เศรษฐกิจ

รมว.คลัง ชี้เงินเฟ้อไทยไม่สูงมาก มั่นใจเศรษฐกิจไทยปี 65 โต 3-3.5%

โดย passamon_a

18 ก.ย. 2565

68 views

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.65 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในรายการ คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี ประเด็นสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ว่า ล่าสุดคนไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ น้ำมันแพงทั่วโลก โดยเงินเฟ้อ 8 เดือนแรกของปี (มกราคม-สิงหาคม 2565) อยู่ประมาณ 6% อัตราเงินเฟ้อไทยถือว่าไม่ได้สูงมาก เพราะช่วงโควิดตัวเลขฐานต่ำ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันดูเพิ่มขึ้นสูงผิดปกติ ส่วนเงินเฟ้อของต่างประเทศหลายประเทศสูงมากเกิน 10% จึงตอกย้ำว่าเงินเฟ้อไทยไม่ได้สูงมากนัก


เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบรูปร่างตัวเค เพราะบางส่วนก็ดีขึ้น บางส่วนแย่ลง เพราะว่ามีเรื่องห่วงโซ่อุปทาน ปี 2563-2564 นอกจากการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลยังช่วยภาคธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวที่ก่อนโควิดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 40 ล้านคนต่อปี แต่โควิดทำให้นักท่องเที่ยวดังกล่าวหายไปกับตา แต่ล่าสุดจากการเปิดประเทศช่วงเกือบ 10 เดือน (มกราคม-กันยายน 2565) พบนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกว่า 5 ล้านคน หากหลังจากนี้มีนักท่องเที่ยวเกิน 1 ล้านคนต่อเดือน คาดว่าทั้งปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 8 ล้านคน และอาจจะถึง 10 ล้านคน


นายอาคม กล่าวอีกว่า เห็นสัญญาณชัดแล้วว่าการท่องเที่ยวนั้นดีขึ้นแล้ว นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นแน่นอน ดีกว่าในปี 2563-2564 ซึ่งในปี 2565 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 3.0-3.5% โดยอีกปัจจัยที่เข้ามามีส่วนช่วยคือภาคการส่งออก ปีที่แล้วเติบโตเกือบ 20% ส่วนปี 2565 ตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยรวมถึงปัจจุบันยังเติบโต ประมาณ 11% แต่เป้าหมายการส่งออก ที่เอกชนวางไว้ 8% จึงได้เชิญสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) มาหารือ เพื่อให้ความมั่นใจว่าให้เศรษฐกิจปีนี้เติบโตได้ มีภาคส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน ขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อน จะช่วยเรื่องการส่งออก ดังนั้น จึงได้ขอความร่วมมือ สรท. ช่วยกำหนดเป้าหมายการทำงานให้ภาคส่งออกขยายตัวเป็น 10% ให้ได้


"สินค้าส่งออกสำคัญอย่างสินค้าเกษตรที่ผลิตในประเทศ ทั้งข้าว ยางพารา ถ้าการส่งออกดี แน่นอนว่ารายได้จะกระจายได้ทั่วถึง ถึงมือเกษตรกรต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมอื่น อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ ยอดขายในประเทศดีขึ้น ถ้ายิ่งการส่งออกดี แรงงานก็กลับมาทำงานเต็มกำลัง มีรายได้กลับมาเต็มเช่นกัน"


นอกจากนี้ ภาคท่องเที่ยวและส่งออก เม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่กลับมา หลังจากมีปัญหาการระบาดโควิดในกลุ่มก่อสร้าง ถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวที่ 3 และการกระตุ้นบริโภคภายในประเทศ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวที่ 4 อาทิ โครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน เมื่อคนไทยรายได้กลับมาจะทำให้อัตราการบริโภคในประเทศขยายตัวระดับ 3-4% ถือว่าใช้ได้ และตัวขับเคลื่อนสุดท้าย คือ การค้าชายแดน ในช่วงวิกฤตไม่กระทบมากเพราะประเทศเพื่อนบ้านยังคงต้องบริโภคสินค้าจากไทยด้วย


"เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ เติบโต 3-3.5% ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาเรื่องเดียว คือเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการช่วยเหลือแล้ว"


นายอาคม กล่าวว่า เศรษฐกิจในปี 2566 เชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวและส่งออก ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง และเติมด้วยการลงทุนของภาครัฐ เชื่อว่าการขยายตัวเศรษฐกิจจะอยู่ที่ประมาณ 3-4% เป็นคาดการณ์ตัวเลขจากการใช้ตั้งงบประมาณรัฐ ส่วนเงินในกระเป๋าประชาชนนั้น เมื่อเศรษฐกิจฟื้น เงินในกระเป๋าจะมีเพิ่มขึ้นแน่นอน หลังจากนี้ต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเงินของแต่ละคนแล้ว


รับชมทางยูทูบที่ :  https://youtu.be/FJdv57PSRU0


คุณอาจสนใจ

Related News