12 พ.ค. 2569
สว.ถลกปัญหานอมินีต่างชาติยึดไทย “ประทุม” เดือด! บ้านเราเป็นสวรรค์ของทุนเทาเพราะข้าราชการบางกลุ่ม
สว.เปิดเวทีถลกปัญหานอมินีต่างชาติยึดไทย “ประทุม” เดือด! บ้านเราเป็นสวรรค์ของทุนเทาเพราะข้าราชการบางกลุ่ม ลั่นมันเหิมเกริมไปแล้ว เผยมีเพื่อนจะทำพูลวิลล่า ลงทุนที 300-500 ล้านต้องใช้นอมินี ด้าน “อัจฉรพรรณ” ห่วงสร้าง “รัฐซ้อนรัฐ” บ่มเพาะอุดมการณ์ปิดแยกขาดสังคม จี้รัฐบาลเร่งทลายธุรกิจปิดป้องอธิปไตยเศรษฐกิจ
วันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม มีวาระการพิจารณาญัตติเรื่องปัญหาการถือครองที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น นายนพดล พริ้งสกุล เป็นผู้เสนอ
โดยนายนพดล เสนอหลักการว่า เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ตนจึงเสนอญัตติ มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมและเสมอภาคเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ด้านนางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส กล่าวสนับสนุนญัตติว่า เราจะอาจจะภูมิใจที่ต่างชาติเพื่อนร่วมโลกหนีร้อนมาพิ่งเย็น เลือกใช้แผ่นดินของเราเป็นที่พึ่งพิง ซึ่งประเทศไทยเราเปิดรับชาวต่างชาติมาโดยตลอด เช่น ขาวจีนโพ้นทะเล ชาวมอญลี้ภัยจากสงครามเมียนมา นอกจากนี้ ยังมีชาวเปอร์เซีย ชาวอินเดีย ฝรั่งมังค่า ชาวต่างชาติเหล่านี้ได้มาสร้างบ้านสร้างเมือง แต่ในปัจจุบันไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เป็นการยึดครองแล้วเกิดการสร้างรัฐซ้อนรัฐ เช่น กรณีชาวยิวบนเกาะพงัน ที่สะท้อนว่าชาวต่างชาติเหล่านั้นไม่ได้มาแค่การท่องเที่ยว แต่ให้คนไทยเป็นนอมินี ตั้งรกราก สร้างชุมชน จนเกาะพงันกลายเป็นเทลอาวีฟ 2 สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือมีการสร้างโรงเรียนปิด ซึ่งอาจจะมีการบ่มเพาะเด็กของตนเองด้วยอุดมการณ์ที่ตัดขาดจากสังคม ไม่เรียนรู้ เคารพกฎหมายของไทย ตนกังวลว่าอาจจะมีการปลูกฝังความรุนแรง และในอนาคตจะไม่สามารถรับมือได้
นอกจากอยู่ที่เกาะพะงันแล้ว ยังมีชาวรัสเซียที่ภูเก็ต และชาวจีนแถวห้วยขวางและระยองเป็นต้น คนเหล่านี้สร้างธุรกิจปิด ให้คนไทยเป็นนอมินี สุดท้ายเงินไม่ตกถึงคนไทย บางกรณีมีการซื้อหมู่บ้านจัดสรรแทบทั้งโครงการ คนที่อยู่เดิมสู้ไม่ไหว ล้มหายตายจาก มีการกีดกั้นคนไทยออกไปเรื่อยๆ
“อย่างล่าสุดที่มีชาวจีนขับรถคว่ำแถวชลบุรี แล้วตำรวจพบคลังอาวุธและสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับกองกำลังในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ คำถามคือนี่เป็นผลจากการปล่อยประละเลยให้ชาวต่างชาติเข้ามาแฝงตัว ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและนอมิไทย เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมหรือไม่ แล้ววันนี้เราต้องยอมให้ความหลากหลายกลายเป็นช่องว่างให้ใครมาสร้างโลกใบที่สอง หรือละเมิดอธิปไตยของชาติ รวมทั้งพระอุดมการณ์ที่จะเกิดความขัดแย้งเป็นการวางระเบิดเวลาให้กับคนไทยทั้งประเทศ“ นางสาวอัจฉรพรรณ กล่าว
น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าวต่อว่า มองว่าเป็นปัญหารัฐแตกแยก อยากให้รัฐบาลรีบดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.ขอให้ทบทวนนโยบายเช่าที่ดินของชาวต่างชาติระยะยาว 99 ปี แม้รัฐอาจจะบอกว่าเป็นเพียงแค่การเช่า ไม่ได้ขายชาติขายแผ่นดินแต่ขอให้พึงระวังไว้ว่าอาจจะไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการมอบเอกสิทธิ์บนแผ่นดินไทยให้ชาวต่างชาติหลายชั่วอายุคน ตนขอให้จัดโซนนิ่งเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าคนต่างชาติเข้ามาแย่งที่อยู่ของคนไทย 2. ทบทวนมาตรการวีซ่าอย่างเข้มงวด 3. ขอให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็กเยาวชนและสังคมที่ดำเนินการกับชาวต่างชาติทั้งหมด มูลนิธิ สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน โดยต้องบังคับการใช้กฎหมายเด็ดขาด เพื่อไม่ให้สถานที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการแฝงตัว เพื่อสร้างชุมชนปิด
“เราไม่ต้องให้ความใจดีของเรามาเป็นช่องโหว่ของกลุ่มบางกลุ่มมากอบโกยผลประโยชน์ สร้างโลกใบที่สอง ทำลายความมั่นคงของเรา รัฐบาลต้องรีบจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน“ น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าว
ด้านนางประทุม วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ตนเองอยู่พัทยา ช่วงนี้พัทยาถูกพาดพิงหลายเรื่อง ตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงเลือกประเทศไทย ทำไมประเทศไทยถึงเป็นประเทศที่อ่อนแอจนทุนเทาเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานเต็มบ้านเต็มเมือง คิดให้ลึกๆ นะท่าน อยากชวนทุกท่านคิด ทำไมบางประเทศแทบไม่มีปัญหานอมินีเลย หรือมีก็ไม่สามารถสร้างเครือข่ายให้เติบโตเหมือนประเทศไทยได้ คิดว่าระบบรัฐของเขาแข็งแรงกว่าของเรา เขามีระบบการตรวจสอบอย่างแท้จริง ประเทศไทยทำงานแยกขาดจากการ คนละกระทรวง ต่างคนต่างถือข้อมูล ต่างมีอำนาจ จึงเกิดสิ่งที่ประชาชนเรียกว่ารัฐราชการแบบไซโล รัฐของเราตามไม่ทัน
นางประทุม กล่าวต่ออย่างดุเดือดว่า ชาวต่างชาติพวกนี้ แทรกซึมไปในธุรกิจท้องถิ่นแบบเงียบๆ คนไทยตอนนี้กลายเป็นลูกจ้างทุนพวกนี้หมดแล้ว เราต้องปฏิรูปทั้งระบบ ตนขอเสนอปราบทุนเทาเชิงนโยบาย 7-8 หน่วยงาน เมื่อไหร่มันจะจับได้ ตั้งเป็นซิงเกิ้ลคอมมานเลย มีวอรูมชัดเจน เชื่อมข้อมูลให้หมดเลยทุกหน่วยงาน
“มีเจ้าภาพที่แท้จริง มันเหิมเกิมกับประเทศไทยแบบนี้ ต้องรู้เจ้าของที่แท้จริง ไม่ใช่เอาคนสวนเอย เอาอะไรเอยมาเป็นเจ้าของ แล้วใช้คนไทยบังหน้า การที่นักลงทุนจะมาลงทุนในประเทศเรา เขามองเห็นแล้ว ทำไมเขาถึงเลือกประเทศไทย เพราะช่องว่างมันเยอะมัน อุดได้ด้วยเงิน มันอุดได้ด้วยการคุยกันได้ เพราะอะไรก็ไทยๆ ไปหมด Thailand only” นางประทุมกล่าว
นางประทุม ย้ำว่า การเชื่อมข้อมูลมันต้องเชื่อมให้หมด อย่าพูดแต่สวยหรู เราต้องแยกนักลงทุนคุณภาพออกจากทุนเทา เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินเงินลงทุนจากต่างชาติ วันนี้ ทุน เทคโนโลยี และคนเก่ง มันเคลื่อนย้ายไปทั่วโลก เพราะฉะนั้น เราจะปิดกันหมด สุดท้ายแล้วประเทศเราก็จะเสียโอกาส ตนจึงเห็นว่าบางพื้นที่บางอุตสาหกรรมและบางโครงการ ต้องกล้าคิดทำใหม่ เช่น การใช้สิทธิ์ ให้เช่าระยะยาว บางท่านอาจจะบอกว่าเราเสียสิทธิ์ แต่บางพื้นที่ บางโครงการจำเป็นต้องมีให้เช่าระยะ 50-70 ปี หรือมากกว่านั้น ในพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ
“อย่างเพื่อนดิฉันจะมาลงทุนพูลวิลล่า ลงทุนเป็น 300-500 ล้าน แต่ถ้ากฎหมายไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เขาก็ต้องใช้นอมินีอย่างเต็มที่ เขาบอกว่าคนไทยต้อง 51% ต่างชาติ 49% แล้วหน้าแมวที่ไหนจะกล้าลงทุน เพราะฉะนั้น ดิฉันบอกว่าให้ตรงไปตรงมาไปเลย ให้สิทธิการลงทุนแล้วเขาจะสามารถเสียภาษีได้เต็มที่ เราจะจัดเก็บได้” นางประทุม กล่าว
นางประทุม กล่าวต่อว่า ปัญหาตอนนี้เกิดจากการหาเศษหาเลย ไม่อยากจะพูดถึงข้าราชการเทา ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากข้าราชการเทาช่วยเหลือ บ้านเราก็เลยเป็นสวรรค์ของทุนเทา แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด
จากนั้นที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จนท้ายที่สุด ที่ประชุมวุฒิสภามีมติให้ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
11 พ.ค. 2569
41 views
EP อื่นๆ
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569