อาชญากรรม

"ข้าราชการอุทยานฯ" แฉแผน "เคาะกะลา" เรียกรับส่วย พบแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

โดย paranee_s

28 ธ.ค. 2565

310 views

วันนี้ (28 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สังเกตบรรยากาศที่กรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งยังไม่พบว่า อธิบดีเข้ามาที่กรมแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบว่ามีรถยนต์ของอธิบดีจอดอยู่ สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่บางราย ที่ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ยังไม่เห็นทางอธิบดีเดินทาง มาปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ เพราะหากเดินทางเข้ามา ก็จะใช้รถเก๋งส่วนตัวมาจอดที่หน้าตึก


ขณะที่ หนึ่งในแหล่งข่าว ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกรมอุทยานฯ ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า นับตั้งแต่ที่มีการเข้ามารับตำแหน่งของอธิบดี ก็เกิดกลุ่มข้าราชการในสังกัด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ


กลุ่มที่ 1 ทนระบบส่วยไม่ไหวต้องลาออก ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยอมลาออกจากราชการ แม้จะเหลืออายุราชการอีกไม่กี่ปีก็ตาม เพราะทนกับการเรียกรับผลประโยชน์ไม่ได้


กลุ่มที่ 2 ไม่ยอมจ่าย ถูกกลั่นแกล้ง และสั่งย้าย ซึ่งข้าราชการกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มไม่ยอมจ่ายเงินค่าเรียกรับผลประโยชน์ และ ถูกกลั่นแกล้งโยกย้ายกลับต้นสังกัด ให้คนอื่นมาแทน


กลุ่มที่ 3 ยอมจ่าย ได้ตำแหน่งที่ต้องการ กลุ่มนี้ คือ ข้าราชการที่จำยอม หรือยินยอมจ่ายเงิน เพื่อรักษาตำแหน่งต่อ หรือ โยกย้ายไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น


โดยแหล่งข่าวรายนี้ อ้างว่า ตนเป็นข้าราชการกลุ่มที่ 2 คือ เป็นคนทำงาน แต่ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเรียกรับผลประโยชน์ ท้ายสุด ก็จะถูกโยกย้าย


โดยอธิบายว่า เดิมเวลาออกคำสั่งย้าย ต้องมีคำสั่งคู่กัน เช่นนายดำ ย้ายมาอยู่สังกัดนี้ ส่วนนายแดง ที่อยู่สังกัดเดิม จะย้ายไปอยู่ตำแหน่งไหน โดยมีการเวียนคำสั่งให้รับรู้ทั่วกัน แต่กลับกลายเป็นว่าคำสั่งในยุคนี้ จะมีคนมาแทนคนเก่า แต่คนเก่าไม่มีชื่อว่าย้ายไปตำแหน่งไหน ก็ทำให้ต้องกลับไปอยู่ที่ต้นสังกัด


ซึ่งต้นสังกัดของบางคน ก็อยู่คนละจังหวัด คนละภาค เมื่อมีภาระที่คั่งค้าง เช่น การมาขึ้นศาล เบิกความต่อศาล ก็ต้องเสียค่าเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรมาจัดการ เหล่านี้นำมาซึ่งความอัดอั้นของข้าราชการหลายคน


โดยหลายคน ที่ถูกกดดันแบบนี้ บางคนก็จำยอมต้องจ่าย เพื่อรักษาตำแหน่งเป็นวิธีที่แยบยล ซึ่งแหล่งข่าวรายนี้เรียกว่า "เคาะกะลา" คือ เมื่อมีประกาศออกมาว่าจะมีคนมาแทน ก็เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ต้องมาคุยต้องมาพบ บางคนก็ลาออกก็ไม่ได้ บางคนเผชิญกับภาวะความเครียด จะจ่ายก็ไม่มีเงินจ่าย การเข้าดำเนินการเมื่อวานนี้ ในมุมของเจ้าหน้าที่รู้สึกดีใจ แต่อยากฝากให้มีการตรวจสอบอย่างแน่ชัด

คุณอาจสนใจ

Related News