เศรษฐกิจ

รมว.คลัง ชี้ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมันฯ ไม่เป็นภาระงบประมาณ ไม่ได้กู้ครั้งเดียวเต็มพิกัด

โดย thichaphat_d

18 ส.ค. 2565

13 views

วานนี้ (17 ส.ค.) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้มีร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. …. และการกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ว่า

เรื่องนี้เป็นวาระลับ โดยรายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้ แต่เป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องของเสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเชื้อเพลิง ซึ่งมาจากปัจจัยและวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นรวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนลงจึงเป็นภาระ โดยในอดีตที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงพลังงาน และในอดีตกองทุนน้ำมัน เคยมีเงินทุนติดลบอยู่หลาย 10,000 ล้านบาท ก็สามารถออกเงินกู้ตราสารหนี้ต่างๆได้เพราะเป็นหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ในกระทรวงพลังงาน และหนี้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันอยู่แล้ว เมื่อมีพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่มีประเด็นนี้อยู่ในพระราชบัญญัติดังกล่าว

จึงพยายามที่จะดูว่าจะใช้วิธีวิธีการเดิมในการกู้เมื่อไม่มีเรื่องนี้อยู่ก็เป็นอุปสรรคจึงได้มีการหารือกับกระทรวงการคลังมาเป็นเวลานานได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการการเงินโดยมีกระทรวงการคลังเป็นประธานเพื่อหาวิธีการต่างๆจึงเป็นทางเลือกและนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ

เมื่อ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแนวทางส่วนที่เหลือกฤษฎีกาจะไปพิจารณาดู ทั้งนี้เมื่อออกเป็นพระราชกำหนดก็จะมีผลทันทีแต่เมื่ออยู่ในสมัยประชุมสภา ก็ต้องนำเสนอทั้งสองสภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่ทั้งนี้จะต้องกู้ก่อน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อที่จะต้องเตรียมพร้อมรับ ในช่วงฤดูหนาวซึ่งไม่ทราบว่าสถานการณ์ฤดูหนาวในต่างประเทศ จะมีผลพวงต่อราคาพลังงาน

ดังนั้นเพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินการต่อไป หน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชน ก็จะต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว เนื่องจากที่ผ่านมาก็ได้หาทุกวิถีทางแล้ว ในการที่จะเสริมสภาพคล่องและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกองทุนน้ำมัน

ส่วนรายละเอียดว่าจะกู้ 1.5 แสนล้านบาทหรือไม่ ต้องดูอีกทีแต่ไม่ใช่เป็นการกู้แบบทีเดียว จะเป็นการทยอยตามความจำเป็นมีทั้งของเก่า และเตรียมพร้อมของใหม่และพยายามจะทำให้ดีโดยยึดวินัยการเงิน การคลัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ

ส่วนจะกู้จนเต็มเพดานหรือไม่ต้องรอดูก่อนเพราะเรื่องนี้เป็นวาระลับ ไม่สามารถที่จะบอกจำนวนการกู้เงินได้ โดยตัวเลขเงินกู้ อยู่ที่กระทรวงการคลังพิจารณาและจะอยู่ในวงเงินที่เหมาะสม เมื่อกู้แล้วก็เชื่อว่าหนี้สาธารณะ จะไม่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้จะออกเงินกู้ได้ภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะนำข้อเสนอแนะต่างๆไปพูดคุยกัน โดยวงเงินกู้ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้หนี้กองทุนน้ำมันฯ และไม่ใช่นำมา พยุงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 35 บาท แต่เป็นการนำมาชำระหนี้เดิมที่ยังช็อตอยู่กว่าแสนล้านบาท

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าว่า การเข้าไปค้ำประกันการกู้เงินให้กับ สกนช.นั้น รมว.คลัง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นภาระงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องไปบริหารจัดการรายรับรายจ่าย เพื่อมาชำระเงินกู้คืนให้กับสถาบันการเงิน ผลกระทบต่อฐานะการคลังก็ไม่มี กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นผู้กู้ก็ต้องไปชำระเอง และไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เงินทันที

นอกจากนี้ ไม่ว่ากระทรวงการคลังจะเข้ามาค้ำหรือไม่ค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว การกู้เงินของ สกนช. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐก็ถือว่าเป็นหนี้สาธารณะอยู่แล้ว ส่วนประเด็นเรื่องกรอบระยะเวลาการกู้เงินนั้น มองว่า การกู้เงินจะต้องดูการบริหารรายรับรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เรื่องนี้กระทรวงการคลังก็ได้มีข้อเสนอแนะไปยัง สกนช. ให้มีการจัดทำแผนในส่วนนี้ให้ชัดเจน โดยมองว่าการกู้เงินควรจะเป็นทางเลือกสุดท้าย

ทั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว จะส่งผลให้หนี้สาธารณะมีสัดส่วนต่อ GDP เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในฐานะที่เป็นผู้กู้ ต้องชำระเงินกู้ให้หมดภายใน 7 ปี ซึ่งมีข้อเสนอว่าไม่ได้กู้ครั้งเดียวหมด 1.5 แสนล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารรายรับรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

โดยก่อนหน้านี้ มีแผนการกู้เงิน 3 หมื่นล้านบาท แต่การไปขอเจรจากู้เงินกับสถาบันการเงินยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังมีความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานจึงมองว่าหากกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยค้ำประกันการกู้เงินให้ จะทำให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจมากขึ้น


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3K63zTaLhh0

คุณอาจสนใจ