อาชญากรรม

ขอให้เป็นศพสุดท้าย! ญาติร่ำไห้ รับศพเหยื่อ ถูกคานสะพานหล่นทับ 'กรมทางหลวง' ยันเยียวยาเต็มที่

โดย petchpawee_k

2 ส.ค. 2565

22 views

ญาติสุดเศร้า! ร่ำไห้เชิญวิญญาณรับร่างเหยื่อคานสะพานหล่นทับ ไปประกอบพิธีทางศาสนา  พ่อสาวนั่งเก๋ง เผย ไม่คิดว่าต้องมางานศพลูกตัวเอง ระบุ ก่อนเกิดเหตุลูกสาวเพิ่งโทรมาหาถามว่าจะกินอะไรจะซื้อกลับมาให้ ขอให้เป็นเหตุการณ์สุดท้ายอย่าให้ไปเกิดกับครอบครัวอื่นอีก


วานนี้ ( 1 ส.ค.) ญาติของนางสาวสุวรรณี รักท้วม หรือคุณอ้อ อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตอยู่ในรถเก๋งที่ถูกแผ่นปูนหล่นทัยที่ถนนพระราม 2  ได้นิมนต์พระมาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณบริเวณใต้สะพานที่เกิดเหตุ ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทำพิธี เพื่อนผู้เสียชีวิต ที่อยู่บนรถคืนเกิดเหตุ ได้ร่ำไห้และนำมือลูบที่รูปของผู้เสียชีวิตตลอดเวลา  จากนั้นได้เดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับร่างของผู้เสียชีวิต ไปประกอบพิธีทางศาสนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า 


นายณรงค์ รักท้วม อายุ 67 ปี พ่อของนางสาวสุวรรณี เปิดเผยว่า ตนกับลูกสาว พักอยู่ด้วยกันที่บ้านย่านซอยเอกชัย 31 ซึ่งวันเกิดเหตุลูกสาวกับเพื่อนสนิท ได้ขับรถไปส่งน้าสาวที่แถวนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ซึ่งลูกสาวยังเพิ่งจะโทรศัพท์มาหาตน ถามว่าจะกินอะไร จะซื้อกลับมาให้ พอวางสายไปได้ไม่ถึง 5 นาที เพื่อนของลูกสาวก็โทรมาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุ


ตอนที่ลูกสาวถูกปูนทับติดอยู่ในซากรถ ตนก็ตกใจรีบออกมาทันที แต่พอมาถึงช่วงบ้านแพ้ว รถติดมาก ตนร้อนใจ เลยขอติดรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านมา ซึ่งต้องขอขอบคุณชาวบ้านคนนั้นด้วย


ทั้งนี้ ตอนแรกที่เพื่อนลูกสาวโทรมาบอกตนยังคิดว่าขับรถชนแบริเออร์ ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุสะพานถล่ม พอรู้ว่าลูกสาวเสียชีวิต ตนรู้สึกหมดกำลังใจไปหมดเลย เพราะมีลูกสาวอยู่แค่ 2 คน ตอนนี้ยังเสียใจ ไม่รู้จะพูดอย่างไร พูดไม่ออก จากนั้นได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดไทร ซอยเอกชัย 23 กรุงเทพฯ


ขณะที่ นางสาวสมใจ เที่ยงตรง อายุ 58 ปี น้าของนางสาวสุวรรณี กล่าวว่า ปกติหลานสาวจะมารับ-ส่ง ตนเองกลับบ้านทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์อยู่แล้ว ซึ่งตอนเกิดเหตุ เพิ่งแยกกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง “เรื่องที่เกิดขึ้นตนอยากฝากไปถึงกรมทางหลวงว่า หากจะทำการซ่อมแซม ก็ควรดูแลความปลอดภัยมากกว่านี้ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก เพราะพอมีการสูญเสียเกิดขึ้นครอบครัวต้องเสียใจมาก”


 “ขอให้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย อย่าให้ไปเกิดกับครอบครัวอื่นอีก ส่วนกับกรมทางหลวงเอง ได้มีการติดต่อมาบอกว่าจะขอเป็นเจ้าภาพงานศพหลานสาว แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการเยียวยารับผิดชอบ ซึ่งครอบครัวก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น”


น้าของผู้เสียชีวิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติครอบครัวตนก็ใช้เส้นทางนี้สัญจรเป็นประจำ ซึ่งสะพานกลับรถจุดนี้ ก่อนหน้านี้มีการแจ้งมาว่าจะปิดซ่อมพื้นผิวบนสะพาน ซึ่งก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะอันตราย หรือจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเพราะซ่อมแค่พื้น ไม่ได้ทำเกี่ยวกับโครงสร้าง ตอนที่รู้เรื่องก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดเหตุแบบนี้ได้อย่างไร จึงอยากให้มีการชี้แจงสาเหตุที่แท้จริงให้ได้


ทันทีที่เจ้าหน้าที่ นำร่างของนางสาวสุวรรณี  มาถึงที่วัดไทร แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก ญาติ ๆ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ รวมถึงเพื่อนคนสนิท ที่เป็นคนขับรถคันที่ถูกสะพานทับ ก็มาร่วมไว้อาลัย ญาติต่างร้องไห้ และกอดร่างของผู้เสียชีวิต ส่วนเพื่อนคนสนิท ที่เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุยังช็อก ทำใจไม่ได้ และคอยจับร่างของผู้ตายอยู่ตลอดเวลา


ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางพยม รักท้วม อายุ 66 ปี แม่ของนางสาวสุวรรณี (ผู้ตาย) เล่าว่า วันเกิดเหตุลูกสาวกับเพื่อนจะไปส่งน้าสาวที่หอพัก อ.สมุทรสาคร ระหว่างขับรถกลับ ประมาณ 19.45น. ลูกสาวก็โทรศัพท์มาถามว่า จะทานอะไร จะซื้อไปฝาก คุณแม่ได้แต่บอกว่า ไม่เอา ให้รีบมาเถอะ เพราะรู้สึกใจคอไม่ดี เห็นว่ามีฝนตก เพื่อนลูกสาวที่นั่งมาในรถ ก็โทรมาบอกว่า รถประสบอุบัติเหตุ คุณอ้อติดอยู่ในรถ


ตอนนั้นตนช็อกจนทำอะไรไม่ถูก จนพ่อของผู้ตาย ก็จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปที่จุดเกิดเหตุ จนกระทั่งตนทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ใจสลาย เพราะลูกสาว เป็นเสาหลักของครอบครัว และเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น เบื้องต้นจะมีการจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 คืน ก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจ ในวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม นี้

-------------------------------------------

อธิบดีกรมทางหลวง รุดฟังสวดศพสาวนั่งเก๋งโดนคานสะพานกลับรถหล่นทับ ยันชดเชยเยียวยาคนเจ็บ-ผู้เสียชีวิตเต็มที่ ดูแลทรัพย์สินที่เสียหายทั้งหมด เผย ตอนเกิดเหตุคนงานอยู่บนสะพานกำลังเตรียมเก็บวัสดุ ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จำเป็นต้องปิดการจราจรด้านล่าง


วานนี้ (1 ส.ค.) เวลา 18.00 น. ที่วัดไทร เขตจอมทอง นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เดินทางมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพนางสาวสุวรรณี  รักท้วม อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตที่อยู่ในรถเก๋ง พร้อมพูดคุยและแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น


นายสราวุธ เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับญาติของผู้เสียชีวิตโดยกรมทางหลวง จะดูแลค่าเสียหายอย่างเต็มที่ และจะออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพทั้งหมด รวมถึงเงินเยียวยา โดยให้ทางญาติของผู้เสียชีวิต กลับไปคิดและมาพูดคุยกันอีกครั้งว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย จะติดต่อชดเชยค่ารักษาพยาบาล และในเรื่องทรัพย์สินที่เสียหายกรมทางหลวงจะออกให้ทั้งหมด


 ส่วนการเยียวยาผู้เสียชีวิต ที่เป็นพนักงานราชการของกรมทางหลวง ซึ่งมีระเบียบในการเยียวยา เบื้องต้นจะได้รับเงินเยียวยา 70% ของเงินเดือนเป็นระยะเวลา 10 ปี รวมเป็นเงินประมาณ 1,300,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นที่เป็นพนักงานเช่นเดียวกัน จะมีการชดเชยเป็นรายวัน ซึ่งกรมทางหลวงมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว


อธิบดีกรมทางหลวง เผยต่อว่า หลังเกิดเหตุทางกรมทางหลวงส่วนกลาง พร้อมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นมาอีก และสั่งไม่ให้มีการจราจรผ่านจุดเกิดเหตุพร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลภายใน 14 วัน โดยการตรวจสอบมีหลายประเด็น เช่น การตรวจสอบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ หรือเกิดจากความประมาทในขั้นตอนใด


 เบื้องต้นจากการลงพื้นที่พร้อมกับการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ทำงานสันนิษฐานการเกิดเหตุได้ 2 ข้อ คือการทุบพื้นสะพานออกเพื่อที่จะทำขึ้นมาใหม่ ทำให้น้ำหนักพื้นสะพานเดิมที่มีอยู่หายไป และทำให้น้ำหนักกดลงที่คานเดิมได้น้อยลง จนเกิดการเคลื่อนตัวที่คานทั้ง 2 ด้าน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมามีฝนตกจำนวนมาก ทำให้มีน้ำไปขังจนเกิดคานเดินเคลื่อนตัว ส่วนสาเหตุที่ 2 สันนิษฐานว่าสะพานกลับรถดังกล่าวถูกสร้างมานานแล้ว ประมาน 29 ปี ทำให้สถาพโดยทั่วไปอาจจะไม่สมบูรณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนเกิดเหตุที่มีภาพปรากฎคนงานกำลังทำงานอยู่ด้านบน แต่ไม่มีการกั้นรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอย่างใด ทำให้หลายคนมองว่าเป็นความประมาทของคนงานหรือไม่ อธิบดีกรมทางหลวง ระบุว่า


“สะพานดังกล่าวเป็นการซ่อม ซึ่งตอนเกิดเหตุเป็นขั้นตอนของการสกัดพื้นเดิมออก มีการใช้แผ่นไม้อัดรองเพื่อไม่ให้เศษปูนตกลงไปที่ถนนด้านล่าง ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จำเป็นต้องปิดการจราจรด้านล่าง ซึ่งจากภาพที่ปรากฏเป็นภาพของคนงานที่กำลังเตรียมเก็บวัสดุเพื่อเริ่มขั้นตอนต่อไป”


ทั้งนี้ ได้สั่งให้มีการปิดถนน ผู้ใช้รถใช้ถนนอาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัย ประกอบกับยังไม่มั่นใจว่าโครงสร้างของสะพานกลับรถมีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน โดยจะปิดจนกว่าจะตรวจสอบจนมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว


 อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวถึงจุดกลับรถต่างๆ ในความดูแลของกรมทางหลวง เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้จึงเกิดความเป็นห่วงสะพานเกือกม้าต่างๆ มักจะสร้างอยู่ในเวลาที่ใกล้กัน มีอายุการใช้งานที่มากและมีการใช้งานที่หนัก จึงได้สั่งให้มีการตรวจสอบสะพานกลับรถเกือกม้าอื่น ๆ


ที่ผ่านมาก็มีการตรวจสอบเป็นปกติ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ จะต้องมีการตรวจสอบให้เข้มข้นมากขึ้น ที่ผ่านมาสะพานกลับรถเกือกม้าจะอยู่ในความดูแลของแขวงทางหลวงในพื้นที่นั้น ๆ จะมีการตรวจสอบด้วยสายตาทุกวันและจะตรวจสอบด้วยเครื่องมือทุกปี ซึ่งสะพานกลับรถจุดเกิดเหตุ ก็เป็นการตรวจพบความชำรุด แล้วเข้าขั้นตอนของการซ่อมแซม

----------------------------------------------------------------

ด้าน นางสาวลักขณา จงศิริโรจน์กุล หรือคุณกล้วย อายุ 40 ปี เพื่อนคนสนิทของนางสาวสุวรรณี รักท้วม หรือคุณอ้อ อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตอยู่ในรถเก๋ง เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุ หลังไปส่งน้าสาวของผู้ตายกลับที่พักไม่นาน กำลังกลับบ้านก่อนจะเกิดเหตุสลด


เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนเองขับรถมาตามปกติ เพราะตอนนั้นมีฝนตกลงมาด้วย จึงปล่อยรถไหลไปเรื่อยๆ ไม่ได้ใช้ความเร็ว ระหว่างนั้นตนยังนั่งคุยเรื่องเรื่องงานและภาพยนตร์กับผู้เสียชีวิต จู่ ๆ คานของสะพานกลับรถก็ได้ร่วงหล่นตกลงมาใส่รถ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตกใจมาก และไม่มีสัญญาณของการเกิดเหตุ รวมถึงไม่ได้ยินเสียงของโครงสร้างที่แตกหักใด ๆ ทั้งสิ้น 


ตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยโดนเศษปูนที่กระเด็นใส่นิดหน่อย หลังจากที่คานและแผ่นปูนหล่นใส่รถเห็นนางสาวลักขณา อยู่ใต้ซากปูนพยายามเรียกแต่เขาไม่ตื่น ตนพยายามลดกระจกรถลง จากนั้นมีคนมาช่วยดึงตนออกจากรถได้ปลอดภัย เหตุที่เกิดขึ้นสะเทือนใจมาก นางสาวลักขณา เสียชีวิต แต่ตนรอดชีวิต เหมือนเขาต้องการให้เราอยู่ เดี๋ยวเขาไปเอง

---------------------------------------------------

ขณะที่นางสาวเพ็ญ ภูผานา อายุ 51 ปี ภรรยาของนายชาญ ผู้เสียชีวิตอีกราย (คนงาน) เปิดเผยว่า ตนกับสามีทำงานอยู่ด้วยกัน เป็นคนงานของกรมทางหลวงทั้งคู่ วันเกิดเหตุตนก็อยู่บนสะพานที่เกิดเหตุ ตอนนั้นอยู่ในช่วงกำลังจะเริ่มงานกะกลางคืน ซึ่งสามีเพิ่งจะเดินผ่านหลังตนไป เดินไปหาลูกน้องตรงส่วนของสะพานที่เกิดเหตุ


 พอได้ยินเสียงสะพานถล่ม ตนก็ตกใจ พอเพื่อนบอกว่ามีคนงานตกลงไป ตนก็รู้ทันทีว่าเป็นสามีตัวเอง เพราะเขาเพิ่งเดินไปตรงนั้น ซึ่งตนก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าเดินไปดู ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่บนสะพาน จนสุดท้ายตามไปหาสามีที่โรงพยาบาล ก่อนสามีจะเสียชีวิตลง


ส่วนที่ ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายชาญ ทางครอบครัว ได้เตรียมสถานที่บริเวณศาลาพักศพ ภายในวัดสว่าง เพื่อรอบรับร่างของนายชาญกลับบ้าน


โดยทางญาติเปิดเผยว่า เรื่องการช่วยเหลือเยียวยาต่างๆ ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาให้ข้อมูลแต่อย่างใด คาดว่าอาจจะหลังจากที่ศพของน้องชายมาถึงอาจจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลจะมีขึ้นที่วัดสว่างบ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จนถึงวันที่ 3 ส.ค. และจะฌาปนกิจวันที่ 4 ส.ค.65


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w02AbdPdksk

คุณอาจสนใจ