อาชญากรรม

'อัจฉริยะ' ยันไม่ทิ้งคดีแตงโม แค่แยกทางเดิน 'เต้' ด้าน 'คุณแม่' ถอยฟ้องฆาตกรรม ลั่นไม่อยากจองเวรใคร

โดย thichaphat_d

16 มิ.ย. 2565

60 views

"อัจฉริยะ" ลั่น ‘แพไม่แตก ยังคงช่วยคดีแตงโม แต่ขอเดินคนละทางกับ "ส.ส.เต้" หากโดนถอดจากทีม ก็จะยุติบทบาททันที  ด้านคุณแม่ ไม่โกรธ อัจฉริยะ แค่อยากดูหลักฐานฆาตกรรม - ยืนยัน ฟ้องต่อล้านเปอร์เซ็นต์!  ส่วนตัวไม่อยากฟ้องฆาตกรรม เพราะไม่อยากจองเวรใครแล้ว


ยังคงเป็นประเด็นต่อเนื่องกับคดีการเสียชีวิตปริศนาของ ดาราสาว แตงโม ภัทรธิดา ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน แต่รอบนี้ เป็นเรื่องระหว่าง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นาย มงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์  หรือ ส.ส เต้  และคุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของคุณแตงโม


เมื่อวานนี้ ( 15 มิ.ย.) นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาคุณแตงโม ภัทรธิดา พร้อมด้วย นางสาวภคอร จันทรคณา รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายบุญถาวร ปัญญามณีโชติ ทนายความทีม  เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อมายืนยันการยกเลิกหนังสือมอบอำนาจในการฟ้องคดีแตงโม ของนายอัจฉริยะ พร้อมกับ ต้องการแก้ไขข้อหาที่ได้ยื่นต่อศาลด้วย

นายบุญถาวร กล่าวว่า ที่ผ่านมาคุณแม่ไว้ใจนายอัจฉริยะ ส.ส.เต้ และ ทีมงานให้ตรวจสอบข้อเท็จในการเสียชีวิตของคุณแตงโม และประสงค์ ที่จะยื่นต่อศาลในหลายข้อหา ก่อนหน้านี้ทางตำรวจและอัยการสรุปว่าเป็นการประมาทจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ทางคุณแม่มองว่ามีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น ซึ่งเรามีหลักฐาน ที่บางส่วนได้นำเสนอต่อพนักงานสอบสวนไปแล้ว และเมื่อวาน นายอัจฉริยะได้ยื่นฟ้องต่อศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 เจตนาฆ่า และมาตรา289 ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยไม่ได้ปรึกษาคุณแม่ก่อน

คุณแม่เห็นว่า นายอัจฉริยะเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ได้ฟังทีมงาน และไม่มีการปรึกษากันแต่มาฟ้องร้องเอง แม่จึงตัดสินใจทำหนังสือแจ้งยกเลิก หนังสือการมอบอำนาจต่อนายอัจริยะทางเมล์มาที่ศาล วันนี้ศาลจึงได้ให้แม่มายืนยันหนังสือขอยกเลิกการมอบอำนาจต่อนายอัจฉริยะด้วย


นอกจากนี้ เดิมทีตั้งใจมาถอนคำฟ้องของนายอัจฉริยะ แต่เมื่อมาคัดคำฟ้องพบว่ายื่นมาตรา 290 เจตนาทำร้ายร่างกายจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงมาตรา288 และมาตรา 289 เป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ทำให้ไม่สามารถถอนคำฟ้อง 288 ,289 ได้ จึงจะไม่ดำเนินการยกเลิกใบมอบอำนาจในการฟ้องเท่านั้น โดยจะมีการไตร่สวนวันที่ 20 กรกฎาคมนี้


ดังนั้นต้องกลับไปดูคำฟ้องอย่างถี่ถ้วน รวมถึงพยานหลักฐานที่แนบมาถึงการดำเนินคดีตั้งใจฆาตกรรมตั้งแต่ต้นหรือไม่ ก่อนจะยื่นแก้ไขคำฟ้อง โดยจะต้องเร่งดำเนินการ เพราะคดีนี้กระบวนเสร็จสมบูรณ์และศาลได้นัดไต่สวนแล้ววันที่ 22 สิงหาคม 2565 โดยขอให้เวลาแม่ในการพิจารณากระบวนการหลักฐาน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหลักฐานเลย


ยืนยันว่าแม่และอัจฉริยะไม่ได้แพแตก หรือมีความขัดแย้งรุนแรง เพียงแต่ความเห็นทางกฎหมายไม่ตรงกัน และยังสามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้ เพราะเป็นหนึ่งในพยานคนสำคัญในคดีนี้


ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงทนายความตอนนี้ ยังไม่รับใครมาเป็นทนายแทน เพราะตนได้แนะแม่ว่าแม่สามารถยืนฟ้องเองได้ และไปใช้ทนายตอนไต่สวนเพื่อซักค้าน และสามารถแต่งตั้งเพิ่มอีก 10 คนก็ได้ แต่ใช้คนนำสืบเป็นทนายที่แม่ไว้ได้ วันนี้ยังไว้ใจทีมทนายอัจฉริยะเช่นเดิม


ทั้งนี้ ที่นายอัจฉริยะ ขู่ยืนถอนใบประกอบวิชาชีพทนายความทุกคนที่มารับความแม่ ย้ำว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ เพราะตอนนี้ก็ยังรอโทรศัพท์นายอัจฉริยะอยู่


ด้าน นางภนิดา กล่าวว่า วันนี้ตนไม่เครียดอะไร เพียงแค่อดนอนเท่านั้น ตอนนี้ไม่สามารถตอบว่ายังเชื่อใจการดำเนินการของอัจฉริยะได้ เพราะยังไม่ได้เห็นหลักฐานทั้งหมด แต่ตนไม่ได้รู้สึกโกรธ อะไร ยังสามารถพูดคุยกันปกติ โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกไม่ได้อยากฟ้องเรื่องฆาตกรรม เพราะไม่อยากจองเวรใคร และมองว่าคงไม่ใช่เจตนาฆ่าตั้งแต่ต้น แค่เชื่อว่าลูกถูกทำร้าย


ส่วนเรื่องการฟ้องแพ่งนั้น ขณะนี้มีการคืนเงิน 250,000 บาท ให้ส.ส.เต้ แล้ว แต่ที่ผ่านมาตนเองไม่ทราบว่าจะมีฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท เพราะในใจไม่มีเรื่องเงินเลยเพียงต้องการแค่อยากรู้ว่าลูกสาวตายยังไงมากกว่า


ทุกวันนี้ยอมรับว่ามีการคุยกับคนบนเรือ โดย ปอเป็นคนโทรมาหาแม่เอง ซึ่งคุยล่าสุดเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา โดยรายละเอียดไม่ได้คุยเรื่องเงินเลย เป็นเพียงการถามถึงสารทุกข์สุขดิบธรรมดาเท่านั้น แต่เขาก็มีการนัดอยากจะขอคุยด้วย แต่แม่ไม่มีเวลา 

---------------------------------------------------------------------------------


ขณะที่ นายอัจฉริยะ ออกมาเปิดเผย หลังจบรายการโหนกระแส ว่านับจากนี้ ตนเองจะไม่ขอร่วมงานกับ ส.ส.เต้ อีก เนื่องจากพฤติกรรมที่ทำกับตนเอง กรณีส่งเอกสารยกเลิกการมอบฉันทะของนางภนิดา หรือ แม่แตงโม ในการยื่นฟ้อง เอาผิดคนบนเรือ มาตรา 289 และ 290


นายอัจฉริยะบอกว่า สิ่งที่ ส.ส เต้ ทำ เป็นการหยามเกียรติ เหมือนถูกหักหลัง ทั้งที่คุยกันก่อนจะไปยื่นฟ้อง เเต่ฟ้องเสร็จ กลับส่งเเฟ็กซ์ เอกสารยกเลิกตนทั้งที่มีใบมอบอำนาจจากแม่แล้ว ตนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติ ทั้งที่ตนเองเป็นผู้อาวุโสกว่า ทำงานร่วมกันมานาน ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าจะไม่ร่วมงานกันอีก หากมี ส.ส.เต้ เเละทนายชนบท อดีตผู้พิพากษา ก็ไม่มีอัจฉริยะ 


ให้คุณเเม่แตงโม เลือกว่าจะเดินทางไหน หากปลดตนออก ก็จะยุติบทบาททันที จะไปทำประโยชน์ในคดีอื่น ที่ผ่านมาเสียเวลาไปกว่า 3 เดือน เพราะจุดประสงค์ตั้งใจจะช่วยเเตงโม


ซึ่งเรื่องการฟ้องร้อง กลุ่มของ ส.ส.เต้ เเละคณะ ไม่ได้มีหลักฐานที่เพียงพอ ทั้งพยานบุคคล เเพทย์ เเละรายละเอียดนิติวิทยาศาสตร์บางอย่าง ตนได้หามา เเละรวบรวมอยู่ในสำนวน รวมทั้งพยายานที่เป็นเเพทย์เเละผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ทุกคน ยืนยันว่าจะอยู่ข้างตน


หากคุณเเม่ไปอยู่กับทีม ส.ส.เต้ พยานหลักฐานเหล่านี้ก็จะไม่ตามไปด้วย ดังนั้น ถึงเเม้จะใช้สำนวนคำฟ้องของตน เเต่จะไม่มีพยานบุคคลขึ้นเบิกความเเม้เเต่คนเดียว


ส่วนกรณีการยื่นฟ้อง ตนยื่นฟ้องมาตรา 288 เเละ 290 ก็เป็นข้อตกลงระหว่างทีมงานทั้งหมด ก่อนมีการไปยื่นฟ้อง จึงไม่เข้าใจเหตุผลของเเม่ที่ยกเลิก และหาก ส.ส.เต้ ติดต่อมาขอพูดคุย ก็จะไม่คุยอีกเเล้ว


ส่วนกรณีคุณเเม่ภนิดา นายอัจฉริยะ ระบุ ว่าไม่เคยเห็นหลักฐานเรื่องฆาตกรรมเเตงโมจากนายอัจฉริยะ นายอัจฉริยะยืนยันว่าที่ผ่านมาเปิดหลักฐานให้เเม่ดูมาตลอด เเม่รับรู้เเละเข้าใจ เเต่การที่มาบอกสื่อว่าหลักฐานของตนอ่อน เชื่อว่าคุณเเม่ไปฟังคำพูดของคนอื่น


ส่วนท่าทีของเเม่ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา นายอัจฉริยะ บอกว่า เป็นเรื่องปกติที่เห็นกันอยู่ทุกวัน เปลี่ยนเเปลงได้ตลอด หากเขาเสียเปรียบก็จะพยายามเเก้เเกม ซึ่งโดยส่วนตัวตนมองว่าเเม่เป็นคนฉลาด ฉลาดกว่าตนด้วยซ้ำ จึงอยากฝากบอกคุณเเม่ว่า ทำอะไรต้องคิดถึงลูกเป็นหลัก ว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใด เเต่หากมัวคิดถึงเเต่เรืองเงินเยียวยา ลูกก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม


สำหรับปัญหาแพแตก ครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามนายอัจฉริยะว่า นอกจากปัญหากับ ส.ส.เต้แล้ว ตัวแปรอีกคน คือ บังแจ๊คหรือไม่ นายอัจฉริยะ ระบุว่า ก็มีส่วน เพราะ ส.ส.เต้ ปกป้อง เเละสั่งให้ตนไม่ให้กล่าวถึงบังเเจ็คในทางที่ไม่ดี ซึ่งส่วนตัวรับไม่ได้  บังแจ๊คเป็น 18 มงกุฎ ไปเชื่ออะไรกับข้อมูลของบังแจ๊ค

ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ไม่เคยใช้ข้อมูลของบังแจ๊ค และมองว่า การที่บังแจ็คที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ และโพสต์เรื่องแตงโม ใช้เฟซบุ๊กแตงโม “เพราะต้องการเรียกยอดไลค์ ซึ่งหากได้ยอดคนดูเยอะ ไลค์เยอะ ก็ได้เงิน บังแจ๊คเอาเรื่องแตงโม มาโพสต์ ก็ได้เงินจากเฟสบุ๊ค” ซึ่ง แม่แตงโม เป็นคนส่งรหัสเฟสบุ๊คแตงโมให้บังแจ๊คก่อนที่จะส่งมือถือให้


สำหรับคดีนี้ นายอัจฉริยะมองว่าเหมือนเป็นเกม ใครคุมเกมอยู่ และมีคนหิวเเสง หิวเงิน แต่สำหรับตนไม่ใช่ ตนมีเจตนาที่ชัดเจนมาตลอดว่า ต้องการช่วยคดีแตงโม

และหลักฐานที่ตนมีก็สามารถเอาผิดกับคนบนเรือได้ ซึ่งหลักฐานสำคัญ คือคราบเลือดที่ตกอยู่บริเวณ หัวเรือฝั่งขวา มีคคาบเลือดขนาดประมาณฝ่ามือ จุดนี้ ต้องตอบให้ได้ว่าหากไม่มีเหตุอะไรทำไมถึงมีเลือดขนาดนี้


นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ยังกล่าวถึง กรณีเเซน วิศาพัช หนึ่งในผู้ต้องหาบนเรือ จะฟ้องกลับ ฐานฟ้องเท็จ / นายอัจฉริยะ ระบุว่า ไม่กลัว เพราะอย่างมากก็ฟ้องได้เเค่หมิ่นประมาท จะฟ้องเท็จไม่ได้ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน เเต่หากถูกฟ้องตนก็มีหมัดเด็ดพร้อมสวนทันที



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UhRQ6yUH8HY

คุณอาจสนใจ

Related News