อาชญากรรม

ภาพคนตายยังติดตา...เปิดใจเจ้าของ ‘เมาน์เทน บี’ เครียดจนคิดฆ่าตัวตาย เคลียร์เรื่องจบขอบวช ยันไม่มีใครหนุนหลัง

โดย petchpawee_k

10 ส.ค. 2565

16 views

เสี่ยบี-เฟิร์น นิมนต์พระทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เหยื่อผับมรณะ ‘เมาน์เทน บี’ ก่อนเปิดใจหลังประกันตัว ยอมรับเครียดคิดฆ่าตัวตาย ยอมรับบกพร่อง-ไม่รู้กฎหมาย เปิดสถานบันเทิงโดยไม่ขออนุญาต ยัน ไม่มีใครหนุนหลัง เคลียร์เรื่องจบตั้งใจบวช


วานนี้ (9 ส.ค.) เวลา 10.30 น. ที่หน้าผับ MOUNTAIN B อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือ เสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของร้าน พร้อมด้วยนางอนงค์นารถ ปั้นประสงค์ อายุ 31 ปี ภรรยา ได้กราบอาราธนานิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดบางเสร่คงคาราม มาสวดพระพุทธมนต์รับถวายภัตตาหารเพลและสังฆทาน เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เเก่ผู้เสียชีวิต 15 ราย จากเหตุโศกนาฏกรรม


โดยบรรยากาศ มีพนักงานของทางร้านและในเครือสวมใส่เสื้อสีดำ ช่วยกันเตรียมอาหารคาวหวานที่จะถวายพระ เครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วย อาหาร เหล้า ผลไม้ น้ำเปล่า ถูกนำมาประกอบพิธีบริเวณหน้าผับที่เกิดเหตุ


ด้านผู้จัดการร้านเมาน์เทนบี เปิดเผยว่า พิธีสงฆ์ที่จัดขึ้น เป็นความตั้งใจของทานร้าน ที่ต้องการทำให้กับผู้ล่วงลับ ส่งดวงวิญญาณไปสู่สุขคติและ เพื่อให้ญาตผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และพนักงานในร้านเกิดความสบายใจ อย่างไรก็ตามในวันที่ 12 ส.ค. ทางร้านในเครือเมาน์เทน จะจัดทำบุญใหญ่ทั้ง 3 ร้าน


ขณะที่บริเวณหน้าผับ MOUNTAIN  B ยังคงมีการตั้งโต๊ะไว้สำหรับวางดอกไม้ไว้อาลัย พนักงานนำแจกันมาวางไว้ให้ใส่ดอกไม้ ส่วนพวงหรีดที่ระบุข้อความ “R.I.P เจ้าของกิจการ Mountain B” ที่ก่อนนี้มีคนขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อคเต็มใบนำมาวางไว้นั้น พบว่าป้ายข้อความถูกดึงออกเหลือเพียงพวงหรีด


นายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความประจำตัว กล่าวว่า หลังนายพงศ์ศิริ หรือเสี่ยบี ได้รับการประกันตัวออกมาได้วันเดียวกันก็ได้เดินทางไปพบญาติและร่วมพิธี สวดพระอภิธรรม ของผู้เสียชีวิตเพื่อมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 50,000 บาท ซึ่งก็มีญาติบางส่วนพอใจ  บางส่วนก็ไม่พอใจ ทั้งนี้ทางเจ้าของก็ได้นิ่งนอนใจในการเยียวยา


ตอนนี้จึงมีการหารือร่วมกันว่าจะทำยังไรที่จะเยียวยาให้เต็มที่ที่สุดและทั่วถึงให้มากที่สุด เพราะมีผู้ที่ต้องได้รับการเยียวยาเป็นจำนวนมาก โดยถ้ายังติดใจก็ให้ไปปรึกษาสภาทนายความ ซึ่งทางร้านประสานงานไว้แล้ว เพื่อให้ทางสภาทนายความมาเจรจาร่วม เพื่อสร้างข้อตกลงและความเข้าใจระหว่างกัน เพราะถ้าให้การช่วยเหลือรายแรก ๆ จนเงินที่เตรียมไว้หมด ก็อาจไม่ถึงรายท้าย ๆ ก็เป็นได้

--------------------------------------------------------------

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือ เสี่ยบี อายุ 27 ปี  ให้สัมภาษณ์เปิดใจหมดเปลือกถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับ ‘เมาน์เทน บี’ จนเกิดโศกนาฏกรรม มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก


เสี่ยบี ได้ยกมือไหว้ขอโทษญาติของผู้เสียชีวิตและผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวมถึงครอบครัวของผู้บาดเจ็บทุกราย ขณะนี้ยังรู้สึกเสียใจ โดยหลังจากควบคุมเหตุการณ์ได้ มาทราบว่ามีพนักงานของร้านเสียชีวิต 3 คน ส่วนที่ไม่ได้ออกมาเปิดเผยตัวตนตั้งแต่แรก เป็นเพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปสอบที่ สภ.พลูตาหลวง ไม่คิดหนี


กระทั่งมีหมายจับจากศาลจึงถูกนำตัวลงมาคุมขัง จนเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งศาล ทนายความจึงขอประกันตัวออกมาในวงเงิน 3 แสนบาท พร้อมติดกำไร อีเอ็ม ที่ข้อขาด้านซ้าย เมื่อออกมาได้ก็พยายามนำเงินไปช่วยงานศพผู้เสียชีวิต รวมทั้งพยายามหาหาเงินมารับผิดชอบและเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรายอื่น ๆ ซึ่งยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด ส่วนที่ช่วยไปนั้นเป็นการเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น


ด้านนางอนงค์นารถ ปั้นประสงค์ อายุ 31 ปี ภรรยา  เผยถึงเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า ตนนั่งเช็คสต๊อกของอยู่ห้องพักด้านหน้าผับ ระหว่างนั้นประมาณตี 1 ได้ยินเสียงระเบิด จึงรีบออกจากห้องพัก หันไปมองที่พักเห็นเพลิงลุกไหม้ตรงหลังคา จึงตะโกนเรียกพนักงานให้เรียกลูกค้าออกจากผับ


นาทีนั้นเห็นลูกค้าวิ่งกรูออกมาเป็นจำนวนมาก โดยการ์ดออกมาบอกตนอย่าเข้าไปใกล้กลัวจะเบิด ขณะเดียวกันตนได้เข้าไปช่วยลูกค้าที่ถูกไฟไหม้ลำตัว โดยได้นำผ้าห่มไปช่วยซับเลือด จากนั้นได้โทรแจ้งรถดับเพลิงทุกคน และเรียกให้ทุกคนเข้ามาช่วย สภาพที่เห็นลูกค้าตอนนั้นเลือดท่วมตัว บางคนมีแผลพุพอง


นางอนงค์นารถ ยังระบุอีกว่า ผับดังกล่าวตนและสามี รวบรวมเงินจากการค้าขาย ทั้งเขียงหมู ร้านก๋วยเตี๋ยว จนมีเงินทุนก้อนใหญ่มาลงทุนเปิดร้านหมูกระทะและร้านอาหาร หลังจากธุรกิจเริ่มไปได้สวยก็คิดจะขายธุรกิจ แต่ตอนนั้นร้านอาหารถูกร้องเรียนเรื่องการใช้เสียง จึงคิดจะเปิดร้านอาหารเสียงที่เก็บเสียง ลูกค้ามีที่จอดรถ จึงขอเช่าที่ต่อจากเจ้าของโซนหลังร้านอาหาร เปิดร้าย MOUNTAIN B


ส่วนประเด็นที่บอกว่าประตูหนีไฟหลังร้านถูกล็อก ตนในฐานะเจ้าของก็ไม่ทราบ เพราะความเรียบร้อยภายนอกมีการ์ดเป็นคนดูแล แต่การล็อกประตูจะล็อกเพื่อป้องกันคนขโมยของเวลาร้านปิด


เรื่องล็อกประตูทางหนีไฟจนเป็นเหตุทำให้ลูกค้าหนีออกมาไม่ได้ ตนไม่ทราบ ส่วนประตูด้านข้างเข้าออกได้ปกติ พนักงานใช้เข้าออกและใช้ลงของ คืนเกิดเหตุยืนยันประตูด้านข้างไม่ได้ล็อก


ขณะที่เสี่ยบี กล่าวเสริมว่า ประตูร้านทั้ง 3 ทาง สามารถเข้าออกได้ ด้านภรรยาของเสี่ยบี ระบุว่า ในฐานะเจ้าของร้านไม่มีนโยบายให้ล็อกประตูหนีไฟ ทางหนีไฟในร้านมีป้ายบอกชัดเจนทุกทาง การบริหารจัดการทุกอย่าง ความปลอดภัย เรื่องการ์ด เราเซฟมากอยู่แล้ว ให้ช่างตรวจเช็คตลอด


ภรรยาของเสี่ยบี กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุเกิด ทุกคืนเราสองคนนอนไม่หลับ ภาพคนเจ็บคนตายยังติดตา ที่เสี่ยบีพูดน้อยนิสัยเป็นคนไม่ชอบพูด การสื่อสารส่วนใหญ่ตนเองจะเป็นคนพูด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภรรยาเสี่ยบี พูดด้วยน้ำเสียงสั่น น้ำตาคลอว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ใหญ่ที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รับสภาพนี้ไม่ได้ เครียดจนถึงขั้นชวนกันฆ่าตัวตาย พูดตรง ๆ ว่าท้อไม่อยากอยู่ ถ้าตายได้แล้วจบวันนั้นมันน่าจะดีกว่านี้ สามีมาพูดว่า “เฟิร์นเรารับไม่ได้ เราไปกันเถอะ” ซึ่งคำว่าไปไม่ได้หมายถึงหนี แต่ชวนฆ่าตัวตาย เพราะมันหนักสำหรับคนอายุ 27 และ 30 ปี


ส่วนประเด็นเรื่องไฟมูฟวิ่งเฮด ที่มีปัญหาร่วงหล่นใส่ลูกค้า คืนวันที่ 3 ส.ค. ตนได้แจ้งให้ลูกน้องไปดูแลเรื่องรักษาค่าพยาบาลให้กับลูกค้า จากนั้นวันที่ 4 ส.ค.ให้ช่างมาแก้ไข ระหว่างนั้นได้โทรหาช่างที่ดูแลระบบเจ้าแรก ช่างมาดูจนสามารถใช้งานได้


เมื่อถามว่าการทำธุรกิจสถานประกอบการนี้มีใครเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ภรรยาของเสี่ยบี ยืนยันไม่มีใครเป็นที่ปรึกษา สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน


ส่วนเรื่องทำบุญก่อนหน้านี้มีคนทักว่าเจ้าที่แรง ตั้งใจจะทำบุญอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า แต่มาเกิดเหตุไฟไหม้เสียก่อน ยอมรับว่าตนเองไม่รู้ข้อกฎหมาย ไม่รู้ว่าบริเวณดังกล่าวเปิดสถานบันเทิงไม่ได้


ส่วนเรื่องใบประกอบธุรกิจขอเปิดเป็นร้านอาหาร มีดนตรีและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตนเองไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายให้ละเอียดก่อนที่จะเปิด ส่วนที่บอกว่าเปิดเกินเวลา ยืนยันปิดตี 1 ผับ MOUNTAIN B สร้างมาได้ประมาณ 2 เดือน ไม่เคยถูกร้องเรียนเรื่องเสียงดัง ถูกร้องเรียนเสียงดังเฉพาะร้านอาหารโซนด้านหน้า ซึ่งลักษณะร้านเป็นแบบเปิด


ภรรยาของเสี่ยบี เผยต่อว่า สำหรับร้าน MOUNTAIN B ที่เกิดไฟไหม้ ก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจหรือไม่ เห็นมาตรวจเฉพาะร้านข้างหน้าริมถนน ตั้งแต่เปิดร้านนี้มาสองเดือนยังไม่ได้กำไรเพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ


เมื่อถามว่าปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการได้อย่างไร ภรรยาของเสี่ยบี ยืนยันว่าการ์ดจะตรวจคัดกรองคนอย่างเข้มงวด ส่วนกรณีผู้ตายอายุ 17 กับ 18 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเข้าไปได้อย่างไร    


 “ขอความเห็นใจประชาชนชาวสัตหีบ และคนทั่วไปให้โอกาสตนกับสามีได้ประกอบอาชีพ เปิดร้านอาหารต่อไปเพื่อหาเงินมาดูแลพนักงานในร้านอีกหลายสิบชีวิต รวมถึงการเยียวยาครั้งนี้ ต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งจะต้องหาเงินมาใช้จ่าย”

    สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นทางเราจะพยายามเยียวยาทุกคน ซึ่งได้ปรึกษาทางทนายความส่วนตัวและญาติแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเบื้อต้นก็พยายามหาทรัพย์สินก่อนเพื่อนมาใช้ก็ยืนยันว่าจะเยียวยาเต็มที่  ทั้งนี้ต้องขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ยอมรับว่าจากนี้คงจะเปิดกิจการร้านอาหารด้านหน้าเหมือนเดิม ส่วน เมาท์เทนท์ บี คงจะปิดถาวร ส่วนที่จะเปิดร้านด้านหน้าก็เพราะสงสารพนักงานรวมกว่า 60 ชีวิตที่ต้องตกงานจึงอยากจะช่วยเหลือด้วย

ขณะเดียวกัน เสี่ยบี ระบุว่า หลังจากจบเรื่องและเคลียร์ทุกอย่างจบ ตั้งใจจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างเสี่ยบี นั่งให้สัมภาษณ์มีสีหน้าเคร่งเครียด นั่งบีบมือตัวเองตลอดการตอบคำถามของนักข่าว และยกมือไหว้ขอโทษทุกครั้ง


หลังชี้แจงกับสื่อมวลชนเสร็จ ทั้งสองคนบอกว่าจะเข้าให้ปากคำกลับพนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวง ต่อและจะไปร่วมงานศพและเยี่ยมคนเจ็บให้ครบทุกราย เพื่อแสดงความจริงใจว่าตนเองยินดีรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ด้านนายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความ ขณะนี้พยายามอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งหมด แต่ส่วนตัวแล้วเกรงว่าอาจจะไม่ทั่วถึงเพราะมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก จึงอยากวิงวอนให้ผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมายเข้ามาช่วยในการเจรจา ร่วมและไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้เบื้องต้นได้แจ้งผ่านไปทางสภาทนายความศาลจังหวัดพัทยา เพื่อให้รับเรืองร้องเรียนจากทางผู้เสียหายและทำการรวบรวมและเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป

รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AXxFe96c7Ik

คุณอาจสนใจ

Related News