อาชญากรรม

วัยรุ่นสร้างตัว! จับแก๊งคอลฯ ระดับหัวกะทิ ไม่อยากเป็นลูกจ้าง เก็บข้อมูลหนีกลับไทย ตั้งแก๊งตุ๋นเงินเอง

โดย petchpawee_k

6 ธ.ค. 2565

13 views

ตำรวจบุกคอนโดดังสมุทรปราการ จับ 4 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระดับหัวกะทิ ขโมยโพยบอสจากประเทศเพื่อนบ้าน หนีข้ามกลับไทย เปิดแก๊งเอง ใช้รูปสาวสวย ลวงเหยื่อลงทุน พร้อมยึดของกลางจำนวนมากไว้เป็นหลักฐาน ด้านผู้ต้องหารับตั้งใจหลอก สร้างเฟซบุ๊กปลอมใช้ภาพสาวสวย หว่านล้อมให้เข้ากลุ่มไลน์ พูดเชิงชู้สาวเพื่อชวนลงทุน ก่อนจะปลอมสลิปให้เกิดความโลภและยอมโอนเงินในที่สุด


เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ร่วมกับชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น.


สืบสวนติดตามนำมาสู่การเข้าตรวจค้น ห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จับกุมนายสุพรพงษ์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ จ.236/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 65 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์ ออลอินวัน 3 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง, สมุดบัญชี 5 เล่ม และซิมการ์ดโทรศัพท์ 38 ซิม โดยจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ภายในคอนโดย่าน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา


สืบเนื่องจากชุดสืบสวนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “กลุ่มใหม่” เกิดขึ้นในข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ซึ่งมีรูปแบบการหลอกลวงให้หลงรักก่อน จากนั้นจะชักชวนให้ “ลงทุนและทำภารกิจ” ภายใต้บริษัทปลอมที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช สืบสวนจนทราบว่า แก๊งดังกล่าวมีออฟฟิศตั้งอยู่ที่ห้องพักของคอนโดมิเนียมดังกล่าว


ซึ่งปกติออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยจะอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีการตั้งอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT 5  เข้าตรวจค้นห้องพัก ซึ่งเป็นที่ตั้งออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว


จากการตรวจค้นพบ นายสุพรพงษ์, น.ส.ทิพวรรณ , น.ส.สิริธร และ น.ส.คณิณัช  ทั้ง 4 คน อาศัยอยู่ภายในห้องพัก และตรวจค้นพบของกลางจำนวนดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ทำให้ทราบว่าทั้ง 4 ได้ร่วมกันหลอกลวงโดยมีแผนประทุษกรรมคือ จะสร้างเฟซบุ๊กปลอม โดยใช้ภาพโปรไฟล์เป็นสาวสวยแล้วชักชวนเพื่อนในเฟซบุ๊ก เป็นการพูดคุยเชิงชู้สาวเพื่อชักชวนมาลงทุน


เมื่อเหยื่อสนใจ จะเชิญเข้า “กลุ่มไลน์”  โดยอ้างว่าเป็นบริษัทที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP ซึ่งแท้จริงเป็นบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง จากนั้นจะให้คุยกับ อ.กอล์ฟ ซึ่งเป็นตัวตนปลอมที่อุปโลกน์ตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หลอกเสนอขายแผนโปรแกรมหลายแบบ เช่น การท่องเที่ยว การแต่งงาน แล้วหลอกให้โอนเงินร่วมลงทุนตามแผนงานต่าง ๆ เหล่านั้น เหมือนเป็นการหลอกให้ทำภารกิจ


โดยอ้างว่า เมื่อเหยื่อโอนเงินมาแล้วทำภารกิจเสร็จจะได้เงินคืนในจำนวนมากกว่าเดิม โดยในกลุ่มไลน์จะมีเหยื่ออยู่ในกลุ่มเพียงคนเดียว ที่เหลือจะเป็นหน้าม้าทั้งหมด จะให้หน้าม้าแสร้งส่งภาพสลิปการโอนเงินทำทีว่าได้รับเงินจริง แต่แท้จริงเป็นสลิปการโอนเงินปลอม เมื่อเหยื่อเห็นว่าคนในกลุ่มได้รับเงินโอนจริงจะเกิดความโลภและยอมโอนเงินลงทุนในที่สุด


เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะทำทีแสดงข้อมูลในโปรแกรม โชว์ยอดรายได้ให้เหยื่อเห็น แต่เหยื่อต้องการถอนเงินก็จะไม่สามารถถอนได้ โดยอ้างว่าเหยื่อทำผิดวิธี และจะชักชวนให้ลงทุนเพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยรูปแบบการวางระบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้เป็นรูปแบบเดียวกับหลาย ๆ แก๊งที่ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลุ่มนี้สามารถรวบรัดระบบต่าง ๆ ไว้ในห้อง ๆ เดียวด้วยคอมพิวเตอร์เพียง 3 เครื่อง และใช้คนจัดการเพียง 4 คน


ซึ่งมีทั้งการทำระบบหลังบ้าน, ระบบการแบ่งห้องไลน์สนทนา, ระบบแถว 1 ที่การชักชวนเหยื่อ, การปลอมสลิปด้วยเทมเพลตในโปรแกรม Photoshop และอีกหลายขั้นตอน ซึ่งบ่งบอกถึงประสบการณ์และความเข้าใจในการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างดี หลังเสร็จสิ้นการตรวจค้น ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัว นายสุพรพงษ์ ตามหมายจับศาล นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย


นอกจากนี้ ได้นำตัวอีก 3 รายมาซักถามปากคำที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ น.ส.คณิณัช ให้การว่า ตนเคยเป็นพนักงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา ทำจนมีความชำนาญมาก มีความรู้ระดับอาจารย์ แต่ละเดือนตอนอยู่กัมพูชา สามารถทำยอดเงินได้เดือนละเป็น 100 ล้านบาท ยอมรับว่าตัวเองคนเดียวสามารถทำงานได้เหมือนคน 6 คนในเวลาเดียวกัน


น.ส.คณิณัช ให้การต่อว่า เมื่อทำไปเรื่อย ๆ ก็เกิดความรู้สึกว่า ทำไมจะไปทำเพื่อรับเปอร์เซ็นต์จากบอสชาวจีนแค่ 3% จึงเกิดความโลภคิดอยากทำเองเพื่อจะได้รับเงินเต็ม ๆ โดยระหว่างทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ได้แอบเก็บข้อมูล รูปแบบ สคริปต์ต่างๆ ของชาวจีน และเลือกรูปแบบที่คิดว่าสมบูรณ์แบบเก็บติดตัวไว้ และได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเมื่อประมาณเดือน ก.ย. 65


น.ส.คณิณัช ให้การอีกว่า จากนั้นได้เริ่มทำในประเทศไทยโดยจ้างให้โปรแกรมเมอร์คนไทยที่อยู่ในกัมพูชาเขียนโปรแกรมให้ในราคา 60,000 บาท ก่อนจะร่วมกับพวกที่อยู่ในห้องอีก 3 คนทำด้วยกัน โดยส่วนแบ่งรายได้ที่ได้จากการหลอกลวง ตนจะได้ 30%, นายสุพรพงษ์ได้ 30%, น.ส.สิริธรได้ 20% และ น.ส.ทิพวรรณได้ 20%


น.ส.คณิณัช ให้การด้วยว่า โดยหวังว่า ตนจะเป็นผู้ก่อตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของคนไทยเจ้าแรก และจะเป็น Start Up เพื่อขยายกิจการในประเทศไทย แต่ทำได้เพียง 2 เดือนก็มาถูกจับเสียก่อน ทั้งนี้ อยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายโดยจะมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับทั้งหมด ตามกฎหมายในเรื่องการฉ้อโกงประชาชนต่อไป


จากการสอบสวน นายสุพรพงษ์ ให้การว่า ตนเป็นพนักงานอยู่ในเว็บพนันเว็บหนึ่ง มีเจ้าของเป็นชายไทยที่มีฐานะคนหนึ่ง ซึ่งตอนอยู่ที่กัมพูชาได้รู้จักและเป็นแฟนกับ น.ส.คณิณัช ตอนนั้น น.ส.คณิณัช เคยทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่กัมพูชา และเอารูปแบบนั้นกลับมาทำที่ประเทศไทย โดยตนร่วมทำด้วยกัน หน้าที่ต่าง ๆ จะช่วยกันทำทั้ง 4 คน และเมื่อได้กำไรก็จะนำมาแบ่งกัน


ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มีความน่ากลัว เพราะทั้ง 4 ถือเป็นต้นเชื้อ เป็นระดับหัวกะทิ ที่นำความรู้ความสามารถจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน กลับมาตั้งต้นทำในประเทศไทย ซึ่งเราจะมีการขยายผลต่อไปจนถึงที่สุด ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการ ตัดไฟแต่ต้นลมได้อย่างทันท่วงที เกิดมาจากการวางรากฐาน วางระบบไว้อย่างดี ของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ซึ่งท่านทำไว้ตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เป็นหัวเรือทำสงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเป็นเวลาหลายปี


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5DKJ5hd2SPQ

คุณอาจสนใจ

Related News