สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 มิ.ย.65 หวิดวางมวยในสภา-แห่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาท-ดรามาเพจหมามะเร็ง

โดย thichaphat_d

3 มิ.ย. 2565

49 views

-ทนายเดชา ร้องเสรีพิศุทธ์ สอบจริยธรรม มงคลกิตติ์ ลั่นจะทำให้ ส.ส.มาเฟีย หลุดเก้าอี้ เซ่นปมคลิปขู่กระทืบ ด้านเสรีพิศุทธ์ ชี้พฤติกรรมแบบนี้เข้าข่ายอั่งยี่ซ่องโจร ขอโทษแทนเพื่อน ส.ส. ยันดำเนินการไม่ละเว้น

-มงคลกิตติ์ เสียงสั่น กระชากบัตร ส.ส.ทิ้งกลางสภา พร้อมแลกตำแหน่ง – ติดคุก เพื่อช่วยคคีแตงโม ปัดเป็นอั้งยี่ซ่องโจร ก่อนยกกลอนศรีปราชญ์ ฝากถึงทีมทนาย ระวังดาบนั้นคืนสนอง

-ทนายรัชพล ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบจริยธรรม ส.ส.เต้ เข้าข่ายผิดจริยธรรมชัดเจน จวก ไม่ต้องถอดบัตร ให้ยื่นลาออกเลย ชี้ ไม่ต้องเป็น ส.ส.ก็ช่วยคดีได้ หากทำด้วยใจ เพราะตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ “ตำนาน ส.ส.กร่าง ยังอยู่ตลอดไป”

-ศรีสุวรรณ ไม่หวั่นหลังทนายอนันต์ชัย เตรียมยื่นเพิกถอน สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดจากวัตถุประสงค์ ลั่นไม่สะทกสะท้าน พร้อมเดินหน้าตรวจสอบนักการเมืองต่อ ฝากเตือนทนาย อย่าทำอะไรเกินเลย เข้าข่ายหมิ่นประมาทตน

-รถบัสรับส่งพนักงาน จังหวัดระยอง ถอยหลังทับจักรยานยนต์นักศึกษาสาว เสียชีวิตใต้ท้องรถ 1 สาหัส 1 คนขับช็อก นั่งร้องไห้ตัวสั่นเสียใจข้างรถบัสรอมอบตัวตำรวจ อ้าง ขับเลยจุดจอดเลยถอยรถไม่ทันเห็นจักรยานยนต์ที่ขับตามมา ทำเกิดเหตุสลดขึ้น

-เจ้าของเพจหมามะเร็ง โต้ทุกดรามา ไม่เคยปลอมใบเสร็จโรงพยาบาล หรือ ยักยอกเงินบริจาค ส่วนที่ขับรถหรู เปิดร้านอาหาร ก็เป็นสิทธิ์ในการใช้ชีวิต แต่ที่โพสต์ยุติเพจ เพราะเครียด หลังเงินบริจาคเหลือไม่ถึง 2 หมื่นบาท ท้าสาบานช่วยเหลือหมาทุกตัวจริง ตรวจสอบได้ แต่ยอมรับถูกด่าจนท้อ ลามปามถึงคนใกล้เคียง สั่งทนายรวบรวมข้อมูลฟ้อง

-อนุทิน ยอมรับยอดโควิดพุ่ง หลังเปิดสถานบันเทิง สั่งสาธารณสุขป้องกันแล้ว เน้นย้ำนักเที่ยวฉีดวัคซีนเข็ม 3 – 4 ก่อนตระเวนราตรี ลั่นถ้าไม่ฉีดแล้วไปเที่ยวถูกจับได้ ถือว่าผิดกฎหมาย วอนสถานประกอบการคัดกรองให้ดี

-คอหวย แห่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันแรก ยอดพุ่งทะลุล้านใบ / ผู้ค้าเผย คนสูงวัยบางคนยังงง ซื้อไม่เป็น บางส่วนอยากได้สลากใบจริงมากกว่า ด้าน นอท กองสลากพลัส โพสต์ฟาด ถูกก๊อปปี้แพลตฟอร์ม แฉคนได้ประโยชน์คือธนาคารกรุงไทย



เรื่องเล่าการเมือง

-การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 มาดุเดือดในวันสุดท้าย ไม่ใช่ดุเดือดในเนื้อหา แต่เพราะเกือบจะมีการวางมวยระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลด้วยกัน

เหตุเกิดช่วงประมาณ 21 นาฬิกา หลังนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายจบ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า นายชาดาไม่มีชื่อในคิวอภิปราย และมีการกล่าวว่า "ท่านไม่ชอบประชาชนชั้น 2 แล้วท่านเป็นประชาชนชั้น 1 หรือ หากไม่เคารพกติกาในสภาแห่งนี้จะวุ่นวาย"

นายชาดา จึงขอชี้แจง แต่นายสุชาติ บอกว่าเป็นการประท้วงประธาน และชี้แจงว่าชื่อของนายชาดา อยู่ในเอกสารของประธาน จึงเรียกตามรายชื่อแต่นายณัฐวุฒิ ยังโต้แย้ง / นายชาดา จึงพยายามจะชี้แจง และถามนายณัฐวุฒิมีปัญหาอะไรกับตน ดูบรรยากาศช่วงนั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ด้านหนึ่ง ส.ส.คิวต่อไปจะลุกขึ้นอภิปราย แต่อีกด้าน นายชาดา พร้อมกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จำนวนหนึ่งได้เดินตรงไปหา นายณัฐวุฒิ และต่อมามีการรายงานข่าวออกมาว่ามีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น และนี่คือคลิปที่ ส.ส. บางท่านได้ถ่ายไว้ (ไม่มีภาพจากกล้องสื่อมวลชน เพราะช่วงโควิด ผู้สื่อข่าวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพในห้องประชุม ในห้องประชุมจะมีเฉพาะภาพจากกล้องสภาเท่านั้น) ในภาพ ไม่ชัดเจนว่ามีการลงไม้ลงมือกันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ต่อมานายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น ซึ่งตนอยู่ในเหตุการณ์ ส่วนที่ ส.ส.คนอื่นเล่า ว่ามีการตบหน้า ตบหัว เชื่อที่เล่าไปคนละทิศละทางเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

ต่อมาเวลา 22:16 น. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้คิวลุกขึ้นอภิปราย ซึ่งก่อนอภิปรายเข้าเนื้อหา นายณัฐวุฒิได้หยิบยกคำพระขึ้นมาพูดก่อน จากนั้นได้อภิปรายต่อ โดยไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีปัญหากับนายชาดา



-เนื้อหาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรใช้เวลาสามวันสามคืนในการพิจารณา ก็ได้มีมติรับหลักการในวาระแรก

ด้วยคะแนน 278 ต่อ 194 และงดออกเสียง 2 เสียง โดย ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ร่วมลงมติรับหลักการด้วยทั้งหมด (16 คน)

จากนั้นที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน 72 คน เพื่อพิจารณาแก้ไขในวาระที่ 2 โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจ คือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย และ ส.ส.จากพรรคเล็ก คือ นายพีรวิทย์ เลื่องลือดลภาค จากพรรคไทยรักธรรม มาเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี

นัดประชุมครั้งแรก ในวันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน / และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากสั่งปิดประชุมเวลา 01:27 น.

ก่อนเดินทางกลับ ท่านนายกฯก็ให้สัมภาษณ์ ขอบคุณการติดตาม และขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้การสนับสนุน และยืนยันถึงเสถียรภาพของรัฐบาล ส่วนเหตุการณ์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเกือบวางมวยกันในสภา นายกฯบอกว่าท่านไม่เห็น

และก่อนนั่งรถออกไป ท่านนายกฯยังได้บอกสื่อมวลชนด้วยว่าพรุ่งนี้อย่าลืมตื่นไปตักบาตรด้วย

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเดินมาส่งท่านนายกฯกลับ ยืนยันว่ากรณีนายชาดา และนายณัฐวุฒิ ไม่มีการลงไม้ลงมือกัน และเข้าใจกันแล้ว ไม่ทำให้ทั้งสองพรรคมีปัญหากัน ซึ่งนายอนุทิน ได้สวมกอดนายวราวุธ โชว์สื่อด้วย



-ภาพรวมการอภิปรายในวันที่สาม ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ วันที่สาม ก่อนจะมีการลงมติ ช่วงที่ดุเดือดช่วงหนึ่ง คือ ช่วงการอภิปรายเรื่องงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ

โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า งบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ของกระทรวงกลาโหม ส่อไม่โปร่งใส โดยเฉพาะกองทัพเรือ ทั้งงบซื้อเรือดำน้ำ และอากาศยานไร้คนขับ หรือ ยูเอวี รุ่นเฮอเมส900 ที่จะซื้อในราคาลำละ 1,340 ล้านบาท ขณะที่กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ ซื้อเพียงลำละ 340 ล้านบาท แพงกว่า1,000 ล้านบาทต่อลำ และได้ตั้งคำถามไปถึงนายกฯ

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจง ยืนยันความจำเป็นต้องจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โดยหยิบยกกรณีของประเทศเพื่อนบ้านที่มีการซื้อยุทโธปกรณ์เพิ่ม และตำหนิการอภิปรายของฝ่ายค้านว่าเป็นการบั่นทอนกำลังใจของกำลังพลต่างๆ ซึ่งช่วงท้ายท่านพูดอย่างค่อนข้างมีอารมณ์

อย่างไรก็ตาม ต่อมานายกฯ ได้ลุกขึ้นชี้แจงถึงภาพรวมการจัดงบระมาณอีกครั้ง โดยรอบนี้ท่านชี้แจงอย่างอารมณ์เย็น ก่อนจะกล่าวขอบคุณ ส.ส.ที่ร่วมอภิปรายทั้งหมด



- วันแรกในการทำงานทางการของผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็เริ่มเดินหน้าแก้ไขปัญหาสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็น 1 ใน 4 นโยบายเร่งด่วน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน

เมื่อวานนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ได้หารือนัดแรกร่วมกับ ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม กรณีสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

หลังใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง นายชัชชาติ บอกว่า ได้เห็นสัญญาการเดินรถ ส่วนต่อขยายสายสีเขียว ที่จะสิ้นสุดในปี 2585 ซึ่งเป็นตัวที่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน ที่จะตรวจสอบว่าเกิดจากอะไร และสัญญาได้รับการอนุมัติจากสภากทม.หรือไม่ ซึ่งมีข้อผูกพันหลายอย่างจึงต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง และน่าจะมีจุดที่สามารถต่อรองราคาให้ถูกลงมาได้

ทั้งนี้ไม่อยากให้เอาหนี้สิน 4 หมื่นล้านบาท มาเป็นตัวเร่งรัดการตัดสินใจระยะยาว เบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน

ก่อนรายงานต่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และย้ำว่า สิ่งที่อยากทำมากที่สุด คือ เร่งคืนหนี้สินให้รัฐบาลเร็วที่สุด และอยากขอให้กทม.มาดูแลเรื่องการเดินรถเอง เพราะถือเป็นสมบัติของเมือง



-ส่วนอีกเรื่องสำคัญ ที่เตรียมหารือหน่วยงาน กทม.ก็คือ การผ่อนคลายมาตรการโควิด โดยนายชัชชาติ ย้ำว่าถึงเวลาที่กทม. ต้องเดินหน้าต่อ

นอกจาก การผ่อนคลายมาตรการโควิด ให้ประชาชนถอดหน้ากากอนามัย ตามความสมัครใจเหมือนกับจังหวัดภูเก็ต ยังมีข้อเสนอขยายเวลาเปิดผับ-บาร์ - สวนสาธารณะ ถึงตี 2 จากผู้ประกอบ ซึ่งจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกทม.ให้เร็วที่สุด และมองว่า ถึงเวลาที่กรุงเทพฯต้องเดินหน้าต่อ

หลังให้สัมภาษณ์เสร็จ นายชัชชาติ ได้พาสื่อมวลชนเดินชมห้อง CCTV ที่เชื่อมต่อกับระบบทราฟี่ฟองดูว์ (แอปพลิเคชั่น แจ้งปัญหาเมือง) โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่อง ดำเนินการแก้ปัญหา พร้อมมีระบบตรวจสอบ ซึ่งเพียงวันเดียวเมื่อวานนี้ มีผู้ร้องเรียนเข้ามากว่า 4,000 เรื่อง

เมื่อวานนี้ นายชัชชาติ เดินทางมาถึงศาลาว่าการกทม. ในเวลาตี 4 เพื่อมาวิ่งออกกำลังกายก่อนทำงาน โดยเปลี่ยนที่วิ่งจากสวมลุมพินี มาเป็นเสาชิงช้า วัดพระแก้ว ปากคลองตลาด พร้อมอยากเชิญชวนคนมาวิ่งออกกำลังกาย เพราะอากาศดีและมีวิวที่สวยงาม



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oWAKqEEVqvs

คุณอาจสนใจ

Related News