อาชญากรรม

รวบ "นัท สามโคก" หลอกขายอะไหล่รถยนต์ ตัดกำไล EM มาก่อเหตุอีกเพียบ

โดย kanyapak_w

25 ม.ค. 2566

167 views

สืบสวนนครบาล รวบ นัท สามโคก หลอกขายอะไหล่รถยนต์ ตัดกำไล EM มาก่อเหตุอีกเพียบ



ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.  ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก  ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้สืบสวนจับกุม นายกิจติชัย หรือนัท บุคคลมีพฤติการณ์สร้างเฟซบุ๊กเข้าไปโพสต์หลอกขายสินค้าจำพวกอะไหล่รถยนต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมากเช่นเดียวกับนายนิว  สามโคกพี่ชาย  (ถูกบก.สส.บช.น.จับกุมเมื่อเดือนมกราคม 2566 )โดยจากการตรวจสอบประวัติคดีของนายนัท  ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์



พบว่านายกิจติชัย เป็นบุคคลที่หากปล่อยให้อยู่ในสังคมต่อไปเชื่อว่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนเนื่องจากนัท เคยถูกจับกุมในคดีความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกงประชาชน ท้องที่ สภ.ศรีเทพ ภ.จว.เพชรบูรณ์ แต่ได้รับการประกันตัวในชั้นศาลและติดกำไล EM แต่ตัวนาย  กิจติชัย ได้ทำการตัดสายกำไล EM เพื่อหลบหนีช่วงประกันตัว โดยย้ายที่อยู่และยังไม่เลิกพฤติกรรมกลับไปก่อเหตุสร้างเฟซบุ๊กเข้าไปหลอกขายอะไหล่รถยนต์มือสองสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซาก ไม่เข็ดหลาบ ถือเป็นภัยบนโลกออนไลน์ต่อสังคมและประชาชนรายสำคัญ              


เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2565 เวลาประมาณ 16.00 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี , พ.ต.อ.กมล นุ่มหอม รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.  ได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว



นายกิจติชัย หรือนัท สามโคก  อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ 52/2565 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2565 กล่าวว่า “ โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ฉ้อโกงและเป็นการฉ้อโกงประชาชน ”




โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าหอพักแม็กซ์อพารต์เมนต์ เลขที่ 213/3 ซอยสุขี 1/13 ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี



ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมให้ข้อมูลว่าเดิมทีตนเคยทำงานเป็นพนักงานขายอะไหล่รถยนต์ของร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์แห่งหนึ่งภายในตลาดพูนทรัพย์ย่านปทุมธานี ซึ่งทางร้านมีการโพสต์จำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าผ่านทางออนไลน์ ตนจึงเรียนรู้วิธีการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์  ต่อมาช่วงประมาณปี 2562 ตนเองเริ่มติดเล่นเสียพนันออนไลน์ จึงคิดที่จะหาเงินทางลัด จึงเริ่มสร้างเฟซบุ๊กเข้าไปโพสต์หลอกขายอะไหล่รถยนต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ จนกระทั่งกลุ่มผู้เสียหายได้มีการตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมา เพื่อตามล่าตัวผู้ต้องหา ซึ่งในครั้งนั้นพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากถึง 49 คน และมีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ตามท้องที่ต่างๆ




ทั้งในเขตนครบาล และต่างจังหวัดเกือบทุกภาค จนต่อมาช่วงเดือนมิถุนายน 2563 จึงถูกจับกุมในท้องที่ สภ.สามโคก นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีเทพ ภ.จว.เพชรบูรณ์ และได้รับการประกันตัวในชั้นศาล โดยศาลให้ติดกำไล EM ขณะประกันตัว  แต่เนื่องจากตัวนายกิจติชัย กลัวการติดคุก และมั่นใจว่าจะสามารถหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงได้ตัดสายกำไล EM เพื่อหลบหนี รวมทั้งย้ายที่อยู่ และกลับไปก่อเหตุโพสต์เฟซบุ๊กหลอกขายอะไหล่รถยนต์มือสองในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ อาทิเช่น กลุ่ม “ ซื้อขายรถ อะไหล่รถ Benz W212 W207 W218 ” , กลุ่ม “ CRV-G5 Thailand Helpclub ” , กลุ่ม “ Accord G8 (ซื้อ-ขาย) ” , กลุ่ม “ Mercedes-Benz W204 Devil gang ” , กลุ่ม “ All new Alphard&Vellfire ” , กลุ่ม “ ซื้อขายอะไหล่และของแต่ง TOYOTA ANH20 เท่านั้น ” , กลุ่ม “ ซื้อ-ขาย อะไหล่ Alpharrd Vellfire Estima ทุกรุ่น มือสองญี่ปุ่น ” , กลุ่ม “ BMW F10&Series (Thailand) ” , กลุ่ม “ ครอบครัว Mercedes benz W205 Club Thailand ” , กลุ่ม “ เร็คหลังคารถ ซื้อขาย แลกเปลี่ยน และพูดคุย เร็คหลังคามือ1 และมือ2 ” และกลุ่มอื่นๆ อีกกว่า 50 กลุ่ม อย่างต่อเนื่องอีกเช่นเคย



ผู้ต้องหายอมรับว่า ณ ปัจจุบันใช้บัญชีเฟซบุ๊กในการก่อเหตุ จำนวน 3 บัญชี คือ

            (1) ชื่อบัญชี   “อารีฤทธิ์ ฤทธิ์วิวัฒนาคุณ ”

            (2) ชื่อบัญชี “พรเทพ แซ่ลิ้ม ”

            (3) ชื่อบัญชี “Tammasaksit Sitti Arnugun ”


จากการก่อเหตุตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน ผู้ต้องหารับว่าได้เงินจากการก่อเหตุมากกว่า 2,500,000 (สองล้านห้าแสนบาท) เงินที่ได้ส่วนใหญ่นำไปใช่เล่นพนันออนไลน์ เที่ยวเตร่ ตลอดจนเช่าที่พักเพื่อหลบหนีจากถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจศาล




เมื่อตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีรวมทั้งหมด ทั้งที่เคยถูกจับกุมได้ และยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี รวม 8 คดี ประกอบด้วย




        - คดีที่ 1 ปี 2562 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ตัวการในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ” ท้องที่ สภ.สามโคก สถานะแจ้งข้อกล่าวหา/ไม่ควบคุมตัว

        - คดีที่ 2 ปี 2563 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ

        - คดีที่ 3 ปี 2563 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ตัวการในข้อหาฉ้อโกง,ตัวการในข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมฯ ” ท้องที่ สภ.สามโคก สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ

        - คดีที่ 4 ปี 2564 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.รัตนาธิเบศร์     สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ

        - คดีที่ 5 ปี 2564 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ตัวการในข้อหาผู้ใดกระทำความผิดโดยการ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ ” ท้องที่ สภ.เหล่าต่างคำ ภ.จว.หนองคาย สถานะหลบหนี

        - คดีที่ 6 ปี 2564 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ตัวการในข้อหาฉ้อโกงประชาชน,ตัวการในข้อหาผู้ใดกระทำความผิดโดยการ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอมฯ ” ท้องที่ สภ.ศรีเทพ ภ.จว.เพชรบูรณ์ สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ

        - คดีที่ 7 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ตัวการในข้อหาผู้ใดกระทำความผิดโดยการ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ ” ท้องที่ สภ.เมืองลพบุรี สถานะหลบหนี

        - คดีที่ 8 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง,ผู้ใดกระทำความผิดโดยการ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ ” ท้องที่ สภ.เมืองพิษณุโลก สถานะหลบหนี


ซี่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำหนังสือประสานเพื่อให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแต่ละคดีทำการอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย จึงนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เมือง ลพบุรี จังหวัดลพบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง หรือสินค้าที่มีราคาถูกเกินกว่าราคาและคุณภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ความโลภเห็นแก่ผลกำไรมาเป็นจุดล่อใจให้ประชาชนหลงกล ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.







คุณอาจสนใจ

Related News