อาชญากรรม

สรุปผลตรวจผ้าขาว 'คดีแตงโม' ชี้ชัด 'จงใจสร้างหลักฐานเท็จ' ซัด 'อัจฉริยะ' คำให้การเลื่อนลอย

โดย nattachat_c

12 ก.ค. 2565

47 views

กระทรวงยุติธรรมแถลงแฉผ้าขาวที่อ้างว่า แตงโม ภัทรธิดา ใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งถูกส่งมาจากต่างประเทศ เป็นของปลอม เนื่องจากผลการตรวจเลือดบนผ้า พบ DNA ของมนุษย์เพศชายชาวยูโรเปี้ยนอินเดียน เตรียมดำเนินคดีเอาผิดฐานแจ้งความเท็จและ พรบ. คอมพิวเตอร์ กับขบวนการจัดสร้างพยานหลักฐานดังกล่าว


วานนี้ (11 ก.ค. 65)  ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย คณะพนักงานสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวถึงผลการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ได้รับจากนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค และคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีผู้ส่งมาให้จากต่างประเทศ


ระบุว่า ภายหลังจากกระทรวงยุติธรรม ได้รับวัตถุพยาน ซึ่งอ้างว่าเป็นผ้าขาวที่แตงโมที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จึงได้ส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับหลักฐานเพื่อทำการสืบสวน และได้ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบ


โดยมีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง 19 คน ประสานข้อมูลกับ 12 หน่วยงาน และตรวจสอบวัตถุพยานทั้ง 13 รายการ และมีการลงพื้นที่เกิดเหตุร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ


ผลการตรวจพิสูจน์ที่สำคัญ ปรากฏว่า คราบเลือดที่อยู่บนผ้าเป็นของมนุษย์เพศชาย และจากการตรวจสอบแบบละเอียด สารพันธุกรรมบ่งชี้ว่าเป็นคนเชื้อชาติยูเรเปี้ยนอินเดียน


ส่วนหยดเลือดที่พบ ตรวจสอบการกระจายตัวแล้วพบว่า ไม่ได้เป็นการกระทำที่เกิดจากการฆาตกรรม แต่เป็นการตั้งใจให้เกิดรอยเปื้อน


ส่วนพยานวัตถุที่พบเป็นเส้นผมบนผ้า มีเส้นผมสีดำเป็นเส้นผมมนุษย์เพศชาย สารพันธุกรรมตรงกับที่พบบนผ้าคือเป็นของมนุษย์เพศชาย เชื้อชาติยูเรเปี้ยนอินเดียน ซึ่งจากการตรวจสอบแบบลงลึกพบว่า เป็น DNA ของบุคคลเดียวกัน ส่วนเส้นผมยาวสีบรอนซ์ทองเป็นเส้นผมของมนุษย์ แต่มีสารพันธุกรรมในปริมาณน้อย ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่าเป็นเชื้อชาติใด


พยานวัตถุต่อมาที่พบ คือ เศษผงที่ปนเปื้อนในผ้า พบเป็นวัตถุอื่น ซึ่งไม่ใช่ดินหรือโคลนที่อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาจุดเกิดเหตุ โดยพบว่าเป็นแร่ควอตซ์ ควอนิค และ แอนโนไทต์


อีกทั้ง จากการตรวจสอบภาพจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบเห็นแตงโมสวมใส่เสื้อผ้า พบว่า ผ้าผืนที่แตงโมสวมในวันเกิดเหตุ มีลักษณะทางกายภาพของผ้าไม่เหมือนกัน คือ ผ้าที่แตงโมใส่ในวันเกิดเหตุจะมีรอยขาดอยู่ 2 รู แต่ผ้าที่ส่งตรวจไม่มีรอยขาด ซึ่งเป็นตำหนิคนละจุดกับภาพพยานหลักฐานที่มีการสืบสวนไปก่อนหน้านี้


ทั้งนี้ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีโอกาสเห็นผ้าผืนดังกล่าว ก่อนที่จะทำการส่งมาที่ประเทศไทย แต่เมื่อทางคณะกรรมาธิการนำกล่องพยานหลักฐานที่ถูกส่งมาจากต่างประเทศมาเปิดดูที่ประเทศไทย กลับพบว่า ผ้ามีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรืออาจเป็นผ้าคนละผืนกัน


อีกทั้ง จากการตรวจสอบชื่อที่จ่าหน้าซองพัสดุที่ใส่วัตถุพยานมาที่ประเทศไทย ในทะเบียนราษฎร์ของกระทรวงมหาดไทย กลับไม่พบรายชื่อดังกล่าว


ประกอบกับจากข้อเท็จจริงที่ DSI ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานมาได้ระยะหนึ่ง มีหลักฐานเป็นเพียงพยานแวดล้อม และพยานความเห็นเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่ตำรวจได้มีการแถลงข่าว ซึ่งทางผู้ที่ร้องขอให้ DSI สืบสวนคดี ไม่ได้นำวัตถุพยาน เช่น คลิปวิดีโอ หรือพยานหลักฐานอื่นๆ ที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ มามอบให้ DSI สอบสวน จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามที่มีการร้องขอให้ดำเนินการ


อย่างไรก็ตาม DSI จะยังสืบสวนเรื่องดังกล่าวต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่หากสืบสวนแล้วไม่พบความผิดก็จะยุติการสืบสวนในคดีนี้ โดยจะให้เวลาจนถึงเดือนกันยายน 2565 ซึ่งจะครบกำหนดการปิดรับข้อมูลในคดีดังกล่าว หากมีพยานหลักฐานใดเพิ่มเติม ยังสามารถส่งในกรอบเวลาดังกล่าวได้ โดยแจ้งมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือกระทรวงยุติธรรม


ส่วนการตรวจสอบคำให้การของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบว่า คำให้การต่างๆ เลื่อนลอย ไม่มีพยานหลักฐานมายืนยัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการดิสเครดิตการสืบสวนสอบสวนของตำรวจในคดีดังกล่าว แต่ไม่มีพยานหลักฐานมาประกอบทำให้กระบวนการยุติธรรมมีปัญหา และอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้ หากผู้เสียหายจากคำให้การ จะแจ้งความดำเนินคดี


ทั้งนี้ เมื่อผลการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆ ออกมา กระทรวงยุติธรรมจะแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่สร้างพยานหลักฐานเท็จ จนทำให้เกิดการเสียงบประมาณของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และกรมทรัพยากรธรณีวิทยา มูลค่าเกือบ 100,000 บาท


และเสียเวลาในการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ในข้อหาแจ้งความเท็จ และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพยานหลักฐานปลอมทุกคนซึ่งอาจรวมถึงบังแจ็คด้วย


หลังจากที่ผลการตรวจสอบพยานหลักฐานดังกล่าวออกมาแล้ว มองว่า ประชาชนไม่ควรให้ความเชื่อถือกับบุคคลดังกล่าว เพราะจะทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหายซึ่ง หากบุคคลใดที่ยังไม่เชื่อผลการตรวจดังกล่าว สามารถมาขอดูผ้า หรือขอนำผ้าดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์เองในสถาบันที่ตนเองเชื่อมั่นได้


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/b3IUSaLTFbc

คุณอาจสนใจ

Related News