อาชญากรรม

'จุติ' เผยไม่มีมวยล้ม คดีค้าประเวณีที่สุราษฎร์ธานี พร้อมดึงภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ

โดย passamon_a

7 พ.ค. 2565

37 views

จากกรณีปัญหาซื้อบริการทางเพศเด็กและเยาวชน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และมีรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนเข้าเกี่ยวข้อง ฐานขัดขวางการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ล่าสุด นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สั่งย้ายออกจากพื้นที่แล้ว และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง


จากปฏิบัติการ ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว ป้องกันการปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สตช. และตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี บุกค้นบ้านคนกลางที่จัดหาเด็กขายบริการทางเพศ พร้อมกัน 18 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 16 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ 5 คน และผู้ต้องหาซื้อบริการทางเพศ 11 คน และขณะนี้ยังหลบหนีอีก 4 คน ซึ่งเป็นการขยายผลการจับกุม เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ส่วนเด็กและเยาวชนผู้เสียหาย มีถึง 9 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี มีทั้ง 12 13 และ 15 ปี อย่างที่ทราบว่าขณะนี้ แยกอยู่ในความดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนแล้ว


สำหรับผู้ต้องหาซื้อบริการเด็กและเยาวชน 11 คน อายุมากสุดถึง 79 ปี เป็นถึงประธานสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี บางคนเป็นถึง รองประธานสภา อบต.ใน อ.พุนพิน เป็นข้าราชการครู แพทย์ ทหาร และลูกอดีตนักการเมืองชื่อดัง และที่มากไปกว่านั้น คือมี รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน สั่งหัวหน้าบ้านพักเด็กให้เกลี้ยกล่อมเด็ก เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา


ด้าน คุณทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ระบุว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและสังคมของมนุษย์ ถูกออกแบบเพื่อเฝ้าระวัง ปกป้องช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ถูกละเมิด และบ้านพักเด็กของแต่ละจังหวัดที่มีอยู่ ถือเป็นสถานที่สำหรับ หนีร้อนมาพึ่งเย็น แล้วจะต้องปลอดภัย กรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นความรู้สึกที่แย่ เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองเด็ก เป็นส่วนหนึ่งในคดีค้ามนุษย์ไปด้วย ดังนั้นจึงเรียกร้องไปยัง คุณจุติ ไกรฤกษ์ ว่าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ อาจไม่เพียงพอ แต่หากอยากกอบกู้ชื่อเสียงขององค์กร จะต้องให้รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนพัวพัน ออกจากราชการไว้ก่อน และเร่งสอบสวนภายใน โดยบุคคลที่น่าเชื่อถือจากภายนอกเข้าร่วมด้วย


ล่าสุด นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศทางกระทรวงได้ดำเนินการอยู่แล้ว เป็นการเงียบ ๆ เพราะว่าต้องคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหาย ประชาชนอาจจะไม่ได้เห็นอะไรที่ทาง พม.ได้ดำเนินการไป จึงอยากให้ประชาชนนั้นได้มั่นใจว่ากระบวนการที่เราทำอยู่นั้นได้คุ้มครองป้องกันและจัดการกับการกระทำละเมิดทางเพศอย่างเด็ดขาดเสมอมา ด้วยคณะกรรมการที่มีอยู่แล้วในระบบ


วันนี้เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากขึ้น และเพื่อให้การดำเนินการนั้นตอบสนองความรู้สึกของพี่น้องประชาชน และก็เรื่องของกฎหมายก็ได้มีคำสั่งเมื่อวานนี้ ตั้งคณะทำงานสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมี ปลัด พม. เป็นประธาน และเชิญภาคประชาชนคือ สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย รวมทั้งประธานมูลนิธิสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย มาร่วมงานนี้ด้วย เพื่อราชการก็ทำงานตามระบบราชการไป หากประชาชนท่านใดมีความไม่มั่นใจในระบบราชการ ก็จะมั่นใจเมื่อมีองค์กรภาคประชาชนมาร่วมงานกับเราอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความโปร่งใสมีความเป็นธรรม แล้วข้อเท็จจริงนั้นก็จะนำมาสู่การจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน


คุณอาจสนใจ