อาชญากรรม

คดีแตงโมยืดอีก! อัยการสั่งเลื่อน - 'กระติก' เริ่มเดือด ซัดเอาหลักฐานออกมาสักที - 'แซน' ลั่นมีมหกรรมฟ้องกลับ

โดย nattachat_c

24 มิ.ย. 2565

7 views

อัยการจังหวัดนนทบุรี เลื่อนสั่งคดีแตงโมเป็นวันที่ 7 กรกฎาคม เพราะพนักงานสอบสวนเพิ่งส่งผลการสอบเพิ่มมาเมื่อเช้าวานนี้ 

วานนี้ (23 มิ.ย.) เวลา 11.00 น. นางสาวสุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ อัยการดาว เปิดเผยว่า วันนี้ครบกำหนดนัดสั่งคดี 6 ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้มาเซ็นชื่อรายงานตัวครบทั้งหมดแล้ว และอัยการได้มีความเห็นเลื่อนการสั่งคดีไปเป็นวันที่ 7 ก.ค. 65 เวลา 09.30 น.


โดยสาเหตุที่ต้องเลื่อน เนื่องจากหลังจากที่พนักงานอัยการได้ส่งสำนวนไปยังอธิบดีอัยการภาค 1 ทางอธิบดีฯ ได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม จึงได้แจ้งพนักงานสอบสวน และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (23 มิ.ย.) พนักงานสอบสวนก็เพิ่งนำส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด โดยขั้นตอนแล้วพนักงานอัยการจะต้องรับเอกสารจากพนักงานสอบสวนทั้งหมดมารวบรวมตรวจสอบว่าได้สอบสวนเพิ่มเติมตามประเด็นที่มีคำสั่งครบถ้วนหรือไม่ หากเห็นว่าครบถ้วนแล้ว ก็จะต้องนำส่งอธิบดีอัยการภาค 1 เพื่อพิจารณาต่อไปตามระเบียบก่อน


ส่วนประเด็นที่อธิบดีอัยการภาค 1 มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมนั้น บอกไม่ได้ว่ามีทั้งหมดกี่ประเด็น และเป็นประเด็นอะไรบ้าง รวมถึงจะมีประเด็นที่มีผู้มายื่นร้องขอให้สอบด้วยหรือไม่ ก็ไม่สามารถบอกได้ ทั้งนี้ เมื่อพนักงานอัยการได้ตรวจสอบผลการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว จะรีบนำส่งอธิบดีอัยการภาค 1 โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นคดีที่ประชาชนติดตามรอฟังคำพิจารณาของอัยการ



นอกจากนี้ อัยการดาว ยังได้อธิบายถึงหลักการ กรณีการฟ้องตรงของผู้เสียหายในคดีอาญาแผ่นดินว่า ไม่เป็นการตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีต่อศาล โดยอำนาจการสั่งฟ้องคดีของอัยการ ถือว่ายังทำได้อยู่ แต่ในชั้นของการพิจารณาโทษ จะเป็นอีกส่วน ถือเป็นอำนาจของศาล ซึ่งหากศาลมีคำตัดสินในกรณีใดก่อน ถือว่าอีกกรณีก็ต้องสิ้นไป เพราะถือว่าจำเลยต้องได้รับการวินิจฉัยการกระทำผิดเดียวกันได้เพียงครั้งเดียว



ส่วนกรณีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมของประชาชนในคดีนี้ ขณะนี้ยังไม่มีปรากฎในขั้นตอนของสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี แต่หากอนาคต จะมีผู้มายื่นร้องขอความเป็นธรรม ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจอีกครั้ง โดยต้องดูที่เจตนาผู้ร้อง ซึ่งเป็นอำนาจวินิจฉัยของผู้บังคับบัญชา

----------

ด้านกระติก อิจศรินทร์ เปิดเผยสั้นๆ กับสื่อมวลชนว่า วันนี้ตนเดินทางมาพบอัยการตามนัด ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีการเลื่อนสั่งคดีหรือไม่ ซึ่งไม่ได้มีความกังวลกับเรื่องคดี แต่ว่าก็ไม่อยากให้มีการเลื่อนอีกแล้วเพราะเสียเวลาต้นอยากให้ทุกอย่างสรุปจบตามกระบวนการได้สักที


หากอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี ก็ไม่ได้กังวล พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และตนยังเชื่อว่าคดีนี้ยังคงเป็นคดีประมาท เพราะเหตุการณ์บนเรือมันไม่มีเรื่องฆาตกรรม จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ส่วนคนที่มายื่นฟ้องตรงก็ให้ไปสู้กันในศาล แต่ใครทำอะไรไว้ก็ขอให้รอรับผลของการกระทำ เพราะตนไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา อะไรที่ทำให้เดือดร้อนเสียหาย ตนก็ต้องใช้สิทธิปกป้องตัวเอง


โดยยืนยันว่าจะมีการฟ้องกลับกับคนที่มาฟ้องตรงในข้อหาฆาตกรรมแน่นอน เพราะเป็นเรื่องร้ายแรง กล่าวหาว่าตนเป็นฆาตกร ซึ่งได้มีการเตรียมหลักฐานและร่างคำฟ้องไว้พร้อมหมดแล้ว หากวันนี้อันการเลื่อนฟังคำสั่งทางคดี ก็จะขอปรึกษาทนายความก่อนว่าจะสามารถเดินหน้าฟ้องได้เลย หรือว่าต้องรอก่อน เพราะทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือรอแค่จังหวะเท่านั้น


กระติก เปิดเผยอีกครั้งว่า การที่เลื่อน รู้สึกเสียเวลา เพราะเท่ากับเรื่องจะยืดเยื้อไปอีก และคนนอกสำนวนก็จะเข้ามามีบทบาท ทำให้ประเด็นเพิ่มขึ้น เกิดความวุ่นวาย ออกทะเล และทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยุ่งยากมากขึ้น ซึ่งตนเข้าใจในส่วนของอัยการที่ต้องการทำให้วิ้นประเด็นสงสัย ให้สังคมหมดความถาม แต่มองว่าหลายประเด็น ก็เป็นเรื่องเดิม ตนจึงอยากให้จบไวๆ เพราะมันนานมากแล้ว


ส่วนกระแสที่คุณแม่จะถอนฟ้อง ตนได้ยินมา แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนได้ตลอด คงจะรอดูให้ชัดเจนทีเดียว ส่วนที่คุณแม่กลับไปกลับมา ตนมองว่าเป็นสิทธิของคุณแม่ ตนไม่รู้ว่าคุณแม่รับรู้ข้อมูลอะไรบ้าง จึงทำได้แค่ติดตามข่าวและตั้งรับกับเหตุการณ์


ส่วนประเด็นเรื่องการฟ้องกลับ มีการเก็บหลักฐาน ถอดเทปกันมาเรื่อยๆ ทุกอย่างพร้อมแล้ว รอดูแค่ว่าจะฟ้องวันไหน ส่วนการฟ้องคดีฆาตกรรม ถ้าเป็นการฟ้องเท็จ ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ตนก็ต้องใช้สิทธิ ใช้กฎหมายปกป้องตนเอง ตนเป็นผู้ถูกกระทำ ไม่ใช่นักเลง


สำหรับหลักฐานของนายอัจฉริยะ กระติก บอกว่า ตนเองก็รอดูอยู่เหมือนกัน ซึ่งไม่ได้ท้าทาย แต่แค่มาทวงถามสิ่งที่นายอัจฉริยะเคยพูดเอาไว้ว่ามีหลักฐานต่างๆ พร้อมจะเปิด ก็ขอให้เอาออกมาเลย ไม่ใช่มาตั้งข้อสงสัยประเด็นนั้นประเด็นนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นการเบี่ยงประเด็น โดยล่าสุดก็บอกว่าแตงโมกับแม่ไม่ใช่แม่ลูกกันจริงๆ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องเลอะเทอะ โดยตนยืนยันว่าคุณแม่ภนิดาเป็นแม่ของแตงโมจริงๆ


ส่วนที่บอกว่ามีหลักฐานเป็นคลิปเปื้อนเลือด ตนไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้ามีก็ให้เอาออกมา แล้วจะมาอ้างว่านักข่าวเห็นแล้ว ถ้ามีจริงและนักข่าวได้เห็น คงไม่ปล่อยไว้ เพราะนักข่าวมีสิทธิที่จะเปิดเผย เพื่อประโยชน์สาธารณะ และที่ตนสงสัยคือคุณแม่เป็นผู้เสียหาย สมควรที่จะได้เห็นหลักฐานมากที่สุด แต่น่าแปลกที่คุณแม่บอกว่าไม่เคยได้เห็น ทำไมถึงไม่ให้ความชัดเจน อาจจะทำให้คุณแม่สับสนได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวตนเองไม่ได้คุยอะไรกับคุณแม่เลย

-------------

ขณะที่ แซน วิศาพัช กล่าวถึงเรื่องหลักฐานของนายอัจฉริยะว่า จะมีได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องจริง บนเรือไม่มีเรื่องแบบนั้นแล้วเขาจะเอาอะไรมาเปิด ตนมองว่าอีกฝ่ายหาทางลงไม่ได้ ก็เลยพูดไปเรื่อย แล้วยังมาล้อเลียนบุคลิกภาพคนอื่น ซึ่งคนทัศนคติแบบนี้ คงทวงความยุติธรรมให้กับใครไม่ได้ ส่วนมหกรรมการฟ้องกลับ ยังยืนยันคำเดิมว่ามีแน่ๆ แต่ขอรอข้อเท็จจริงในคดีหลักให้นิ่งก่อนจะ ได้ปฏิเสธกันไม่ได้


สำหรับประเด็นที่อัยการมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม แซน บอกว่า เป็นความลับในสำนวน แต่บอกได้ว่าเป็นประเด็นที่เคยให้การมาแล้วทั้งหมด ซึ่งตนก็ให้การเหมือนเดิมเพราะเป็นเรื่องจริง ไม่มีอะไรต้องโกหกปิดบัง พร้อมบอกว่าประเด็นที่สอบเพิ่ม ไม่มีประเด็นที่นายอัจฉริยะเคยไปยื่น ซึ่งตนก็งงกับเขา เพราะข้อเท็จจริงไม่มีตามที่นายอัจฉริยะกล่าวอ้างทั้งหมด ตนอยากให้นายอัจฉริยะออกมาพูดสักที หากทำผิดสังคมอาจยอมให้อภัย เรื่องที่บอกว่ามีคลิปมีภาพว่ามือคนบนเรือเปื้อนเลือด ก็ไม่รู้ว่ากล่าวอ้างมาจากอะไร แต่ยืนยันว่าตนไม่กลัว ถ้ามีก็ให้รีบเอาออกมา

--------------

ขณะที่ ทนายพรศักดิ์ เปิดเผยว่า สำหรับการฟ้องกลับในคดีที่ถูกฟ้องตรงข้อหาฆาตกรรมนั้น หากไม่มีการถอนฟ้อง ตามกระบวนการกฎหมาย คุณแม่ภนิดาจะเป็นผู้ถูกฟ้องร้องด้วย โดยจะตกเป็นจำเลยที่ 1 ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะตั้งข้อสงสัยว่าคุณแม่ไม่ใช่แม่ของแตงโม ตนก็ไม่เข้าใจว่าจะทำไปเพื่ออะไร เพราะประเด็นนี้จะทำให้เป็นผลดีกับคนบนเรือ โดยที่คุณแม่จะไม่มีสิทธิมาเรียกร้องค่าเสียหาย และคนบนเรือก็ไม่ต้องจ่าย

-------------

ล่าสุด รายการโหนกระแส ได้เชิญนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ มาออกรายการ เพื่อสอบถามถึงหลักฐานสำคัญอย่างคลิปมีดกรีดขาว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ระหว่างดำเนินรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามถึงหลักฐานคลิปดังกล่าว แต่นายอัจฉริยะได้เปิดเพียงภาพให้พิธีกรดูเท่านั้น และปฏิเสธที่จะเปิดคลิปดังกล่าว


ขณะนั้นจู่ๆ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้เดินเข้ามาในรายการ โดยพิธีกรดังยืนยันไม่รู้มาก่อนและไม่ได้นัดไว้ ก่อนทนายตั้มขอให้นายอัจฉริยะเปิดคลิปให้ตัวเองดูก่อน เพื่อจะได้ช่วยนายอัจฉริยะอีกทาง แต่นายอัจฉริยะ ยืนยันว่าไม่ได้ แต่สามารถให้ดูภาพที่เป็นภาพเปื้อนเลือดได้ ก่อนทนายตั้มยืนยันอยากให้เปิด โดยพร้อมรับผิดชอบและติดคุกแทนเอง

-------------


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FUm5i6qIHA0

คุณอาจสนใจ

Related News