เศรษฐกิจ

ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย

โดย thichaphat_d

16 ก.พ. 2565

25 views

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการ สนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งเสริมการใช้อีวี 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์และรถกระบะ โดยจะมีผลบังคับใช้เดือน พ.ค.นี้ และเมื่อผ่าน ครม.แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปออกกฎหมายและทำสัญญากับค่ายรถที่เข้าร่วม

สำหรับมาตรการดังกล่าวแบ่งเป็น2 ช่วง ได้แก่ปี 2565-2568ส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม คือ

1.เงินอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะคันละ70,000-150,000 บาทต่อคัน และรถจักรยานยนต์ 18,000 บาทต่อคัน

2.ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์จาก 8% เป็น 2% และรถกระบะเป็น 0%

3.ลดอากรขาเข้ารถยนต์ที่ผลิตต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์ถึงปี 2566

4.ยกเว้นอากรขาเข้ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ

ทั้งนี้ค่ายรถที่เข้าร่วมต้องรับเงื่อนไข ได้แก่

ผลิตชดเชยให้เท่ากับจำนวนที่นำเข้า CBU ช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 แต่ขยายเวลาได้ ถึงปี 2568 จะต้องผลิตในอัตราส่วน 1.5 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ผู้ใช้สิทธิ์จะผลิตBEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถที่มีราคาขายปลีกราคา 2-7 ล้านบาทต้องผลิตรุ่นเดียวกับที่นำเข้ามา

สำหรับมาตรการการสนับสนุนรถยนต์ EV แบ่งเป็นรถ 3 ประเภท ได้แก่

รถยนต์ไฟฟ้าราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ) ได้ลดอากรขาเข้าสูงสุด 40% (ปี 2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565- 2568) เงินอุดหนุน (ปี 2565-2568) 70,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 30 กิโลวัตต์ต่อ ชั่วโมง) 150,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่ 30 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงขึ้นไป) และในปี 2567 ต้องผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้าในปี 2565-2566 โดยผลิตรถรุ่นใดก็ได้

ส่วนรถ EV ที่ราคาขายปลีกแนะนำ 2-7 ล้านบาท ได้ลดอากรขาเข้าสูงสุด 20% (ปี 2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565-2568) แต่ต้องเลือกผลิตรถยนต์จากรถรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ได้นำข้ามาในปี 2565-2566 เท่านั้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมครม. เห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งผลักดันให้ไทย สัญญาเป็นฐานการผลิตสู่ความเป็น D Choice ของเอเชีย

โดยมีมาตรการทั้งมาตรการทางภาษี และไม่ใช่ภาษีเพื่อให้ราคารถยนต์และรถจักรยานยนต์ประเภทรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ สามารถแข่งขันกับรถประเภททั่วไปได้ ส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อเป็นไปตามเป้าหมาย การใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ

โดยในช่วง 1-2 ปีแรกปี 2565- 2566 จะให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็วครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน

ยกเว้นอากรนำเข้า ลดอัตราภาษีสรรพสามิต กรณีรถยนต์รถกระบะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ผลิตในประเทศเพื่อสร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของผู้ประกอบการในไทย

โดยในช่วง 2 ปีถัดมาปี 2567-2568 จะให้ความสำคัญเรื่องการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ผลิตภายในประเทศเป็นหลักโดยยกเว้นการยกเว้นการลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน

แต่ยังคงมาตรการลดภาษีและลดอัตราภาษีสรรพสามิต เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่ตามกำหนดต่อไปซึ่งจะทำให้ต้นทุนของรถไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคันที่นำเข้าส สูงกว่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bBe_hooeL_w

คุณอาจสนใจ