12 พ.ค. 2569
“เอกนิติ” ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนขึ้น
“เอกนิติ” ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนสินค้า-อาหารขึ้น ย้ำภาวะวิกฤต ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ย้ำชูหลัก “5T” โปร่งใสตรวจสอบได้ แจง “กรณ์” ปชป. หลังอ้างมูดี้ส์ ศก.ไม่วิกฤต บอกเป็นคนละประเด็น เพราะต้องการเยียวยาประชาชน
เวลา 12.45 น. วันนี้ (11 พ.ค. 2569) ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามกรณีพรรคประชาชนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นว่ากู้เงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน หรือวิกฤตว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนและยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ โดยต้นเหตุจากวิกฤตมาจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง โดยในการประชุมอาเซียนก็มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มที่นำเข้าพลังงาน และพึ่งพิงพลังงานจากภายนอกสูง
การพึ่งพาพลังงานสูงของประเทศไทยส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยสูงสุดจะขยับขึ้นไปถึง 4-5% เนื่องจากเงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% แล้วในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมการรับวิกฤตที่จะมาเป็นระลอกๆ ในขณะนี้
เมื่อถามว่าในเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการใช้มาตรการทางการเงินดูแลเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะตัวเลข 4-5% จะเกินกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการเงินทั้งปีที่ 1-3% นายเอกนิติ ตอบคำถามว่าตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังใกล้เคียงกับกรอบที่วางไว้ไม่เกิน 3% แต่เรื่องนี้ได้มีการหารือกับ ธปท.ในการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจอยู่แล้ว
“ต้นทางของวิกฤตมันมาจากเรื่องพลังงานก่อนใช่ไหมฮะ วิกฤตเริ่มจากวิกฤตสงคราม ละล 2 วิกฤตพลังงาน วันนี้วิกฤตต้นทุน เห็นตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด 2.9% ประเทศไทยเราพึ่งพาน้ำมันและก็ก๊าซธรรมชาติเยอะมาก แล้วต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไทยเนี่ยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันซึ่งเราผลิตไม่ได้จึงต้องแก้วิกฤตเรื่องนี้” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่าการออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในครั้งนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม โดยวิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่เป็นวิกฤตสถาบันการเงิน หรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤตจากภายนอก แต่ครั้งนี้คือวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริงซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง
เมื่อถามว่ากรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิชสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ (Moody’s) ชื่นชมไทยว่าเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงิน นายเอกนิติกล่าวว่าการที่มูดี้ส์ชื่นชมไทย เป็นเพราะตนได้อธิบายว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพในเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนละประเด็นกับปัญหาความเดือดร้อนภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข และเยียวยาประชาชน จึงต้องมีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ในครั้งนี้
สำหรับการใช้จ่ายเงินกู้นั้น รัฐบาลได้วางกรอบการทำงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ "5T" เพื่อคัดกรองโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย Targeted มุ่งเป้า เยียวยากลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง Transition การเปลี่ยนผ่าน ลดภาระประชาชนควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าในระยะยาวTransform การปฏิรูป ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมหลังจบวิกฤต Transparency ความโปร่งใส เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยเกณฑ์การคัดกรองและรายละเอียดทุกโครงการต่อสาธารณะ
นอกจากนั้นยังมีเรื่อง Together การมีส่วนร่วม โดยดึงภาคเอกชนเข้าร่วม โดยเชิญประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการด้วย
11 พ.ค. 2569
63 views
EP อื่นๆ
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569