ต่างประเทศ

เป็นรองแค่ฟิลิปปินส์! ไทยรั้งที่ 2 อาเซียน คดีฆาตกรรมโดยอาวุธปืน พบกราดยิง 4 ครั้งในเวลาไม่ถึง 3 ปี

โดย thichaphat_d

7 ต.ค. 2565

390 views

จากกรณีเหตุกราดยิงภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ช่วงเวลาประมาณ 13.00 น.ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังก่อเหตุในระหว่างทาง ก่อนไปปลิดชีพตัวเองที่บ้านพัก พร้อมกับบุตรชายและภรรยา


วานนี้ (วันที่ 6 ต.ค.) CNN  ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่น่าจะนำไปสู่การเกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะอัตราการครอบครองปืนในประเทศไทยที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภุมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


รายงานของ CNN ซึ่งอ้างข้อมูลจากองค์กรวิจัย Small Arms Survey (SAS) ในสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า มีพลเรือนในไทยมากกว่า 10 ล้าน 3 แสนคนที่ครอบครองอาวุธปืน หรือคิดเป็นสัดส่วนปืนราว 15 กระบอก ต่อประชากรไทยทุก 100 คน

ในจำนวนอาวุธปืนดังกล่าว ปรากฏว่า มีปืนที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายราว 6 ล้าน 2 แสน กระบอก ขณะที่อีกกว่า 4 ล้าน 1 แสนกระบอก เป็นปืนเถื่อน ที่ไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย


ขณะเดียวกัน ไทยยังถือเป็นประเทศที่มีเหตุฆาตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน สูงเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ ตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตันในสหรัฐฯ เมื่อปี 2019

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ นี่เป็นเหตุกราดยิงครั้งที่ 4 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับตั้งเดือนมกราคม 2562 เป็นต้นมา ซึ่งนั่นหมายความว่า เกิดเหตุกราดยิงในไทยแล้ว 4 ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี โดยเหตุกราดยิงในไทย 3 ครั้งก่อนหน้านี้ คือ

เหตุกราดยิง วันที่ 1 ม.ค. 2562 หลังจากที่ชายไทยคนหนึ่งใช้อาวุธปืนกราดยิงคนในครอบครัวตัวเองรวม 6 ศพ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงลูกเล็กๆของตัวเอง 2 ชีวิต หลังจากเกิดมีปากเสียงกันในครอบครัวในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ที่จังหวัดชุมพร


จากนั้นในวันที่ 8 ก.พ. 2563 ได้เกิดเหตุอดีตทหารวัย 32 ปี จ.ส.อ. จักรพันธ์ ถมมา ใช้ปืนยิงผู้บังคับบัญชาและญาติของตนถึงแก่ความตาย แล้วหลบหนีเข้ามาในตัวเมืองนครราชสีมา โดยกราดยิงผู้คนตามรายทาง ก่อนเข้าไปซ่อนตัวหลบอยู่ในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมทั้งจับบุคคลในห้างเป็นตัวประกันและถ่ายทอดสดตนเองขณะก่อเหตุลงเฟซบุ๊กของตนเอง จนถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในเช้าวันถัดมา สรุปมีผู้เสียชีวิต 31 คน บาดเจ็บ 58 คน โดยในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึง  32 ราย


หลังจากนั้น ได้เกิดเหตุกราดยิงครั้งที่ 3 ในไทยเมื่อ วันที่ 14 ก.ย. 2565 โดยคนร้ายวัย 59 ปีซึ่งเป็นเสมียนในกองทัพบกของไทย ใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนเสียชีวิต 2 ศพ  บาดเจ็บอีก 1 ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ โดยสื่อไทยรายงานว่า ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิตหลังจากเข้ารับการผ่าตัดสมอง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุขณะขี่รถจักรยานยนต์



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/XbD-2vcIGRM

คุณอาจสนใจ