เศรษฐกิจ

โฮปเวลล์ ทวงคมนาคม-รฟท. คืนเงิน 11,888 ล้านบาท

โดย onjira_n

21 มิ.ย. 2565

123 views

นายคอลลิน เวียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวทวงถามความเป็นธรรมจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเคยเป็นคู่สัญญาในสัญญาสัมปทานโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (Bangkok Elevated Road and Train System-BERTS) มูลค่า 80,000 ล้านบาท โดยกล่าวว่า นับจากรัฐบาลไทย โดยกระทรวงคมนาคมและ รฟท. ได้บอกเลิกสัญญาเมื่อปี 2541 และบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ รฟท.คืนเงินตอบแทน เงินลงทุน รวมทั้งหนังสือค้ำประกันสัญญาสัมปทานและค่าธรรมเนียมแก่บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งสิ้น 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ รฟท.และ กระทรวงคมนาคม ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของอนุญาโตตุลาการ มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้มูลหนี้รวมดอกเบี้ย อยู่ที่กว่า 27,000 ล้านบาทแล้ว



พร้อมทั้งมองว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคม และ รฟท. แสดงท่าทีที่จะไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการอย่างชัดเจน โดยการพยายามใช้กลไกทางกฎหมาย ประวิงการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ และไม่เคารพคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่ได้วางบรรทัดฐานการวินิจฉัยคดีในลักษณะเดียวกันมามากกว่า 50 คดี รวมถึงความพยายามทำให้บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นโมฆะหรือสิ้นสภาพ



นายเวียร์ กล่าวว่า หากหน่วยงานภาครัฐไม่เคารพในคำพิพากษา ในที่สุดคำพิพากษาถึงที่สุดของทุกศาลจะไร้ความหมาย และเป็นข้ออ้างในการรื้อฟื้นให้มีการพิจารณาคดีใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด





นายสุภัทร ติระชูศักดิ์ ฝ่ายกฎหมาย บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2562 เพื่อรอการพิจารณาคดีใหม่ แต่คำสั่งชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ที่ให้ รฟท. จ่ายหนี้ 11,888 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย 7.5% ยังมีผลใช้บังคับ ซึ่งหากดำเนินการจ่ายหนี้ล่าช้า อัตราดอกเบี้ยก็จะวิ่งขึ้นวันละ 2.4 ล้านบาท



พร้อมระบุว่าที่ผ่านมามีความพยายามในการเจรจากับภาครัฐเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว รวมถึงเคยมีการเสนอลดหนี้จากขณะนั้น 22,000 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) เหลือ 18,000 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากภาครัฐ จนเลยกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในข้อเสนอ ทำให้จากนี้ไป หากจะมีการเจรจาเรื่องหนี้ ก็จะต้องตั้งต้นที่ตัวเลขหนี้ใหม่ คือ 27,000 ล้านบาท(รวมดอกเบี้ย) เป็นอย่างน้อย แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเปิดเวทีเจรจาหรือไม่ แต่หากถามทางโฮปเวลล์ คงไม่เป็นคนเสนอขอเปิดเวทีเจรจาเอง



อย่างไรก็ตามหากโฮปเวลล์ ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี หรือศาลมีคำตัดสินให้โฮปเวลล์ได้รับความเสียหาย ก็จะดำเนินการฟ้องร้องกลุ่มคนที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้เนื่องจากต้องรอคำฟ้องให้เสร็จสิ้นก่อน  แต่หากได้รับความเป็นธรรม เยียวยาเป็นที่พอใจ อาจไม่ฟ้องก็ได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมกรรมการบริษัท พร้อมระบุว่า การรื้อคดีที่มีคำตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่ ต้องดูว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากรื้อคดีนี้ได้ ก็จะส่งผลต่อความมั่นคงทางนิติรัฐ และความเชื่อมั่นในการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมวอนสังคมอย่าใช้คำว่า “ค่าโง่” เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินที่โฮปเวลล์ลงทุนและสมควรจะได้คืน




คุณอาจสนใจ