ต่างประเทศ

ยอดตายพุ่งกว่าร้อย! 'รัสเซีย-ยูเครน' เดินหน้าสู้รบ เข้าสู่ยุคสงคราม ยูเครนสั่งปิดน่านฟ้าประเทศแล้ว

โดย thichaphat_d

25 ก.พ. 2565

322 views

เมื่อวานนี้ (24 ก.พ. 65) เวลาประมาณ 9 โมงเช้า (เวลาไทย) ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ทั่วประเทศว่า ประกาศบุกยูเครนอย่างเป็นทางการ โดยบอกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รัสเซียต้องปฎิบัติการทางการทหารทันที และหนักแน่น


สาธารณรัฐดอนบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของแคว้นโดเนสตก์ และแคว้นลูฮันสก์ ซึ่งรัสเซียประกาศให้การรับรองเป็นรัฐอิสระก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ต้องการความช่วยเหลือจากรัสเซีย เราจึงตัดสินใจที่จะปฎิบัติการพิเศษ เป้าหมายคือปกป้องและคุ้มครองประชาชน ที่ทุกข์ทนทรมานมาตลอด 8 ปี ของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากเคียฟ (รัฐบาลยูเครน) เรามุ่งจะปลดอาวุธและทำลายลัทธินาซีในยูเครน


ขอให้ทหารยูเครนวางอาวุธทั้งหมด เราขอให้วางอาวุธทันที และกลับบ้านไป ทหารของกองทัพยูเครนคนไหนวางอาวุธ ก็จะสามารถออกจากพื้นที่ปฎิบัติการทางการทหาร และกลับไปหาครอบครัวได้


ประเทศอื่นๆ ที่พยายามจะแทรกแซงสถานการณ์นี้ จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุด ใครก็ตามที่พยายามจะหยุดยั้ง และคุกคามรัสเซีย ควรจะรู้ไว้ด้วยว่า รัสเซียจะตอบโต้ทันที และผลที่ตามมาจะรุนแรงกว่าที่เคยเจอมาในอดีต รัสเซียพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกๆ ผล ที่จะตามมา


และแทบจะเวลาเดียวกับการแถลงการณ์ รัสเซียก็เปิดฉากโจมตีทางทหาร เป็นการยิงจากเครื่องบินรบ และขีปนาวุธนำวิถี ระเบิดนำวิถีนำร่อง และจรวด ถล่มดินแดนยูเครน จากทุกทิศทุกทาง  


มีรายงานว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน รวมถึงเมืองมาริอูโปล เมืองคาร์คิฟ เมืองท่าโอเดสซา ซึ่งมีทั้งภาพ หรือไม่ก็เสียงของมิสไซล์ ออกมาจากหลากหลายเมือง


ส่วนด้านพื้นดิน รัสเซียส่งรถถังเข้าไปในยูเครนจากทุกทิศทุกทาง ทั้งจากตะวันออกผ่านชายแดนรัสเซีย จากทางใต้ผ่านคาบสมุทรไครเมียร์ (รัสเซียยึดไครเมียร์ จากยูเครน เมื่อปี 2004) ตอนเหนือบุกเข้ามาผ่านชายแดนเบลารุส นอกจากนี้ยังเคลื่อนทัพไปยังแคว้นลูฮันสก์ด้วย โดยการยิงปืนใหญ่เพื่อกรุยทางก่อน


ทันทีหลังจากที่รัสเซียประกาศปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครน ประชาชนในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนต่างตื่นตกใจครั้งใหญ่ ต่างพยายามขับรถเติมน้ำมัน และหนีออกจากเมืองหลวง ทำให้ตามถนนหลายสายการจรจรติดขัดอย่างหนักตั้งแต่เช้าตรู่


นอกจากนั้น มีประชาชนจำนวนมากที่พากันไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม เตรียมพร้อมกับยุคสงครามที่มาถึงแล้ว และอีกจำนวนมากที่ต่างพากันไปกักตุนซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกันอย่างเร่งด่วน


ทั้งนี้ รายงานระบุว่า มีชาวยูเครนไม่น้อย ที่ก่อนหน้านี้ไม่เชื่อว่า รัสเซียจะเปิดฉากบุกจริงๆ  ทำให้หลายคนตื่นตระหนกอย่างที่สุด โดยขณะที่ต่างคนต่างพยายามหนีออกจากเมืองนั้น ก็เกิดเสียงระเบิดจากการโจมตีของรัสเซียดังขึ้นเป็นระยะๆ


คนในเมืองคาร์คิฟ จำนวนมาก หลบหนีไปอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เปรียบประหนึ่งเป็นอุโมงค์ป้องกันขีปนาวุธ นอนค้างคืนเหมือนหลุมหลบภัย ซึ่งการทำแบบนี้ เป็นการแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ของเมือง


ด้าน ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกโรงแถลงอยบ่างเร่งด่วน เรียกร้องให้ประชาชนทุกคนลุกขึ้นสู้ หลังจากที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารบุกยูเครน


นาย เซเลนสกีกล่าวว่า "กองทัพยูเครน กำลังต่อสู้อย่างหนักกับการโจมตีที่เกิดขึ้นที่ดอนบาสก์ และภูมิภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะภาคเหนือ ใต้ และตะวันออก ศัตรรูกำลังสูญเสียอย่างมาก และจะต้องสูญเสียมากกว่านี้ พวกเขาบุกเข้ามาในแผ่นดินของเรา


"เราได้ส่งอาวุธให้กับทหารของเราเพื่อปกป้องประเทศ และทุกคนใครก็ตามที่มีศักยภาพพอที่จะปกป้องอธิปไตยของเรา เราก็จะมอบอาวุธให้"


นอกจากนั้น ผู้นำยูเครน ยังขอให้ประชาชนร่วมกับช่วยบริจาคเลือดให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบด้วย


ส่วนด้านน่านฟ้า หน่วยงานกำกับดูแลการจราจรทางอากาศของประเทศยูเครน ประกาศปิดน่านฟ้าของประเทศ นับตั้งแต่เวลา 02.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย หลังจากนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มีคำสั่งนำกำลังบุกเข้าสู่ภูมิภาคดอนบาส และมีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธในหลายเมืองของประเทศยูเครน


ด้านองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป ระบุด้วยว่านานฟ้าในรัสเซียและเบลารุส ในรัศมี 185 กิโลเมตรจากชายแดนยูเครน ก็เป็นพื้นที่เสี่ยงด้วยเช่นกัน


ทั้งนี้ มีภาพจากเว็บไซต์ FlightRadar24 เว็บไซต์ติดตามเส้นทางการบิน ของสายการบินพาณิชย์ทั่วโลก แสดงให้เห็นการเปลี่ยนเส้นทางบินทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้ายูเครน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่นเดียวกับ โศกนาฏกรรมแบบที่เคยเกิดขึ้นกับเที่ยวบิน MH17 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เมื่อปี 2014 ซึ่งคาดว่าจะถูกขีปนาวุธของกลุ่มกบฏติดอาวุธที่สนับสนุนรัสเซีย ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของประเทศยูเครนยิงจนตก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 298 ราย


ในเวลาต่อมา ประธานาธิบดี โวโลเดมีร์ เซเลนสกี้ ผู้นำยูเครน ตัดสินใจประกาศกฏอัยการศึก ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ประธานาธิบดีเซเลนสกี้ ยืนยันว่า เราจะชนะ โดยเขาได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว


การประกาศกฎอัยการศึก มีขึ้น 1 วัน หลังจากประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ เป็นเวลา 1 เดือน รวมถึงมีการเรียกทหารกองหนุนราว 2 แสนนายเข้าประจำการ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ หากเกิดสงคราม และมีคำสั่งประชาชนมีสิทธิ์ติดอาวุธได้ ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว


ขณะที่กระทรวงต่างประเทศ ยูเครน ระบุว่า ขณะนี้รัสเซียได้เริ่มบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบแล้ว พร้อมเรียกร้องให้สหประชาชาติทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อหยุดยั้ง ไม่ให้สถานการณ์รุนแรงและบานปลาย


เจ้าหน้าที่ทหารของยูเครน กล่าวว่า กองทัพยูเครนสามารถยิงเครื่องบินรบรัสเซียตก 5 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ ขณะที่กองกำลังยูเครนรับมือกับการโจมตีของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ทางด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เครื่องบินรบรัสเซียไม่ได้ถูกยิงตกแต่อย่างใด


นายวาซิล บ็อดนาร์ (Vasyl Bodnar) เอกอัครราชทูตยูเครนประจำตุรกี ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ในกรุงอังการาว่า ทางการยูเครนได้ร้องขอให้รัฐบาลตุรกีปิดช่องแคบบอสพอรัสและช่องแคบดาร์ดะเนลส์เพื่อไม่ให้เรือรบของรัสเซียแล่นผ่านช่องแคบทั้งสอง พร้อมทั้ง ต้องการให้ตุรกีประกาศคว่ำบาตต่อรัสเซียด้วย


อย่างไรก็ดี รัฐบาลตุรกีปฏิเสธที่จะคว่ำบาตรรัสเซีย โดยประธานาธิบดีเรเซป ไตยิป เออร์โอกัน กล่าวว่ารัฐบาลอังการาพยายามที่จะจัดการกับวิกฤตการณ์ โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์กับทั้งสองชาติ พร้อมตำหนิการกระทำของรัสเซียว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้


ทั้งนี้ คำร้องขอดังกล่าวทำให้ตุรกี ซึ่งเป็นสมาชิกของนาโต้ และมีพรมแดนในทะเลดำร่วมกับยูเครนและรัสเซียต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองประเทศ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงปี 1936 รัฐบาลตุรกีมีอำนาจในการควบคุมช่องแคบทั้งสองแห่ง และสามารถจำกัดเส้นทางเรือรบในช่วงสงครามหรือหากถูกคุกคาม


และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าเรือรบของรัสเซียอย่างน้อย 6 ลำ และเรือดำน้ำอีก 1 ลำ ได้แล่นผ่านช่องแคบทั้งสองแห่งไปยังทะเลดำ เพื่อซ้อมรบใกล้กับน่านน้ำของยูเครน


และยังมีรายงานว่า กองทัพรัสเซียได้บุกเข้ายึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ซึ่งเคยเกิดหายนะทางนิวเคลียร์ในอดีต ทางตอนเหนือของกรุงเคียฟได้แล้ว และได้จับตัวเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเป็นตัวประกันอีกด้วย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า การยึดครองพื้นที่แถบโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลได้ จะเป็นยุทธศาสตร์ที่จะนำกำลังเข้าสู่กรุงเคียฟได้


ล่าสุด มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180 ชีวิต 

คุณอาจสนใจ

Related News