อาชญากรรม

เปิดชนวนเหตุ โจ๋บุกยิงอริดับคาห้องฉุกเฉิน เพื่อนยันไม่เคยมีเรื่องกัน เผย 2 ปีก่อน รพ.นี้เคยโดนมาแล้ว

โดย thichaphat_d

10 เม.ย. 2565

90 views

เมื่อคืนวันที่ 8 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปยิงคู่อริถึงห้องฉุกเฉิน ภายในโรงพยาบาลปากคาด ทำให้มีคนเสียชีวิตภายในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อนายสุริชัย สุนันทนาม อายุ 21 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 นัด โดยถูกยิงหน้าผากทะลุคิวซ้ายกลางศีรษะ 1 นัด หน้าอก 2 นัด ไหปลาร้า 1 นัด


โดยมีภาพเหตุการณ์ เริ่มตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ภายในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนหลวง 212 สายบึงกาฬ-หนองคาย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และหนึ่งในนั้นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปากคาด เวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 9 เม.ย. 65


และระหว่างนอนรอการปฐมพยาบาลอยู่บนแปล เพื่อรอผลตรวจ ATK ก่อนเข้ารักษา จากนั้นเวลาประมาณตี 1 ครึ่ง มีวัยรุ่นชายวิ่งถือปืนมาจ่อยิงที่เตียงของคนเจ็บ ที่กำลังรอรักษา 2 นัด แต่ปืนไม่ลั่น จึงล่าถอยกลับไป


ซึ่งจังหวะนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลเห็นท่าไม่ดี จึงรีบนำคนเจ็บเข้าไปในห้องฉุกเฉิน แต่ผู้ก่อเหตุรายเดิม ได้วิ่งถือปืนเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะกระหน่ำยิงใส่คนเจ็บ ที่กำลังนอนรอรับการรักษา จนต้องรีบหนีตาย ก่อนจะล้มลงไปนอนชีวิตกับพื้นห้อง สร้างความตกใจให้กับแพทย์ พยาบาล ที่กำลังช่วยเหลือคนไข้ ส่วนผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงชุลมุน ขี่มอเตอร์ไซด์หลบหนี


หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณโรงพยาบาลปากคาด พร้อมสอบปากคำเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ และสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรทางการแพทย์


ต่อมาเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายบุญญฤทธิ์ หรือบิว พลขันธ์ อายุ 21 ปี พร้อมนำตัวกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทในร้านเหล้า เพื่อนผู้ก่อเหตุ และแฟนสาว มาสอบสวนที่ สภ.ปากคาด จากนั้นตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายบุญญฤทธิ์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ


ขณะที่ พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 หลังทราบเรื่อง ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในคดี กระทั่งต่อมา ได้รับรายงานจากตำรวจชุดสืบสวนว่า สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้ว


หลังสืบทราบว่า คนร้ายได้ไปรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะถูกแทงด้วยขวดแตกปากฉลามเข้าที่ข้อมือซ้าย ต้นแขนซ้าย-ขวา ที่ร้านอาหาร ก่อนจะโมโหจึงกลับไปเอาปืนมายิงคู่อริในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจนเสียชีวิต โดยพบคนร้ายมีบาดแผลถูกฟันที่แขนหลายแห่ง จนเสียเลือดจำนวนมาก โดยเพื่อนพาหนีมารักษาตัวที่ รพ.หนองกุงศรี ก่อนรีเฟอร์ส่ง รพ.กาฬสินธุ์


เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนไปในทาง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นๆ หลังสอบสวนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีเพื่อนที่ร่วมกันก่อเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามจับกุม


ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยรับว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลปากคาดจริง โดยอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ได้โยนทิ้งลงน้ำระหว่างทางที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จาก จ.บึงกาฬ มายังบ้านญาติที่ อ.หนองกรุงศรี จ.กาฬสินธุ์


ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุไว้แล้ว ที่บ้านญาติของนายบุญญฤทธิ์ ในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี ทั้งนี้อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุต่อไป


พล.ต.ท.ยรรยง เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุ คือ

1.นายบุญญฤทธิ์ พลขันธ์ หรือบิว อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุยิงผู้ตาย ขณะนี้ได้รับการรักษาผ่าตัดข้อมือที่บาดเจ็บ ที่ รพ.กาฬสินธุ์ ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าห้องผ่าตัดตลอด 24 ชม.

2.นายชลิต แมงไธสง อายุ 20 ปี ผู้ช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานรพ.กาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


นอกจากนี้ คดีดังกล่าวยังเป็นที่สนใจของผู้บังคับบัญชาและประชาชน ที่ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ซึ่งหลังสอบสวนจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติม และข้อหาหนักอย่างแน่นอน เพราะเป็นการกระทำที่ถือได้ว่าอุกอาจ ทั้งเพื่อนที่พาไปยิงที่โรงพยาบาล และเพื่อนที่พาหลบหนี หลังจากนำตัวมาแล้วและสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว จะให้ พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ให้ข้อมูลเพื่มเติม และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป


ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับในเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยให้มีแผนการปฏิบัติ และมีการซักซ้อมแผนกันมาอย่างต่อเนื่อง ในกรณีนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ฉุกละหุกจริงๆ ซึ่งเราก็จะได้ทบทวนบทเรียนในครั้งนี้


ส่วนโรงพยาบาลปากคาด ได้เดินทางไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ของโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งก็เห็นใจเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลที่ทำงานหนัก และวันเกิดเหตุ มีคนป่วยเยอะ ซึ่งหลังจากพูดคุยกับผู้อำนายการแล้ว ก็เข้าใจ และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน


ส่วนผู้ตาย เมื่อวานนี้ (9 เม.ย. 65) ญาติได้มารับร่างไปประกอบพิธีฌาปนกิจ ที่หนองคาย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า


จากการสอบถาม นางสายันต์ พลขัน อายุ 71 ปี ยายของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า นายบิวได้ตั้งวงกินเหล้าที่ข้างบ้านกับเพื่อนๆ จนประมาณเวลา 19.00 น. ตนเองก็เข้านอน ยอมรับว่านายบิว หลานชาย หลังเกิดเหตุได้มาหาตนที่บ้าน พร้อมกับกราบขอขมา ว่าไปก่อเหตุยิงคนตายในโรงพยาบาลมา ยายจึงบอกไม่ต้องไปไหนให้รอมอบตัว แต่นายบิวก็หลบหนีไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปกับใคร


ด้านนางบาง สุนันทานาม อายุ 63 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติลูกชายของตนเองก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหน อยู่บ้านทำงานบ้านช่วยแม่ ไม่ได้ออกไปรับจ้างที่ไหน มีแต่เพื่อนมาหาที่บ้าน ซึ่งวันที่เกิดเหตุ ตนเองก็ไม่ทราบว่าลูกชายเดินทางมายังที่เกิดเหตุดังกล่าว


ส่วนนายสุริยันต์ สุนันทนาม อายุ 30 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตอนที่น้องชายจะเสียชีวิต ได้มีลางสังหรณ์ว่า ปกติผู้ตายไม่เคยขอเบียร์ดื่ม แต่มาวันก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต ผู้ตายได้มาขอให้พี่ชายเลี้ยงเบียร์ 3 ขวด ก็เลยไม่คิดว่าน้องชายจะมาเสียชีวิตลงกะทันหันแบบนี้


ส่วนเพื่อนผู้ตาย เล่าว่า คืนเกิดเหตุไปเที่ยวด้วยกันรวม 6 คน นั่งดื่มเหล้าที่ร้านอาหาร จากนั้นเพื่อนรุ่นพี่ทยอยออกจากไป เหลือตนกับผู้ตายเพียง 2 คน จู่ๆ กลุ่มวัยรุ่นโต๊ะหลัง มาเรียกผู้ตายให้ไปคุยด้วย เพื่อนก็เดินไปแล้วก็ถูกรุมทำร้ายศีรษะแตก ตนพาไปทำแผลที่รพ.ปากคาด


“ระหว่างรอเย็บแผลตนเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินไม่ถึง 10 นาที เพื่อนก็ถูกบุกมายิงจนเสียชีวิต ซึ่งทราบว่าคนยิงเคยก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายคู่อริถึงในรพ. ซึ่งพวกเราไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกันมาก่อน” 

คุณอาจสนใจ