อาชญากรรม

'บิ๊กโจ๊ก' ลงพื้นที่ติดตามคดีอดีต ตร.คลั่ง แยกสอบ 3 สำนวน เผยมูลเหตุจูงใจก่อเหตุจากความเครียด

โดย weerawit_c

9 ต.ค. 2565

326 views

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามคดีอดีตตำรวจคลั่งกราดยิงที่ จ.หนองบัวลำภู เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้ต้องหาถึงแก่ความตายไปแล้ว ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังต้องทำสำนวนคดี 3 สำนวน คือ สำนวนการชันสูตรพลิกศพ / สำนวนผู้ต้องหาฆ่าตัวเอง และสำนวนผู้ต้องหาไปก่อเหตุ จึงต้องสอบปากคำ 180 กว่าปากให้แล้วเสร็จภายใน 2 วันนี้



อย่างไรก็ดี ต้องมีถอดบทเรียนอย่างรวดเร็ว ทุกหน่วยงานต้องช่วยกันทั้งกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข



ส่วนมูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า น่าจะมาจากมาจากความกดดันจากสภาพจิตใจและความเครียดเป็นหลัก ตอนนี้ต้องพูดตามหลักของนิติวิทยาศาสตร์ว่าตรวจร่างกายไม่พบสารเสพติด ช่วงที่เข้ามาเป็นตำรวจก็ไม่พบสารเสพติดเช่นกัน ตรงนี้มีเอกสารยืนยัน ซึ่งภายหลังผลตรวจร่างกายไม่พบยาเสพติด เป็นสิ่งบ่งบอกได้ว่า 3-4 วันที่ก่อนที่ผู้ก่อเหตุลงมือ ไม่ได้เสพยาแต่อย่างใด



ทั้งนี้ ไม่พบว่ามีประวัติการขายอาวุธ กระสุน หรือปืนเถื่อน ส่วนการตัดตอนคดียาเสพติด หรือเป็นเครือข่ายยาเสพติด ยืนยันว่าไม่มีเช่นกัน



ส่วนสาเหตุที่เผารถยังเจาะลึกในรายละเอียดไม่ได้ แต่ทราบมาว่ารถยังผ่อนไม่หมด เหลือผ่อนอยู่ประมาณ 3-4 แสนบาท เมื่อถูกไล่ออก เงินเขาก็ไม่มี ต้องไปทำไร่ รวมทั้งปัญหาหนี้สินและปัญหาครอบครัวอีกด้วย



ส่วนกรณีที่ไม่มีใครช่วยเหลือทางคดี เท่าที่ฟังจากศาล ท่านยังให้ความเมตตา วันที่ไปขึ้นศาล ศาลยังบอกว่า ให้เขาเอาประวัติการทำคุณงามความดีมา ศาลก็จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง



เมื่อถามถึงกรณีที่ลูกเลี้ยงของผู้ก่อเหตุไม่ได้มาเรียนประมาณ 1 เดือน เกี่ยวข้องกับปมขัดแย้งในโรงเรียนหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า เท่าไหร่ที่ทราบมาจากคุณครู ที่หยุดเรียนเนื่องจากว่าไม่สบาย พ่อเป็นห่วงมาก จึงไม่ให้มาเรียนเกือบเดือน ยืนยันไม่ความขัดแย้งกับใครเพราะเด็กอายุแค่ 2 ขวบเท่านั้นเอง



ส่วนเหยื่อที่ถูกขับรถชนระหว่างทางพบว่ามีความขัดแย้งอะไรกันหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ไม่มี เป็นการชนโดยไม่รู้จักกันเลย พูดง่ายๆ ว่าออกจากบ้านมาเจอใครก็ชนหมด เจอใครก็ยิงหมด พร้อมย้ำว่าเครียดจากภาวะของตัวเองเป็นหลัก



ส่วนความเป็นไปได้ในเรื่องของการขาดยาหรืออยากยาจนมาก่อเหตุหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  ก่อนจะก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุ เดินทางไปศาลก่อน และการให้การในศาลเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. - 12.00 น. ซึ่งให้การได้อย่างดี ดังนั้น เป็นสิ่งบ่งบอกว่าไม่มีอาการของยาเสพติด



ขณะนี้สำนักงานแพทย์ใหญ่กำลังไปดูว่าประเด็นใดที่ทำให้คนที่มีบุคลิกแบบนี้ถึงระเบิดออกมาและมาก่อเหตุได้ขนาดนี้



จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมไปดูการสอบปากคำที่ชาวบ้านที่เหตุการณ์และครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งจุดนี้สอบปากคำอยู่ตรงข้ามบ้านของผู้ก่อเหตุ



เมื่อไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้พูดคุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เห็นในวันเกิดเหตุ ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟัง ชาวบ้านบอกว่าผู้ก่อเหตุเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ 1 ปี ย้ายออกจากตำรวจก็มาอยู่ที่นี่เลย ชาวบ้านไม่มีใครสนิทหรือสุงสิงกับบ้านของผู้ก่อเหตุเลย



ชาวบ้านรายหนึ่ง บอกว่า เคยเห็นผู้ก่อเหตุเล่นปืน และก่อนเกิดเหตุมีเสียงคล้ายประทัดดังขึ้น จึงมั่นใจได้ว่าเสียงที่ได้ยินคล้ายประทัดเป็นเสียงของปืน



ขณะที่ชาวบ้านหญิงอีกราย ได้บอกกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่า รถจยย.ของตนได้รับความเสียหายจากการโดนเผา ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้บอกกลับว่าให้ลงรายละเอียดไว้ ทั้งนี้ ชาวบ้านหญิงรายนี้เป็นพลเมืองดีที่โทรแจ้งตำรวจอีกด้วย ซึ่งเธอบอกว่าโทรแจ้งเพราะเห็นว่าเด็กเยอะ



พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ดูการสอบสวนว่าได้มีการกำชับไปยังพนักงานสอบสวนว่า ในการสอบปากคำให้สอบครั้งเดียวให้เสร็จ เพื่อไม่ให้เป็นการไปตอกย้ำ ในกรณีที่เป็นญาติ เป็นพ่อแม่ ของผู้เสียชีวิต ส่วนการเยียวยากระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการครบแล้ว และได้ล่าสุดได้หารือกับปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะดำเนินการเสร็จสิ้นในวันที่ 11 ต.ค. จากนี้เป็นเรื่องของนักจิตวิทยา ซึ่งจะลงพื้นที่ทุกวันซึ่งเริ่มตั้งแต่วานนี้แล้ว เพื่อลงพื้นที่ดูสภาพจิตใจของประชาชนในพื้นที่



ส่วนคำให้การของชาวบ้านที่บอกว่าครอบครัวผู้ก่อเหตุไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครเลย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ยิ่งเป็นการตอกย้ำ ตามที่ได้บอกไปว่าเป็นเรื่องของจิตใจคนและอาการทางจิต



พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังยอมรับว่าในปัจจุบันยาบ้านั้นมีราคาที่ถูกลงจริง ซึ่งก็จะต้องเข้มงวดในการปราบปรามอย่างจริงจัง ในส่วนเรื่องการใช้ปืน ก็จะหาทางออกร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในเรื่องขอใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน



รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/rVRyZEfzr-Q

คุณอาจสนใจ

Related News