เศรษฐกิจ

คุยโรงกลั่นยังไม่จบ 'สุพัฒนพงษ์' แย้มอาจเป็นรูปแบบบริจาค ตามความสมัครใจ ช่วยประชาชน

โดย nattachat_c

1 ก.ค. 2565

7 views

จากข่าวหลายวันมานี้ เรื่องการเก็บกำไรการกลั่นจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน เรื่องยังไม่จบง่าย


วานนี้ (30 มิ.ย. 65) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การเจรจากับกลุ่มโรงกลั่น เพื่อนำเงินมาลดผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง คาดว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนภายในสัปดาห์นี้


โดยรูปแบบอาจจะไม่ใช่การนำกำไรส่งกองทุนน้ำมันฯ แต่อาจจะออกมาในรูปแบบการบริจาค ตามความสมัครใจ โดยอ้างหลักธรรมภิบาลที่ดี ต้องช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อนด้วย และคงไม่มีรายใดที่จะคำนึงเพียงผลกำไรสูงสุดเท่านั้น ซึ่งประชาชนก็เข้าใจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 เช่นเดียวกัน


ความช่วยเหลือจากโรงกลั่นจะเป็นแนวทางบริจาค เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางหรือไม่ ยังไม่ทราบ ขณะนี้มีหลายแนวทาง อย่าเพิ่งไปบังคับผู้ประกอบการ ให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นได้มีเวลาคิดเอง อะไรก็แล้วแต่ให้คิดเอา อย่างน้อยได้ส่งสัญญาณขอให้คิดให้ดีว่า เมื่อยามที่เราพ้นน้ำแล้ว แต่ประชาชนบางส่วนยังได้รับความเดือดร้อน แม้จะเป็นราคาตามกลไกตลาดเสรีก็ตาม แต่ประชาชนยังไม่พ้นน้ำ แถมราคาพลังงานยังเพิ่มขึ้นติดต่อกันมาก


ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายมีธรรมาภิบาลที่ดี ไม่เพียงดูแลกำไรสูงสุด แต่เข้าใจถึงปัญหาของประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการอยู่แล้วด้วย แต่เรื่องนี้โรงกลั่นจะทำในรูปแบบใด อย่าไปกำหนดหรืออย่าบังคับวิธีการทำ รวมถึงไม่ว่าจะเป็นบางรายหรือทั้งหมด” อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการโรงกลั่นต่างชาติในไทยจะสมัครใจให้ความช่วยเหลือราคาพลังงานในช่วงวิกฤต ประเทศไทยน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี


ซึ่งแนวทางความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องสัดส่วนและรูปแบบ ระยะเวลา จะเป็นเช่นไร ขอให้กลุ่มบริษัทโรงกลั่นเป็นผู้ออกมาประกาศเอง แต่เบื้องต้น รัฐบาลขอความร่วมมือไป 3 เดือน


ขณะนี้ทั้ง 6 โรงกลั่นยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับหน่วยงานภาครัฐ ถึงแนวทางดำเนินการเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน โดยเบื้องต้นมองว่าภาครัฐควรจะต้องออกระเบียบ กติกา หรือข้อกฎหมายขึ้นมารองรับการดำเนินให้เกิดความชัดเจน และตอบข้อสงสัยของทุกฝ่ายได้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา หรือปัญหาฟ้องร้องตามหลัง


สำหรับหลักเกณฑ์การเก็บเงินจากส่วนต่างกำไรของค่าการกลั่นเข้าสู่กองทุนน้ำมันฯจะเป็นเท่าไหร่นั้น ยังต้องเจรจาร่วมกัน เพราะขณะนี้ธุรกิจโรงกลั่นต้องเผชิญกับความเสี่ยง จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น และเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทราว 1 บาทต่อดอลลาร์ จะกระทบต่อต้นทุนราคาประมาณ 20 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ประเทศ ปีนี้อาจไม่ถึง 2.5-3% ตามที่ประเมินไว้



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/EZMJ6P36AIw

คุณอาจสนใจ

Related News