อาชญากรรม

ตร.เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายเชื่อมอินเตอร์เน็ตจากไทยไปฝั่งกัมพูชาตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบเจ้าหน้าที่รัฐร่วมขบวนการ

โดย nattakarn_l

15 ธ.ค. 2565

497 views

             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   และพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร  ร่วมแถลงข่าวผลการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 6 เป้าและจุดเชื่อมต่อชายแดน 1 จุด ในจังหวัดสระแก้วและจังหวัดจันทบุรี ตามยุทธการ SHUT DOWN (ตัดสาย) และระดมกวาดล้างจับกุมบัญชีม้าทั่วประเทศ

            เนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ว่า  ถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนหลอกให้ลงทุน ผ่านเว็บไซต์ชื่อ AMATA  โดยเสนอผลตอบแทนในจำนวนที่สูงกว่าสถาบันการเงินทั่วไป  ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้นำเงินลงทุน  แต่เมื่อครบกำหนดกลับไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลง  ผู้เสียหายพยายามขอเงินคืน  แต่กลับให้นำเงินมาลงทุนเพิ่มเติมอีก  เสียหายจำนวน 257,115.16 บาท    

           ต่อมาชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่า มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (NT) โดยมีนายมโนรม สม( MR.MONOROM SOM ) ชาวกัมพูชา เป็นผู้ยื่นคำขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับองค์กร จากการตรวจสอบพบมีค่าบริการรายเดือนกว่า 200,000 บาท  เป็นการขอใช้บริการภายในประเทศ แต่เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบกลับไม่พบจุดติดตั้งอินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด  จึงได้ตรวจสอบทางเทคนิคพบว่ามีการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา  สอดคล้องกับข้อมูลของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ซึ่งไม่พบว่ามีสัญญาให้ใช้บริการระหว่างประเทศแต่อย่างใด เชื่อว่ามีการลักลอบนำสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากประเทศไทยเข้าไปใช้ในกัมพูชา  โดยปฏิบัติการดังกล่าวจะนำไปสู่ตัดวงจรขบวนการคอลเซ็นเตอร์ให้ได้มากที่สุด จะเน้นในเรื่องของการตัดวงจร ซิม-สาย-เสา  ซึ่งในส่วนของซิม ได้มีการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นกวาดล้างโดยได้ตรวจยึดซิมโทรศัพท์มากกว่า 2 แสนเบอร์ ส่งผลให้สถานการณ์ลดลงไปกว่าร้อยละ 25 แต่สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือเรื่องของสายและเสา ซึ่งหากสามารถตัดสัญญาณที่มีการลักลอบลงได้ก็จะทำให้สถานการณ์เบาลงได้เยอะ เพราะขบวนการนี้ทำมานานกว่า 12 ปี อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยขั้นตอนต่อไปทาง บช.สอท. ได้ร้องทุกข์ต่อ บก.ปปป. ให้ดำเนินการ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามมาตรา 157 ต่อไป  และหากพบว่าใครมีส่วนรู้เห็นต่อการกระทำความผิด เป็นตัวการในการสนับสนุนก็จะต้องดำเนินการตาม ม.83 อีกด้วย

           นอกจากนี้ การตรวจสอบพบว่า นายมโนรม สม  เดินทางเข้า-ออก ไทยอยู่บ่อยครั้ง  และประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ภายในประเทศกัมพูชา  โดยกลุ่มลูกค้าส่วนมากเป็นกลุ่มที่กระทําการผิดกฎหมาย เช่น กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ที่โทรศัพท์ หลอกลวงต่างๆ กลุ่มทําเว็บไซด์การพนันออนไลน์  นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างนายมโนรม สม กับนายอภิรักษ์ หรือเสี่ยโป้   โดยพบว่า มีการใช้หมายเลขไอพีแอดเดรส ทํารายการโอนเงินในการฟอกเงินที่ได้จากการกระทําผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลจับกุม

             ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวว่า   กรณีมีเจ้าหน้าที่บางคนอำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนผู้กระทำผิดเพื่อหวังผลตอบแทน  จะถือเป็นการทุจริตตามกฎหมาย  กระทรวงดิจิทัลฯ จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี  

              มีรายงานว่า ปฎิบัติการดังกล่าวทั้ง 6 จุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นหาพยานหลักฐานจากบ้านพักของเจ้าหน้าที่รัฐและ ผู้ที่มี ความเชื่อมโยงกับขบวนการดังกล่าว โดยจุดที่น่าสนใจคือ การนำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ที่ ต.หนองสังข์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านของนายช่างโทรคมนาคม  ยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง,สมุดบัญชี ธนาคาร ต่างๆ จำนวน 5 เล่ม      ขณะที่ทาง บช.สอท.จับกุมผู้ต้องหา(บัญชีม้า) ได้กว่า 60 รายจาก 100 หมายจับ  โดยในจำนวนนี้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ  10 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

คุณอาจสนใจ

Related News