เศรษฐกิจ

'หุ้นไทย' ดิ่งแรงเกือบ 2% - ค่าเงินบาทอ่อนหนัก 'ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ' ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

โดย thichaphat_d

14 มิ.ย. 2565

117 views

วานนี้ (13 มิ.ย. 65) หุ้นไทยปรับลดลง 32.56 จุด หรือ 1.99% ซึ่งภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค โดยสาเหตุเกิดจากแรงกดดันของตัวเลขภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ ที่ประกาศออกมาอยู่ในระดับ 8.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 40 ปี


ทำให้มีความเสี่ยงว่า ธนาคารกลางทั่วโลกมีโอกาสดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าเดิม จากที่ตลาดคาดไว้จะขึ้น 0.50% ซึ่งกุญแจสำคัญคือ ถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ที่เงินเฟ้อสูง และใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งเร็ว และแรงจะกระทบกับภาวะเศรษฐกิจอย่างไรมากกว่า

-----------

ด้าน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อสร้างภูมิคุ้มกันประเทศไทย ว่า


"หลังจากทั่วโลกเผชิญโควิด-19 โดยจากการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 3% แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิดก็ทำให้เศรษฐกิจติดลบ 6% ต่อมาประสบกับผลกระทบที่เกิดจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน


ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในรูปของเงินเฟ้อ จากเดิมที่คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ระดับ 1% แต่จากข้อมูลล่าสุดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาระดับเงินเฟ้อปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 6.2% จากเดือนมีนาคมที่อยู่ในระดับ 4.9% แต่เมื่อเกิดความเสี่ยงแล้ว จึงต้องหาทิศทางการป้องกันเพื่อทำให้เศรษฐกิจเดินต่อไป"


"สิ่งที่ไทยต้องทำคือสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจของประเทศ ต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากๆ ลดลง และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแบบนโยบาย"


"การปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ควรเป็นแบบเรา ไม่ต้องไปตามต่างชาติ เพราะนั่นไม่ใช่โจทย์ การที่ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐ) ขึ้นดอกเบี้ย ไม่ได้หมายว่า เราต้องขึ้นดอกเบี้ย นี่ขอย้ำ เพราะถูกถามบ่อยๆ ผมก็จะตอบว่า ไม่ มันไม่ได้เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องของเรา เราดูของเรา


ใช่ เฟดขึ้นดอกเบี้ย แล้วเราไม่ขึ้น อาจจะกระทบเงินทุนเคลื่อนย้ายต่างๆ แต่ถามว่าตรงนั้น เป็นปัญหาหรือเปล่า ก็ตอบว่า เสถียรภาพด้านต่างประเทศ เราไม่ได้มีปัญหา เงินทุนเคลื่อนย้ายก็ไม่ได้ไหลออก ตอนนี้สุทธิแล้วเงินไหลยังไหลเข้า ดังนั้น สิ่งที่เราต้องดู คือ เรื่องของเรา ซึ่งก็คือเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เสถียรภาพอะไรต่างๆ”


"ถ้าในท้ายที่สุด มันไปดึงคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวสูงขึ้น ก็จะทำให้เกิดเงินเฟ้อตามมา ทั้งในแง่ค่าจ้างและการขึ้นราคาสินค้า หรือที่เรียกว่า wage-price spiral (การปรับขึ้นราคาสินค้าและการปรับขึ้นค่าแรง) มันจะทำให้เครื่องยนต์ของเงินเฟ้อติด จึงเป็นหน้าที่ของธนาคารกลาง ที่ต้องไม่ให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อติดจนเกินไป


โดยสัญญาณที่บอกว่าเครื่องยนต์เงินเฟ้อติด ตัวชี้วัดที่สำคัญ คือ เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งตอนนี้เราเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ จากเดิมปีที่แล้วอยู่ที่ 0.2% แต่ปีนี้น่าจะเห็นตัวเลข 2% ดังนั้น การทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ และไม่ทำให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อติดจนเกินไป อันนั้นเป็นหน้าที่และบทบาทสำคัญของธนาคารกลาง"

------------

วานนี้ (13 มิ.ย. 65) นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.82 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.77 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 34.40-35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

-------------

“คอยน์มาร์เก็ตแคป” เวปไซต์เก็บสถิติความเคลื่อนไหวของค่าเงินคริปโต ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในฐานะแหล่งลงทุนใหม่เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดของเงินคริปโตทั่วโลกได้ร่วงลงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 โดยลงมาอยู่ที่ 9.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว  หลังจากที่ตลาดได้รับผลกระทบจากความวิตกกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก อีกทั้ง ยังหวั่นเกรงต่อกระแสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ทั้งนี้ มูลค่าตลาดของเงินคริปโตเคยพุ่งสูงสุดแตะ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aaWoJNTt1y8


คุณอาจสนใจ

Related News