อาชญากรรม

เจ้าของคลินิกความงามช้ำใจ โดนโจรยกเค้าทรัพย์สินหลายรอบ แจ้งความตร. กลับโดนหาว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

โดย kanyapak_w

19 ก.ค. 2565

133 views

วันนี้ (19 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายนดล อายุ 29 ปี ผจก.ร้านคลินิกแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี โดยเจ้าของคลินิกแจ้งว่า คลินิกถูกคนร้ายเข้าลักขโมยสายไฟและทรัพย์สินภายในร้านหลายครั้งตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2564 จนถึงวันที่ 17 ก.ค. 2565 รวมที่โจรบุกเข้าขโมยทรัพย์สินภายในแล้ว จำนวน 10 ครั้ง โจรมาขโมยบ่อยครั้งจนต้องเขียนข้อความในกระดาษติดไว้หน้าร้านว่า “เรียนท่านขโมยที่เคารพ เนื่องด้วยแอร์ที่ท่านขโมยไปใกล้หมดแล้ว ข้างล่างโคตรร้อน ขอความกรุณาเหลือแอร์ไว้ให้ด้วยนะคะ”




ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านคลินิกความงามดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณสามแยกวัดโพธิ์ ถนนโพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของสภ.เมืองอุดรธานี มีกล้องวงจรปิดอยู่ตรงสามแยกพอดิบพอดี แต่ปรากฏว่าดูสภาพแล้วไม่เหลือสภาพของคลินิกความงามอยู่เลย เพราะมีร่องรอยของคนร้ายบุกเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในร้านทั้งสายไฟของร้านที่กำลังตกแต่งจะเปิดร้าน รวมทั้งตู้คอมแอร์อีกหลายเครื่อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 200,000 บาทเศษ ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า ร่องรอยของการงัดแกะทรัพย์สิน โดยตรวจสอบพบว่าตึกอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 3 ชั้น ด้านข้างติดที่ดินเปล่า ด้านหลังเป็นป่า คาดว่าคนร้ายจะปีนรั้วเข้ามาทางด้านหลัง



นายนดล เปิดเผยว่า ต่อมาโจรยังเหิมบุกเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในร้านอีกหลายครั้งง ทั้งๆ ที่ร้านอยู่กลางเมืองครั้งสุดท้ายคนร้ายได้เข้ารื้อสายไฟทั้ง 2 ชั้น กรงเหล็กด้านหลังมีร่อยรอยถูกตัดกุญแจ จึงได้ให้ช่างเข้ามาประเมินราคาพบว่าเสียหายประมาณ 45,000 บาท จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 5 ก.ค. กับ ร.ต.อ.สุขอินทร์ ราจันทร์แก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี จากนั้น ร.ต.อ.สุขอินทร์ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้แจ้งว่าจะส่งชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุห้ามใครเข้า จากนั้นมาก็ยังไม่มีตำรวจเข้ามาตรวจสอบอีกเลย



เจ้าของคลินิกความงาม บอกอีกว่า คืนวันที่ 13 ก.ค.65 ทางร้านฯ ก็ถูกคนร้ายเข้าลักขโมยคอมเพรสเซอร์แอร์ จำนวน 3 ตัว รวมถึงระบบเซฟตี้คัทถูกคนร้ายลักขโมยไปทั้งหมด อีกจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบในที่ 14 ก.ค. แต่เมื่อตร.มามาถึง บอกให้กลับไปแจ้งความกับเจ้าของคดีคนเก่าคือ ร.ต.อ.สุขอินทร์ ราจันทร์แก้ว ซึ่ง ร.ต.อ.สุขอินทร์ รับโทรศัพท์แล้วแจ้งว่าเป็นวันหยุดจะโทรมารบกวนอะไรนักหนา ตนจึงแจ้งไปว่าต้องการซ่อมแซมที่คนร้ายได้ทำเสียหายไว้ แต่ยังซ่อมไม่ได้เพราะร้อยเวรสั่งห้ามใครยุ่ง ร.ต.อ.สุขอินทร์ ยังพูดอีกว่า คุณก็หาวิธีป้องกันสิ จะให้ตำรวจไปนั่งเฝ้ารึไง ตนตอบไปว่าแล้วจะให้ไปแจ้งความทำไมแจ้งความแล้วก็ไม่คืบหน้า 9 วันแล้วไม่มาสักทีจะซ่อมก็ไม่ได้ซ่อมสักทีจนมันขึ้นอีก ร.ต.อ.สุขอินทร์ ตอบกลับมาว่าแจ้งความทำไมต้องการอะไร ต้องการให้ทำอะไร ให้ไปแจ้งร้อยเวรคนใหม่ ผมไม่ได้มีแค่งานเดียว



ล่าสุด คืนวันที่ 16 และ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้านคลินิคยังถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดิมถึง 2 ครั้ง โดยคนร้ายได้เข้าไปขโมยคอมเพรสเซอร์แอร์ 3 ตัว กำแพงถูกทุบจนเป็นรูมูลค่ากว่าความเสียหายกว่า 100,000 บาท โดยคืนวันที่ 17 ก.ค.ตนช้ำใจมากที่โจรบุกเข้ามาขโมยทรัพย์สินบ่อยครั้ง จึงไปจอดรถเฝ้าดูคนร้านเวลาประมาณ 22.00 น. ปรากฎว่าเห็นคนร้ายเข้ามาอีกจึงโทรแจ้งตำรวจเวลา 22.19 น. ตำรวจสายตรวจมาถึงที่เกิดเหตุ 22.50 น. ซึ่งระยะทางจากโรงพัก สภ.เมืองอุดรธานีถึงที่เกิดเหตุเพียง 3.9 กม.



ต่อมาวันที่ 18 ก.ค. ตนได้โทรศัพท์ไปผู้กอง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อจะแจ้งว่าคนร้ายเข้ามาอีกเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ร.ต.อ.สุขอินทร์ กลับแจ้งมาว่าให้ทำหนังสือมอบอำนาจมาเจ้านายคุณเป็นใคร ทำหนังสือมา และปลายสายผู้กองคนนี้บอกว่า โทรมาบ่อยเสียเหลือเกิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์รึเปล่า? มีปัญหามากเลยที่คลินิกเนี่ย ตนได้แจ้งว่าเป็นของเจ้านายตนเป็นตัวแทน ตนยืนยันว่าตนไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร.ต.อ.สุขอินทร์ ยังกล่าวอีกว่าโทรมาแบบนี้จะออกหมายเรียกแน่นอน ตนเองฟังตร.พูดแล้วไม่สบายใจ ความตั้งใจคืออยากให้ตร.ตามจับคนร้ายให้ได้เพราะมันบุกเข้ามาขโมยเป็นสิบๆ ครั้ง แต่กลับได้รับคำตอบจากตร.ท่านนี้ เป็นคำพูดที่ไม่น่าฟังเลย นายนดล กล่าวตอนท้าย



คุณอาจสนใจ

Related News