครั้งหน้าจึงขอให้เลือกผู้สมัครของพรรคทั้งหมด หากพรรคได้ส.ส. แบบยกจังหวัด เพื่อการเติบโตก้าวกระโดด แบบจังหวัดบุรีรัมย์ และปราจีนบุรี หากพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งมาจำนวนมากพอ ก็พร้อมเป็นนายกฯ

ส่วนพรรคก้าวไกล เมื่อวานไม่ได้ลงพื้นที่ แต่มีการจัดเสวนาในหัวข้อ "ก้าวไกล NEXT" พูดคุยถึงอนาคตของพรรคก้าวไกลยุทธศาสตร์การเลือกตั้งครั้งต่อไป นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายพิธา กล่าวว่า พรรคต้องทำงานให้หนักมากขึ้น จากนี้จะตระเวนไปทุกภูมิภาคเพื่อระดมความคิดเห็น ก่อนที่จะมีเวทีใหญ่วันที่ 28 สิงหาคม และจะเปิดแคมเปญใหญ่ในวันที่ 9 เดือน 9

ขณะที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคตั้งเป้าเก็บ ส.ส.เขตให้ได้ 100 ที่นั่ง เพื่อเป็นรัฐบาล มั่นใจพรรคจะเติบโตขึ้นกว่าที่ผ่านมาแน่นอน

ปมสูตร 500 สูตร 100 ที่พรรคเพื่อไทยประกาศไม่เป็นองค์ประชุมในการพิจารณา ทำท่าจะกลายเป็นปัญหาในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อสมาชิกพรรคเสรีรวมไทยเตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ส.ส.ที่จงใจทำสภาล่ม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ถึงเรื่องการพิจารณาร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ว่า "เราจ่ายภาษีให้ท่านมาทำงาน ไม่ใช่ให้มาเล่นขายของ โลเลกลับไปกลับมา ดึงการประชุม ล้มการประชุมแบบไม่รับผิดชอบ"

และหยิบยกข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ส.และกรรมาธิการ ว่า ที่สำคัญ คือ ส.ส.และ กรรมาธิการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเสียสละโดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด ต้องไม่ขาดการประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่ในกรณีเจ็บป่วยหรือสุดวิสัย

ทั้งนี้ นายสมชัย ระบุว่า หากการประชุมร่วมของรัฐสภาในวันที่ 10 สิงหาคม มีการดึงการประชุม หรือ การล้มประชุม จะขอใช้สิทธิยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนความผิดฐานจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง หาก ป.ป.ช.เห็นตรงกันและส่งศาลฎีกา ศาลรับฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากพิพากษาว่าผิด ต้องพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี

ต้องรอดูว่าพรรคเพื่อไทยจะว่ายังไง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าสำหรับพรรคเสรีรวมไทย หากเป็นสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 500 ก็จะได้ประโยชน์มากกว่าสูตร 100 ที่พรรคเพื่อไทยอยากได้



-เรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเป็นประเด็นร้อนมากขึ้น เพราะใกล้ถึงวันที่ 24 สิงหาคม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯครั้งแรกเมื่อปี 2557

เมื่อวานนิด้าโพล เปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง "8 ปี นายกรัฐมนตรีกับอนาคตทางการเมืองของ 3 ป." สำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จากทุกภูมิภาค 1,312 ตัวอย่าง

ประเด็นแรก ถามถึงความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯไม่เกิน 8 ปี พบว่า

- ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 64.25 เห็นว่า นายกฯ ควรประกาศว่า 8 ปี คือ อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 24 สิงหาคม นี้

- ขณะที่ ร้อยละ 32.93 ระบุว่านายกฯควรรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องนี้

ประเด็นที่ 2 คือ เรื่องบทบาท "3 ป." คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ/ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย / และ พล.อ.ประยุทธ์ ในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า

- เกินครึ่ง คือ ร้อยละ 55.18 เชื่อว่าทั้ง 3 ป. จะไม่มีบทบาททางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล

- ขณะที่ ร้อยละ 27.36 เชื่อว่า พลเอกประวิตร จะมีบทบาท

- รองลงมา คือ พลเอกประยุทธ์ และ พลเอกอนุพงษ์

และเมื่อถามว่าในกลุ่ม 3 ป. ประชาชนต้องการให้ใครมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า

- มากถึง ร้อยละ 80.03 ระบุว่า ไม่ต้องการให้ทั้ง 3 ป. มีบทบาท

- ส่วนที่ต้องการให้มีบทบาท / มากที่สุดคือร้อยละ 14.25 คือ ต้องการให้พลเอกประยุทธ์ มีบทบาท และ รองลงมา คือ พลเอกประวิตร ร้อยละ 7.39 / และ พลเอก อนุพงษ์ ร้อยละ 7.16

สำหรับเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯไม่เกิน 8 ปี นั้น นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า ฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นนี้ภายในวันที่ 17 สิงหาคม นี้ คือก่อนจะถึงวันที่ 24 สิงหาคม ที่มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ มาครบ 8 ปี เป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยจะขอให้ศาลสั่งคุ้มครองประเทศ โดยให้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวระหว่างรอคำวินิจฉัยด้วย



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BDwzUztIS5U

คุณอาจสนใจ

Related News