ต่างประเทศ

เดือดต่อเนื่อง! รัสเซียใช้ระเบิดสุญญากาศ โจมตียูเครนเสียหายรุนแรง

โดย thichaphat_d

2 มี.ค. 2565

87 views

วิกฤติรัสเซีย-ยูเครน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวานนี้ (1 มี.ค. 65) ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ให้สัมภาษณ์พิเศษรอยเตอร์สจากที่ทำการรัฐบาลยูเครน ยืนยันว่า การเจรจากับรัสเซียรอบ 2 นั้น จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อรัสเซียจะต้องหยุดการโจมตียูเครนก่อน หลังจากที่การเจรจารอบแรกนั้นล้มเหลวไป


เซเลนสกี บอกว่า อย่างน้อยที่สุด รัสเซียก็จะต้องหยุดการถล่มพลเรือน หยุดการระเบิดก่อนที่จะมานั่งเจรจากันบนโต๊ะ


นอกจากนั้น เซเลนสกี ยังเรียกร้องไปยังองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ ให้กำหนดเขต "ห้ามบิน" ขึ้นบริเวณยูเครน เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียส่งเครื่องบินรบเข้ามา  และว่ายูเครนยังต้องการการการันตีด้านความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองทางกฎหมายอย่างถูกต้องด้วย


ท่าทีของผู้นำยูเครนครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่ สื่อในรัสเซียเผย การเจรจารอบ 2 จะเริ่มขึ้นในวันพุธ หรือวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นในยูเครน แต่ทว่ายังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายยูเครน


โดยสำนักข่าว "ทาสส์" TASS ของรัสเซีย รายงาน อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวฝั่งรัสเซียว่า การเจรจาระหว่างผู้แทนจากยูเครนและรัสเซียเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในยูเครนจัเกิดขึ้นในวันพุธที่ 2 มี.ค. ตามแผนที่ตกลงกันไว้แต่แรก โดยจะเจรจากันที่ บริเวณชายแดนที่ระหว่างเบลารุสกับโปแลนด์


รายงานยังบอกว่า นายยูรี วอสเครเซนสกี นักการเมืองรัสเซียระบุว่า สมาชิกทีมเจรจาเดินทางถึงกรุงมินสก์ ของเบลารุสเมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา


ส่วนสถานการณ์การสู้รบในยูเครนดุเดือดต่อเนื่อง ไม่มีวี่แววว่าจะลดความรุนแรงลง ล่าสุดกองทัพรัสเซียได้เน้นการเปิดฉากโจมตีไปที่สถานที่ยุทธศาสตร์สำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายทางเทคโนโลยี และสถานที่สำคัญทางราชการ


เมื่อวานนี้ กองทัพรัสเซียได้ยิงจรวดถล่ม เสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ในกรุงเคียฟเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงและทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีถึง 5 ศพ มีการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นที่เสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ เกิดเปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างน่ากลัว


รัสเซียได้ประกาศก่อนการโจมตีครั้งนี้ เตือนให้ประชาชนชาวยูเครนที่อยู่ใกล้เป้าหมายให้รีบอพยพทันที โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ประกาศ ผ่านสื่อของรัฐบาลว่า พวกเขาเตรียมจะโจมตีเป้าหมายหลายจุดในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน รวมถึงอาคารสำนักงานความมั่นคงยูเครน  ซึ่งมีหน้าที่หลักในการต่อต้านการข่าวกรองและก่อการร้าย และ ศูนย์หลักที่ 72 ของสำนักงานปฏิบัติการทางจิตวิทยาและสารสนเทศ


จากการโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยภาพที่เผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์แสดงให้เห็นกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นมาจากจุดที่หอส่งสัญญาณตั้งอยู่ ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยยูเครนจะยืนยันว่า รัสเซียโจมตีสถานที่ดังกล่าวจริง และจะทำให้ช่องทางโทรทัศน์ต่างๆ ใช้การไม่ได้ชั่วคราว


ขณะเดียวกัน ที่เมืองคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน และเป็นสมรภูมิที่ต่อสู้กันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่ง กองทัพรัสเซีย ได้เปิดฉากยิงจรวดโจมตีอาคารที่ว่าการเมืองคาร์คีฟ เกิดการระเบิดครั้งใหญ่


มีจรวดได้พุ่งเข้าเป้า ที่บริเวณด้านหน้าอาคารที่ว่าการเมืองคาร์คีฟ ที่จัตุรัสเสรีภาพ ทำให้ถนนได้รับความเสียหาย ขณะที่กระจกหน้าต่างและอาคารบางส่วนของอาคารสำนักงานบริหารเมืองคาร์คีฟได้รับความเสียหายอย่างหนัก


ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนได้กล่าวหารัสเซีย เป็นอาชญากรสงคราม ใช้คลัสเตอร์บอมบ์ ซึ่งเป็นอาวุธที่นานาชาติแบน โจมตีเมืองคาร์คีฟก่อนหน้านี้ด้วย ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตสลด 11 ศพ บาดเจ็บ 44 ราย


ด้าน เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐ ก็ได้เปิดเผยว่า รัสเซียยังใช้ ระเบิด แวคคุม หรือระเบิดสุญญากาศ ซึ่งมีความรุนแรงอย่างมากโจมตียูเครนด้วย


ทั้งนี้ รัสเซียได้เข้าสู่ขั้นตอนการรบใหม่ ที่มุ่งโอบล้อมและยึดเมืองสำคัญๆ อย่างเช่น คาร์คีฟ, กรุงเคียฟ, มาริอูพอล, ซูมี และเคอร์ซัน ซึ่งรัสเซียต้องเผชิญกับการต่อสู้อย่างหนักของทหารยูเครน จึงทำให้รัสเซียใช้อาวุธต้องห้ามที่เคยใช้ในการโจมตีกบฏแบ่งแยกดินแดนในซีเรีย มาโจมตียูเครน


ขณะเดียวกัน ทางด้าน เสนาธิการทหารของ กองทัพยูเครน ได้แถลงว่า กองทัพรัสเซียนับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากการรุกราน ยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พบว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิตแล้ว 5,710 นาย และเชลย 200 นาย


ส่วนเรื่องการเข้า EU นั้น ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ เซเลนสกี ได้แถลงผ่านวิดิโอ ไปยังที่ประชุมนักการเมืองสหภาพยุโรป หรือ อียู เรียกร้องให้สหภาพยุโรปรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก หลังได้ลงนามในใบสมัครแล้ว โดยเขาประกาศลั่นว่าจะ "ยูเครนจะเสียสละชีวิตเพื่อรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพของเรา" เรียกเสียงปรบมือดังลั่นจากที่ประชุมยุโรป


นอกจากนั้น นายเซเลนสกี ยังชูกำปั้นแสดงความมั่นใจ โดยเขาบอกว่า "อียูควรจะพิสูจน์ตัวเองว่าอยู่ข้างยูเครน ด้วยการรับประเทศของเราเข้าเป็นสมาชิก โดยหากปราศจากยุโรป ยูเครนก็จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว"


เขายังกล่าวอีกว่า "ผมไม่อาจจะพูด ฮัลโล หรือ สวัสดีตอนบ่ายได้เลย เพราะทุกวันอาจจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ชีวิตของเรากำลังเสียสละให้กับค่านิยมของเรา สิทธิของเรา และเสรีภาพของเรา เพื่อที่เราจะได้มีคุณภาพชีวิตแบบเดียวกับที่ชาวยุโรปเป็นอยู่ เราจะชนะ ผมมั่นใจ ผมอยากจะได้ยินจากคุณว่า ยูเครนคือตัวเลือกของการเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป เราต้องการเป็นสมาชกสภาพยุโรป หากปราศจากคุณ ยูเครนจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว"


ไปที่เวทีการประชุม ว่าด้วยเรื่องการปลดอาวุธร้ายแรงซึ่งจัดขึ้นที่นครเจนีวา ของสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งมีผู้แทนจากชาติมหาอำนาจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ปรากฏว่าเมื่อถึงการเปิดเทปวิดิโอการแถลงของ นาย เซอร์ไก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียนั้น บรรดาผู้แทนจากชาติมหาอำนาจ อื่นๆ ได้ลุกขึ้นเดินออกจากที่ประชุมกันทันที


โดยจากภาพ จะเห็นช่วงเวลาขณะที่ผู้แทนจากชาติต่างๆ ซึ่งรวมถึงผู้แทนจากอังกฤษ สหรัฐ และฝรั่งเศส พากันลุกเดินออกจากที่นั่ง เมื่อมีการเปิดวิดิโอเทปการแถลงของนาย ลาฟรอฟ ขึ้น โดยเขาบอกว่า "รัสเซียถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องเปิดฉากถล่มยูเครน"


โดยนาย ลาฟรอฟ กล่าวว่า ดูเหมือนว่าในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลยูเครนพยายามหาอาวุธนิวเคลียร์มาไว้ในความครอบครอง ซึ่งถือเป็นอันตรายใหญ่หลวงที่รัสเซียจะต้องตอบโต้ทันที   สถานการณ์บังคับให้รัสเซียต้องเปิดฉากบุกยูเครน

ส่วนท่าทีของประเทศไทยนั้น ทางเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ได้โพสต์ข้อความว่า


"พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

สถานการณ์โลกที่กำลังส่งผลกระทบต่อชาวโลกรวมถึงและชาวไทยในขณะนี้ นั่นคือสถานการณ์ในยูเครน-รัสเซีย ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ อัตราแลกเปลี่ยน และการค้า-การลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมและคณะรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด


โดยวันนี้ (28 ก.พ. 65) ผมเรียกประชุมพิเศษกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อประเมินผลกระทบ แนวโน้มสถานการณ์ และสั่งการให้เตรียมความพร้อม แผนเผชิญเหตุ และกำหนดมาตรการรับมือเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะตามมาอย่างเป็นรูปธรรม


โดยสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกก็คือ ความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยในยูเครน ซึ่งผมได้สั่งการให้มีการจัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน" โดยเริ่มมีการเคลื่อนย้ายไปสู่พื้นที่ปลอดภัยแล้ว และผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรายงานว่าทุกคนปลอดภัยดี


ทั้งนี้ผมขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทุกคนทราบเกี่ยวกับความขัดแย้งระดับโลกในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยมีจุดยืนในการ “สนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาอย่างสันติ” และ “พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเต็มที่” กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ"

คุณอาจสนใจ