อาชญากรรม

พ่อน้องต่อยืนยันไม่รู้จริงๆ ใครเอาลูกไป ส่วน DNA ตรงกับลุงแจ้ยังไม่ขอพูด- ลุงแจ้ ทำใจหากโดนแจ้งข้อหา

โดย kanyapak_w

19 ก.พ. 2566

347 views

พุด เปิดใจ ไม่รู้จริงๆ ใครเอาลูกไป ไม่เชื่อคนสติไม่ดีจะทำ ยืนยันไม่ได้สร้างเรื่อง ด้านญาติสงสัย ทำไมโพสต์วันลูกหายว่า ใครอุัมลูกไป ให้เอามาคืนเหมือนรู้เหตุการณ์ ด้าน ลุงแจ้ ทำใจ หากโดนแจ้งข้อหา ปัด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหายตัวของน้องต่อ






ในส่วนของนายพุด พ่อของน้องต่อบอกว่าตลอด 14 วันที่ผ่านมา ถูกตำรวจนำตัวไปสอบสวนทั้งวันจนดึก เพราะพุดและนิ่ม สองสามีภรรยาเป็นคนสุดท้าย ที่อยู่กับน้องต่อก่อนหายตัวไป







นายพุดกล่าวว่า หลังจากเข้าเครื่องจับเท็จก็ปกติไม่มีอะไร ตำรวจพามาโรงพักทุกวันบางครั้งก็ไม่ได้ถามอะไร ถามเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ วนไปมา













ผมขอยืนยันว่า ว่าผมและนิ่ม ไม่ได้สร้างเรื่องลูกหาย หรือ ทำร้ายลูก ลูกหายจริงๆ วันเกิดเหตุประมาณ 7 โมง นิ่มมาบอกว่าลูกหาย แล้วเขาก็คลุมโปงร้องไห้คนเดียว











ตอนนั้นตนก็แจ้งผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านช่วยตามหา แต่ไม่เจอ จึงขี่จยย. ไปหา ดาบปองทึ่ป้อมตำรวจห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อบอกว่าลูกหาย จากนั้นก็กลับมาบ้าน ออกตามหาลูก ไม่ได้หนีไปไหน ตอนนั้นไม่รู้ว่าลูกหายจริงไหม เพราะตามหาตามบ้านใกล้เคียงกันก่อน













และตำรวจก็มาที่บ้าน  และให้ไปแจ้งความ หากตนเอาลูกไปจริงหรือสร้างเรื่อง จะเอาเวลาไหนไปทำ









ส่วนตอนนี้มีประเด็นว่า ชายสติไม่ดีที่อยู่ใกล้บ้าน อาจจะขโมยน้องต่อไป นายพุด กล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่ปกติขายรายนี้ จะมาเล่นที่บ้าน เฉพาะช่วงเย็น และไม่เคยอุ้มน้องต่อ และหากชายคนนี้อุ้มน้องต่อไปจริง ก็ต้องร้องไห้แล้ว แต่กลับไม่มีใครได้ยินเสียง









ขอยืนยันว่า ตนและภรรยาไม่รู้จริงๆ ว่าใครเอาลูกไป และบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว แล้วแต่สังคมจะเชื่อ และหากสุดท้ายตามน้องต่อไม่เจอ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย











ส่วนเรื่องดีเอ็นเอ ที่ตรงกับลุงแจ้นั้น เรื่องนี้ยังไม่จอพูด ขอให้เจอตัวน้องต่อก่อน และจะคุยกับทางครอบครัวว่าจะทำอย่างไร











ขณะเดียวกัน ด้าน ลุงแจ้ ทำใจ หากโดนแจ้งข้อหา ปัด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหายตัวของน้องต่อ พร้อมเปิดวงจรปิด ยืนยันช่วงเวลาเกิดเหตุ ยังออกบิณฑบาตกับพระ ส่วนประเด็นดีเอ็นเอตรงกับน้องต่อ ยังไม่ยืนยัน วอนสังคมตามหาเด็กก่อน









นายสุรชัย หรือ ลุงแจ้ เพื่อนสนิทของพ่อนิ่ม และพบว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนิ่ม หลังจากที่ผลตรวจดีเอ็นเอ ออกมาว่า ลุงแจ้ ดีเอ็นเอตรงกับน้องต่อ







วานนี้ (18 ก.พ.) ตำรวจก็นำตัวลุงแจ้มาสอบปากคำที่ สภ.บางหลวง ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ลุงแจ้เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตอนนี้ ขอแยกเป็นสองประเด็นเรื่องดีเอ็นเอที่บอกว่าตรงกับน้องต่อ ให้ตัดไปก่อนและตนเองก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้ขอให้โฟกัสการตามหาน้องต่อก่อน







ตำรวจได้ถามเรื่องความสัมพันธ์กับนิ่มแม่ของน้องต่อ ยอมรับว่ากังวลว่าจะถูกดำเนินคดี เพราะตนไม่รู้กฎหมาย และตำรวจแจ้งว่า จะต้องถูกดำเนินคดีพรากผู้เยาว์ และล่วงละเมิดทางเพศเด็ก







ส่วนการหายตัวไปของน้องต่อ ตนไม่รู้เรื่องด้วยโดยมีภาพจากกล้องวงจรปิด ในหมู่บ้านยืนยัน ส่วนการที่นิ่มโทรหาตนคนแรก หลังจากน้องต่อหาย ก็เพราะนิ่มต้องการให้ติดต่อพ่อให้ เพราะติดต่อพ่อไม่ได้ แต่ไม่ยอมบอกว่าน้องต่อหายไป น้ำเสียงที่โทรมาบอกวันนั้น เป็นปกติ









ซึ่งส่วนตัวตน ไม่มั่นใจว่าการหายตัวไปของน้องต่อพ่อแม่เด็ก จะรู้เห็นหรือไม่









ส่วนความสัมพันธ์ที่ตนมีกับนิ่ม นายพุด สามีของนิ่มก็รู้มาตลอด ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหายตัวของเด็ก แต่ต้องมาโดนด้วย หากถูกแจ้งข้อหาก็ต้องยอมรับ และอยากขอความเป็นธรรมด้วยเรื่องเด็กหายเราไม่รู้จริงๆ  ส่วนการสัมพันธ์กับแม่นิ่ม ก็รู้ว่าผิดกฎหมายแต่คิดว่าเขายินยอม จึงไม่ผิด  อยากฝากบอกนิ่มว่า มีอะไรก็พูดออกมาได้แล้วตอนนี้มีหลายคนต้องเดือดร้อน









ทีมข่าว ได้หลักฐานสำคัญ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ในหมู่บ้านเเห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ระยะทางห่างจากบ้านของน้องต่อ 15 กิโลเมตร วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุที่น้องต่อหายตัวไป เวลา 06.45 น. เห็น นายสุรชัย หรือเเจ้ อายุ 55 ปี ขี่รถจักรยานยนต์สามล้อ พาพระสงฆ์ 1 รูป ออกบิณฑบาตในชุมชนดังกล่าว โดยในคลิปจะเห็นนายเเจ้ ใส่เสื้อเเขนยาวสีกรมท่า , ใส่กางเกงยีนขาสั้น , รองเท้าเเตะสีดำ ซึ่งกล้องวงจรปิดตัวดังกล่าว เป็นหลักฐานสำคัญชี้ให้เห็นว่าช่วงเวลาที่น้องต่อหายตัวไป นายเเจ้ ไม่ได้อยู่ใกล้เคียงบ้านน้องต่อเลย



แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ