อาชญากรรม

'อัจฉริยะ' ไม่ให้ราคา 'ส.ส.เต้' ออกโรงเตือน 'อัยการดาว' อย่าล้ำเส้น ด้าน 'เต้' ลั่นถอนตัว 100%

โดย thichaphat_d

17 มิ.ย. 2565

43 views

อัจฉริยะ ไม่ให้ราคามงคลกิตติ์ หลังมีหนังสือปลดที่ปรึกษาพรรคไทยศรีวิไลย์ เปรียบเป็นแค่กระดาษเช็ดก้น ส่วนคดีแตงโม ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแม่เท่านั้น มั่นใจหลักฐานที่ยื่นไปชนะคดีแน่นอน ออกโรงเตือนอัยการดาว อย่าล้ำเส้น พูดชี้นำสังคม ถ้าไม่หยุดจันทร์หน้าจะไปร้องอัยการสูงสุดให้ตั้งกรรมการสอบ

ด้านอัยการดาว ไม่ซีเรียส ถูกอัจฉริยะติง ชี้ออกมาพูดให้ความรู้ประชาชนข้อกฎหมาย ไม่ได้ปิดบังอะไร สัมภาษณ์สื่อทุกครั้งขออนุญาตตามระเบียบถูกต้อง ย้ำทุกคนมีสิทธิ์มาร้องเรียน เราเป็นข้าราชการต้องปฏิบัติตามหน้าที่


เรื่องราวคดีของแตงโมยังไม่จบง่าย โดยมหากาพย์รอบนี้เป็นของกลุ่ม 'ทีมส.ส เต้' ซึ่งเราจะเล่าไทม์ไลน์ง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจกันก่อน ก่อนที่จะลงรายละเอียดต่อไป


โดยไทม์ไลน์ มีดังนี้

  • 25 พ.ค. 65 : แม่แตงโม ยอมรับ ส่งมือถือแตงโมให้บังแจ๊ค โดยครั้งแรกบอกมือถืออยู่กับทนายเดชา แต่ต่อมายอมรับ เป็นคนส่งมือถือให้บังแจ๊ค
  • 26 พ.ค. 65 : แม่ประกาศ ถอดทนายเดชาจากทนายความส่วนตัว มาอยู่กับส.ส เต้และคณะ  ช่วงนั้นทนายเดชาออกมาให้สัมภาษณ์ ถูกแม่ถอดจริง เนื่องจากความคิดเห็นทางคดีไม่ตรงกัน และบอกว่าคณะของส.สเต้ คือ คณะตลก
  • 27 พ.ค. 65 : แม่แตงโม พร้อมส.สเต้ และคณะ เปิดตัวทีมกฎหมายสู้คดี พิสูจน์ แตงโมถูกฆาตกรรม โดยมีนายอัจฉริยะ และคณะทำงาน แบ่งหน้าที่ ร่วมหาหลักฐานพิสูจน์แตงโมถูกฆาตกรรม และข้อมูล รวมถึงเรื่องกฎหมาย
  • 28 พ.ค. 65 : วันเก็บอัฐิแตงโม แม่พร้อมส.สเต้ แถลงว่า แม่เชื่อว่า แตงโมถูกฆาตกรรม เสียชีวิตบนบก ส่วนส.ส เต้บอกสังคมอย่าตำหนิบังแจ๊ค เป็นคนช่วยหาหลักฐานจากมือถือแตงโม และยังระบุว่า หาก บังแจ๊คจะกลับไทยก็พร้อมดูแล ในฐานพยานที่ต้องขึ้นศาลในฐานะพยาน
  • 30 พ.ค. 65 : ส.ส.เต้ พาแม่แตงโม พบคุณหมอพรทิพย์ และกมธ ขอรับหลักฐานผ้าคลุมกระโปรงของแตงโม และขอโทษหมอพรทิพย์ ที่ไม่ได้คุยเพราะเชื่อทนายเดชา
     สื่อถาม จะทำงานกับอัจฉริยะได้หรือไม่ เพราะอัจฉริยะ ไม่เอาบังแจ๊ค แต่ ส.ส.เต้ และแม่เอาบังแจ๊ค ซึ่ง ส.ส.เต้ บอกทำงานคนละประเด็นไม่มีปัญหา
  • 31 พ.ค. 65 : อัจฉริยะ ลุยหาหลักฐาน งมมีดใต้น้ำเชื่อว่าเป็นมีดที่ใช้ก่อเหตุทำร้ายแตงโมจนถึงแก่ชีวิต ระบุ พบคราบเลือดแตงโมเลอะเสื้อผ้าคนบนเรือ และประเด็นในเรือมีคราบเลือด
  • 1 มิ.ย. 65 : ทนายเดชา ท้า ส.ส เต้ และอัจฉริยะ ทำสัตยาบันต์กับแม่เพราะกลัวทิ้งแม่ระหว่างทาง
  • 7 มิ.ย. 65 : อัจฉริยะ พาแม่แตงโม พบตร.สอท. แจงกรณีการส่งมือถือให้บังแจ๊ค - มีกระแสข่าวรายงานอัจฉริยะและส.สเต้ เริ่มมีรอยร้าว
  • 9 มิ.ย. 65 : แม่แตงโม เข้ารับเงินเยียวยา จากกระทรวงยุติธรรม
  • 10 มิ.ย. 65 : แม่แตงโม ให้สัมภาษณ์ ไม่ฟ้องคดีฆาตกรรมแล้ว กลัวโดนฟ้องกลับเพราะไม่มีหลักฐานที่บอกว่าฆาตกรรม
  • 11 มิ.ย. 65 : สส.เต้ ออกมาระบุ แม่ยังฟ้องต่อไป ไม่ได้กลับลำ แต่แม่ไม่เข้าใจกฎหมาย ยืนยันฟ้องตรงคนบนเรือ เดินหน้าคดีต่อไป โดยจะฟ้องตรง เหมือนเดิม
  • 14 มิ.ย. 65 : อัจฉริยะ นำเอกสารมอบอำนาจแม่และหลักฐาน ยื่นฟ้องศาลนนทบุรี เอาผิดคนบนเรือ มาตรา288 และ 290 - ต่อมาช่วงเย็น ส.ส.เต้ ส่งแฟ็กไปที่ศาลยกเลิกหนังสือมอบอำนาจ - ตอนเย็น อัจฉริยะ ไปแจ้งความเอาผิด ส.สเต้ ใช้เอกสารปลอมกรณี ส่งแฟ็กไปยกเลิก - ตกค่ำ ส.ส. เต้ ไลฟ์กับแม่แตงโม ยกเลิกหนังสือมอบอำนาจกับอัจฉริยะ แม่บอกอัจฉริยะใช้ไม่ได้ และยกเลิกหนังสือมอบอำนาจทุกอย่าง
  • 15 มิ.ย. 65 : แม่ไปยื่นหนังสือยกเลิกการยื่นฟ้องของอัจฉริยะที่ศาลนนทบุรี - ตอนบ่ายอัจฉริยะ บอกแพไม่ได้แตกอต่ไม่ขอทำงานกับส.สเต้ และนายชนบท อดีตผู้พิพากษา หากมีส.สเต้ ไม่มีอัจฉริยะ - ตกค่ำ ส.ส.เต้โพสต์อยากมูฟออนคดีแตงโม ให้นายอัจฉริยะทำต่อ บอกว่าเหนื่อย
  • 16 มิ.ย. 65 : ช่วงเช้า ส.ส.เต้โพสต์หนังสือ ถอดนายอัจฉริยะจากทีมกฎหมายพรรค และนายกฤษณะ อดีตทนายความ - ช่วงบ่าย ส.ส.เต้บอก ยังไม่ถอดใจแต่เหนื่อย และจะไม่ทิ้งแม่แตงโม แม้ไม่มีอัจฉริยะ  ก็มีทีมกฎหมายและคนอื่น - ช่วงเย็น โพสต์โบกมือลา ไม่ทำคดีแตงโมอีกต่อไป และไม่ดูแลแม่แตงโมแล้ว จะถอนทีมกฎหมาย บอดี้การ์ดและทุกอย่าง ไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว ให้นายอัจฉริยะทำ จะขอเป็นคนดู
  • รวมแล้ว 24 วัน จบแล้วคณะส.สเต้ และคุณแม่แตงโม

-----------

วานนี้ (16 มิ.ย. 65)


ช่วงเช้า - ‘ส.ส.เต้’ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “แจ้งเพื่อทราบ คำสั่งพรรคไทยศรีวิไลย์” พร้อมแนบภาพเอกสาร ที่ 003/2565 ลงวันที่ 15 มิถุนายน เรื่อง “ยกเลิกแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์” 


ซึ่งระบุตอนหนึ่งว่า “พรรคไทยศรีวิไลย์ ทราบว่าบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งไปนั้น มิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบายของหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับของพรรคไทยศรีวิไลย์ พ.ศ.2561 ข้อ 31(12) จึงขอยกเลิกแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ตามรายชื่อต่อไปนี้

1.นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์

2.นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
---------

ต่อมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคไทยศรีวิไลย์ ปลดนายอัจฉริยะออกจากเป็นที่ปรึกษากฎหมายพรรค โดยระบุว่า ตนเองไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคไทยศรีวิไลย์มาตั้งแต่แรก การแต่งตั้ง เป็นการแต่งตั้งขึ้นเอง โดยที่ตนไม่เคยไปเซ็นเอกสารใดๆ และตนก็เคยแถลงชัดเจนที่ กมธ. ไปแล้วว่าทุกอย่างที่ทำ


ตนทำในนามชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ส่วนพรรคไทยศรีวิไลย์มีหน้าที่ดูแลคุณแม่ แยกกันเป็นเอกเทศอย่างชัดเจน อีกทั้งตนก็ไม่เคยไปแถลงข่าวร่วมกันกับพรรคเหมือนทนายกฤษณะ ยืนยันไม่เคยสังกัดพรรคการเมือง ไม่มีนโยบายเล่นการเมือง เป็นการที่ ส.ส.เต้ แต่งตั้งเองถอดถอนเอง ตนไม่รู้เรื่อง การที่ ส.ส.เต้ ออกหนังสือถอดถอนดังกล่าว เหมือนกับการเอาทิชชู่ทิ้งลงโถส้วม ไม่มีผลกับตน ส่วนความสัมพันธ์กับ ส.ส.เต้ ยังคงเป็นเพื่อนกัน ทำงานร่วมกันได้ แต่ไม่ใช่คดีแตงโม ยืนยันไม่ได้ขัดแย้งกัน เพียงแต่ควรต้องให้เกียรติกันตามมารยาท


นายอัจฉริยะ ย้ำว่า คดีแตงโมตอนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแม่ แต่ยืนยันว่าการที่จะขอถอนโดยอ้างว่าตนรับอำนาจมาโดยไม่ชอบนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะศาลได้ตรวจหนังสือเอกสารทุกอย่าง และประทับรับฟ้อง ถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว และฝากถึง ส.ส.เต้ ว่า คนที่ไม่รู้กฎหมายอย่าง ส.ส.เต้ ยังต้องไปฝึกอีกเยอะ ยังอ่อนประสบการณ์เรื่องกฎหมาย แต่ทุกอย่างที่ตนทำ ตนทำตามกฏหมาย


อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เกิดขึ้นทั้งหมดยืนยันว่า จะไม่มีปัญหากับพยานหลักฐานที่ตนยื่นไป เพราะตนไม่ได้ใช้หลักฐานใดของทางพรรคไทยศรีวิไลย์เลย เป็นหลักฐานที่หามาเองทั้งหมดตั้งแต่ต้น และหลักฐานของบังแจ็คตนก็ไม่ใช้แม้แต่ชิ้นเดียวแน่นอน แต่ตอนนี้มั่นใจว่าหลักฐานของตนที่ยื่นไปมีเพียงพอ หากมีโอกาสได้ไต่สวนในชั้นศาล มั่นใจว่าจะชนะคดีแน่นอน โดยที่ฟ้องมาตรา 288 เพราะพบว่ามีการใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทของแตงโม และที่ฟ้องมาตรา 290 ก็เป็นเรื่องบาดแผลที่ขาข้างขวา แต่เวลาไต่สวนศาลอาจจะรับเพียงข้อหาเดียวก็ได้ แต่ตนก็ฟ้องให้ครอบคลุมไว้ทั้งหมด


นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังได้ฝากเตือนถึงอัยการดาวว่าอย่าล้ำเส้น โดยการมาให้สัมภาษณ์ชี้นำสังคม ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีอัยการภาค 1 ที่กำลังตรวจสอบสำนวน การที่อัยการดาวออกมาให้สัมภาษณ์ว่ามีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งหากอัยการดาวยังไม่หยุดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน วันจันทร์นี้ ตนจะไปร้องกับอัยการสูงสุดให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ


ส่วนคดีที่ตนเคยไปแจ้งความแซนในข้อหาให้การเท็จไว้ ตอนนี้อยู่ระหว่างรอตำรวจสรุปสำนวน ซึ่งต้องดูว่าตำรวจจะสั่งฟ้องไหม ถ้าตำรวจไม่สั่งฟ้องตนจะไปดำเนินคดีกับตำรวจ มาตรา 157 และให้ไปว่ากันที่ศาล
----------

น.ส.สุภาภรณ์ นิปวนิชย์ หรืออัยการดาว  กล่าวถึงกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บชก.) พูดถึงประเด็นที่ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว อัยการจังหวัดนนทบุรี ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในทำนองว่ามีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทางคดีแตงโม ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ว่าไม่ควรออกมาพูดชี้นำสังคม และขอเตือนครั้งสุดท้าย ซึ่งเรื่องนี้คณะอธิบดีอัยการภาค 1 กำลังพิจารณาตรวจสอบสำนวนอยู่นั้น


น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้ตนออกมาพูดเพื่อให้ความรู้กับประชาชนในข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้เป็นการปิดบัง ซึ่งตนไม่ได้ซีเรียสอะไร ในการที่นายอัจฉริยะจะออกมาว่าตน ถือว่าเป็นประชาชนมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็น ส่วนในเรื่องคดี ตนก็ทำไปตามกรอบของกฎหมาย การที่ตนออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทุกครั้ง ได้ขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาตามระเบียบถูกต้องทุกอย่าง ทุกคนมีสิทธิ์มาร้องเรียน อัยการเราเป็นราชการต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ถ้าทางผู้บังคับบัญชาสั่งให้ตนงดการให้สื่อสัมภาษณ์ก็พร้อมจะปฎิบัติตาม


ถามว่ากังวลใจในเรื่องนี้ไหม ไม่กังวลอยู่แล้วตนทำงานตามสายงานบังคับบัญชา ส่วนตัวก่อนจะให้ข่าวหรือให้ความรู้ทางกฎหมายตนจะเช็คข้อมูลข้อกฎหมายอย่างละเอียดแล้วเพราะเราเป็นพนักงานอัยการจะทำผิดพลาดไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่ให้ข่าวแล้วประชาชนยังสงสัยอยู่หรือสับสนจะทำยังไง ในเวลางานราชการตนก็ปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ถ้าวันไหนเป็นวันหยุดตนก็สามารถให้คำอธิบายได้เพราะไม่ได้อยู่ในเวลางาน ตนก็เป็นแค่บุคคลธรรมดาทำตามหน้าที่แต่ตอนนี้โซเชี่ยลมีผลต่อข้าราชการหลายๆคน ถ้ามีคำถามมาตนก็พร้อมที่จะอธิบายกับทุกคน


ทางอัยการที่ให้ข้อมูลไปจะไม่มีการกระทบหรือทะเลาะกับประชาชน ทางผู้บังคับบัญชาก็กำหนดมาว่าถ้ามีสื่อเข้ามาถามเรื่องด้านกฏหมายก็สามารถให้คำแนะนำหรือข้อมูลได้ เพราะได้รับคำอนุญาติตามระเบียบอย่างถูกต้อง ถ้ามีสื่อมวลชนเข้ามาถามเรื่องความรู้ ตนก็จะตอบไป เรื่องแบบนี้ไม่มีใครผิด ถึงแม้ประชาชนบางกลุ่มจะไม่สนใจแล้วก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่าโลกโซเชี่ยลทุกวันนี้เร็วมากกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง“ในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ที่ผ่านมาทำให้หน่วยงานราชการหลายหน่วยงานเกิดความหวาดกลัว”

-----------

ในช่วงเย็น ส.ส เต้ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “#แตงโมต้องได้รับความยุติธรรม# เพื่อความสบายใจ ของพี่อัจฯ จะได้มาดูแลคดีนี้ได้อย่างเต็มที่ตามปณิธานอันแน่วแน่ของพี่ ที่จะคืนความยุติธรรมให้น้องแตงโม จับคนผิดมาลงโทษจำคุกให้ได้ทุกค ผม-ทีมดูแลแม่แตงโม-ทีมทนายความ-ทีมที่ปรึกษากฏหมาย-ทีมบอร์ดี้การ์ด ของพรรคไทยศรีวิไลย์ จะถอนตัวแบบ 100% เพื่อไม่เป็นอุปสรรคกับพี่อัจฯ  ปล:ว่างๆ ค่อยมาดื่มกาแฟเล่าความหลังกัน ฝากความหวังกับคดีของน้องแตงโมด้วยครับ”


ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ สอบถาม ส.ส.เต้ ยืนยันว่า ทุกอย่างจบแล้ว นับจากวินาทีที่โพสต์เฟสบุ๊ค ตนและทีมกฎหมาย ทั้งหมด ที่ปรึกษาและบอดี้การ์ด ขอถอนตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีแตงโมอีกต่อไป รวมทั้งไม่ดูแลนางภนิดา หรือคุณแม่แตงโมอีกแล้ว พรุ่งนี้ จะถอนทีมบอดี้การ์ดที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกคุณแม่ทุกอย่างกลับ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความสบายใจของนายอัจฉริยะ ส่วนนางภนิดาจะว่าอย่างไร ส.ส.เต้บอกว่า ก็ขอให้เป็นเรื่องของคุณแม่และนายอัจฉริยะ ที่จะไปคุยกันเอง


จากนี้ถือว่าจบ ที่ไม่ทำเพราะเหนื่อยมากและนายอัจฉริยะบอกว่าตนคืออุปสรรคในคดี จากนี้ก็ให้นายอัจฉริยะดำเนินการแทน ตนจะคอยเป็นผู้ชม


ส่วนการถอนตัวไม่ทำคดีนี้แล้วจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวเองและพรรคหรือไม่ ส.ส.เต้ ย้ำว่า อยู่ไปก็ทะเลาะกับเพื่อน ขอไม่ทำดีกว่า

คุณอาจสนใจ

Related News