สรุปข่าว

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 มี.ค.65 นายกฯกินข้าวพรรคเล็ก-ผลชันสูตรแตงโมรอบ 2-ค่าไฟพุ่ง 4 บาทต่อหน่วย

โดย thichaphat_d

18 มี.ค. 2565

66 views

-ทีมแพทย์ แถลงผลผ่าชันสูตรแตงโม นิดา รอบ 2 เริ่มตรวจ 11 จุดตามที่แม่แตงโม คาใจ หมอพรทิพย์ ชี้ฟันอยู่ครบ กะโหลกไม่แตก ไม่มีรอยช้ำ ตัดปมรัดคอ เพราะตาไม่มีเลือดออก ส่วนบาดแผลที่ขา มีลักษณะเฉพาะ น่าจะหาวัตถุที่กระทบได้ แนะตำรวจคุยกับทีมแพทย์สืบสวนสาเหตุ ย้ำภาพถ่ายและการตรวจครั้งแรกทำไว้สมบูรณ์มาก

-ทนายเดชา โทรหาแม่แตงโม หลังทีมแพทย์แถลงผลผ่าชันสูตรศพรอบ 2 คุณแม่ลั่น "ความจริงคือความจริง" ความจริงมีเพียงสิ่งเดียว และเชื่อมั่นในหมอนิติเวชตำรวจ ทนายตั้มโพสต์ ต้องเชื่อคุณหมอที่ผ่าศพ ไม่มีเหตุผลที่จะโกหก แต่ขอให้ติดตามเรื่องจุดตกเรือ ต้องฝากความหวังไว้ที่การสืบสวนของตำรวจเท่านั้น

-โยคีพราหมณ์ ปอ – โรเบิร์ต ออกธุดงค์คืนแรก เดินเท้าเปล่าขึ้นเขากระโจม ตลอดคืน ไม่มีการพัก หลังไม่แตะพื้นไม่แวะปักกลด หลวงพี่อุเทน เผยเป็นการฝึกจิต และความอดทน ทำแบบนี้ ต่อเนื่อง 15 วัน เพื่อแผ่บุญกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิต

-จับแล้ว หนุ่มปลอมโปรไฟล์เป็นหญิง หลอกนักเรียนชาย ม.5 ถ่ายคลิปแบล็กเมลรีดเงิน จนเหยื่อเครียดใช้ปืนพ่อยิงตัวเองดับ หิ้วสอบเข้ม ค้นบ้านพัก ขยายผลว่ามีเหยื่อรายอื่นหรือไม่ เตรียมแถลงข่าววันนี้ 10 โมง

-กรมราชทัณฑ์ แจงยังไม่ได้พักโทษ สิบเอกพลกฤต ผู้ต้องหาฆ่าเผาน้องพลอย แค่เจ้าตัวยื่นเรื่องเท่านั้น แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณา เพราะยังไม่สำนึกผิด และไม่ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย แถมผู้เสียหายยังติดใจ และไม่ได้รับเงินเยียวยา

-โชเฟอร์รถพ่วง 22 ล้อฝ่าด่านตรวจ เข้ามอบตัว อ้างตกใจถูกเคาะ - กระโดดขึ้นมาบนรถ กลัวไม่ปลอดภัยเลยชนดะ ลากรถกระบะสายตรวจไกลหลายกิโล ยันไม่ได้เสพยา ไม่มีของผิดกฎหมาย เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา พร้อมนำตัวไปตรวจสารเสพติดเพิ่ม

-ระดมเจ้าหน้าที่ค้นหา 3 พี่น้องจมแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ด้านคุณแม่ยังเฝ้าคอย และมีหวังได้เจอหน้าลูก ส่วนพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเด็กแต่จมน้ำไปอีกคนจนเสียชีวิต ปรากฏว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์ เพราะฟื้นมาระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว

-กกพ.มีมติให้ปรับเพิ่มค่า เอฟที สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 65 เป็น 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลค่าไฟพุ่งถึง 4 บาทต่อหน่วย ผลจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน ทำวิกฤตพลังงานโลกสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์



เรื่องเล่าการเมือง

-บรรยากาศการรับประทานอาหารร่วมกัน ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคเล็กและพรรคใหญ่ เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา

ซึ่งการนัดรับประทานอาหารครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกฯนัดทานข้าวกับพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่ได้เชิญพรรคเล็กมาด้วย ทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ จนนายกฯต้องนัดทุกพรรคมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันใหม่

ซึ่งแกนนำทุกพรรคมาอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดภารกิจที่ จ.แม่ฮ่องสอน และนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ติดภารกิจที่ต่างจังหวัดเช่นกัน

ทั้งนี้มีการจัดโต๊ะทานอาหารเป็นโต๊ะยาวโต๊ะเดียว ให้แกนนำนั่ง 2 ฝั่งหันหน้าเข้าหากัน โดยพี่น้อง 3 ป. นั่งกระจายอยู่กับแกนนำคนอื่นๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรัฐมนตรี นั่งอยู่ตรงกลางฝั่งหนึ่ง ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งอีกฝั่ง

ทั้งนี้นายกฯใช้เวลาทานข้าวและพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมเกือบ 2 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับเวลา 22 นาฬิกา

โดยในวงพูดคุย นายกฯได้เปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้สะท้อนปัญหา รวมถึงระบายความอัดอั้นต่างๆ ให้กับนายกฯทราบ โดยนายกฯกล่าวกับทุกคนว่า ขอบคุณทุกพรรค ทั้งพรรคใหญ่และพรรคเล็ก เราศักดิ์ศรีเท่ากัน เพราะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

นอกจากนี้พรรคเล็กได้ขอร้องนายกฯว่า “อย่าเพิ่งรีบยุบสภา” ขณะที่นายกฯ ตอบกลับว่า “ขอให้ทุกคนช่วยกัน”

ภายหลังการรับประทานอาหาร นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ พร้อม นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการคุยแบบใจถึงใจ พูดคุยกันแล้วมีความเข้าใจมากขึ้น เชื่อว่าจากนั้นรัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ใครที่คิดจะมาเลื่อย คิดผิด ยืนยัน ในสถานการณ์ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯต่อไป

ขณะที่นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ระบุว่า ในวงหารือได้พูดถึงรัฐมนตรีที่จะมาดูแลพรรคเล็กที่กระจัดกระจายเปรียบเหมือนจับปูใส่กระด้ง ส่วนนายกฯจะมอบหมายให้ใครมาดูแลพรรคเล็กนั้น คาดว่าอีก 1-2 วันนี้จะชัดเจน โดยตนได้แซวกับนายกฯ ว่าขอให้เป็นรัฐมนตรีที่เข้ากับพวกตนได้



-ความคืบหน้าเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่แรมโบ้-เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี บอกไว้ชัดๆว่าเตรียมพรรคนี้สำรองไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ล่าสุด มีรายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมที่จะยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐภายในสัปดาห์นี้ เพื่อไปขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเต็มตัว

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพีระพันธ์ เคยเข้าพบหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นอกรอบมาแล้ว

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส. กทม. ที่เพิ่งลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้ จะมาเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

โดยจะมีการประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 31 มีนาคม นี้ เพื่อแก้ไขข้อบังคับ แก้ไขโลโก้ และแก้ไขโครงสร้างพรรค รวมถึงย้ายที่ทำการจากจังหวัดนครราชสีมา มาอยู่ที่ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กทม. เมื่อประชุมพรรคแล้ว ก็จะส่งรายงานให้ กกต.รับทราบ ตามขั้นตอน ต่อไปจะมีการเปิดตัวบุคคลสำคัญที่จะเข้ามาอยู่ในพรรค ก่อนสงกรานต์



-พรรคพลังประชารัฐ แถลงเปิดตัวนายอภิชัย เตชะอุบล หลังไปยื่นใบลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์

โดยนายอภิชัย ให้เหตุผลที่มาสมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า เนื่องจากสภาพการแข่งขันทางการเมืองสูง เศรษฐกิจย่ำแย่ มีความเหลื่อมล้ำ พรรคการเมืองจึงต้องมีกลไกตัดสินใจที่ถูกต้อง แม่นยำ และเด็ดขาด มีผู้นำที่มีน้ำใจ เสียสละ ทุ่มเท และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข

นายอภิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ใหญ่มอบหมายให้ดูแลเรื่องท้องถิ่น ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้ง ส.ก. ทั้งนี้นายอภิชัย ได้นำลูกชาย คือ นายอรรถวุฒิ เตชะอุบล สมัครเข้าพรรคด้วย และระบุว่าจะส่งลูกชายลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งสมัยหน้าด้วย

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่า "เลือดยังไหลไม่หยุด" มีสมาชิกลาออกอย่างต่อเนื่อง แต่หัวหน้าพรรค คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ไม่ได้มีท่าทีกังวลใดๆ โดยระบุว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง มั่นใจว่าพรรคยังจะเดินหน้าไปได้ แถมยังให้กำลังใจพรรคอื่น โดยบอกว่า บางพรรคมีปัญหามากกว่าประชาธิปัตย์



-เรื่องของ ส.ส.รังสิมันต์ โรม จากพรรคก้าวไกล ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2563 ที่มีการเปิดอภิปรายนอกสภาถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับบทบาทใน มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ล่าสุด ส.ส.รังสิมันต์ โรม ถูกออกหมายจับ จากการอภิปรายเรื่องดังกล่าวแล้ว

โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขณะนี้ถูกออกหมายจับ กรณีออกมาเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประวิตร นอกสภา เมื่อปี2563 เป็นเหตุให้มูลนิธิฯ ฟ้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท

โดยนายรังสิมันต์ โรม ตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2563 แต่กลับมาเร่งรัดคดี หลังการอภิปรายทั่วไป เรื่องปัญหาค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ถือเป็นความพยายามยัดคดี ให้กับคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล เชื่อว่าเป้าหมายเรื่องนี้ ต้องการหวังผลให้ตนพ้นจาก ส.ส. เพราะช่วงนี้ปิดสมัยประชุมสภา หากมีการจับกุมและถูกศาลฝากขังโดยไม่ให้ประกันตัว เพียง1 วันตนก็จะพ้นจากความเป็น ส.ส. ทันที

สำหรับการออกหมายจับครั้งนี้ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีการออกหมายเรียกมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 ก.พ. แต่อยู่ระหว่างสมัยประชุม นายรังสิมันต์ โรม จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทำให้ต้องมีการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่2 เมื่อวันที่ 11 มี.ค. แต่นายรังสิมันต์ โรม ขอเลื่อนเนื่องจากติดภารกิจ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต

นายรังสิมันต์ โรม ยังตั้งข้อสังเกตว่าการออกหมายจับ ครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายการออกหมายจับ มีเงื่อนไขต่อเมื่อถูกร้องในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกิน 3 ปี หรือมีหลักฐานควรเชื่อว่าจะหลบหนี แต่คดีนี้เป็นคดีหมิ่นประมาทมีอัตราโทษ ไม่ถึง 3ปี และยืนยันว่าคนเองไม่เคยมีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องออกหมายจับดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในวันนี้ เวลา 08.00น. นายรังสิมันต์ โรม จะเข้ามอบตัวต่อที่ สน.บางขุนนนท์ ตามหมายจับ เพื่อต่อสู้ในทางคดีต่อไป


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lglR9nLoxTY

คุณอาจสนใจ

Related News