อาชญากรรม

ฝากขัง "ตู้ห่าว" เจ้าตัวยังยืนยันความบริสุทธิ์ ด้าน "บิ๊กโจ๊ก" ขอเวลา 3 สัปดาห์ทำคดีให้จบ

โดย nattakarn_l

24 พ.ย. 2565

210 views

            เวลา 10.45 น. พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ควบคุมตัว นายชัยณัฐร์กรณ์   หรือ ตู้ห่าว นักธุรกิจชาวจีน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง  เพื่อนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยใช้รถจักรยานยนต์สายตรวจ 4 คัน และรถกระบะของตำรวจ ขับประกบท้ายรถอย่างแน่นหนา  และมีตำรวจนอกเครื่องแบบนั่งประกบผู้ต้องหาไปบนรถด้วย

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ควบคุมตัวมาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง นายตู้ห่าว มีสีหน้าเครียดเล็กน้อย และเมื่อถามว่า ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเองอยู่หรือไม่ นายตู้ห่าว ตอบว่า ยืนยัน จากนั้นก็ไม่ตอบคำถามใดๆ อีก

           ด้านพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงผลการสอบสวนนายตู้ห่าว เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ และขอไปให้การในชั้นศาล  ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา  แต่ยืนยันว่า ตำรวจก็มีหลักฐานที่ชัดเจน  โดยวันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายตู้ห่าว ไปยื่นคำร้องขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขัง  รวมทั้งคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนและในชั้นศาล  หลังจากนี้ จะตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มและยึดทรัพย์สินในเครือข่ายของนายตู้ห่าวทั้งหมด  โดยจะเร่งทำคดีให้จบภายใน 3 สัปดาห์ พร้อมกับจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้สังคมทราบ และจะรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลไปถึงกลุ่มทุนจีนสีเทาที่ใหญ่กว่า   โดยหากพบว่ากระทำผิด จะส่งตัวกลับประเทศจีนทั้งหมด และได้ประสานกับทางการจีนแล้ว  

              ส่วนกรณีที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีกลุ่มทุนจีนหลายนายนั้น ที่ผ่านมาได้ดำเนินการกับตำรวจสน.ยานนาวาไป 2 นาย  , สน. ลาดพร้าว 1 นาย   ส่วนรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ก็ได้ทำหนังสือไปยังต้นสังกัด คือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา ว่าอาจเข้าข่ายในเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ที่ปล่อยรถยนต์ของกลางผู้ต้องหาไปโดยมิชอบ โดยเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด   ส่วนบุคคลที่นำเงินมาแลกกับการปล่อยรถ จะเป็นหลานของนายตู้ห่าวหรือไม่  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่ายังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด

          ส่วนกรณี ตำรวจ ตม.ที่ปล่อยให้คนจีนเข้ามา โดยออกวีซ่าเป็นนักศึกษานั้น จะมีการเรียกมาสอบปากคำทั้งหมด ถึงรายละเอียดของวีซ่าดังกล่าว เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนมีอายุมากกว่า 50 ปี  

          ขณะที่กรณีภรรยาของนายตู้ห่าว ซึ่งมียศเป็นพันตำรวจเอก และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย  ตำรวจจะเชิญมาให้ปากคำ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินและทรัพย์สินของนายตู้ห่าวหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจะดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น  แต่ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย  ส่วนกรณีของนางพัชรินทร์ ที่นายชูวิทย์ส่งข้อมูลให้โดยระบุว่า เป็นภรรยาอีกคนของนายตู้ห่าวนั้น  ยังไม่ทราบในรายละเอียดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นเช่นใด    

            ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ของนายตู้ห่าวที่เชื่อมโยงกับนักการเมือง จะต้องสอบสวนรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนก่อน  แต่จะไม่มีการเชิญตัวมาสอบปากคำ หากพบว่ามีความผิด จะออกหมายจับทันที  ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับมาว่า ให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา  เพราะเกี่ยวข้องหลายฝ่าย  หากไม่รอบคอบก็จะทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสีย

              เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุว่า หากสอบสวนแล้วพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร แม้ว่าจะเป็นตำรวจ ก็จะต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา  ถ้ามองในแง่ดีก็เหมือนเป็นการเก็บกวาดบ้าน ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น

คุณอาจสนใจ

Related News