อาชญากรรม

2 ฝั่งยังซัดกันนัว! แก๊งทนายยื่นหนังสือถึง 'ชวน' จี้สอบจริยธรรม 'ส.ส.เต้'

โดย thichaphat_d

2 มิ.ย. 2565

34 views

ทนายษิทรา พร้อมทีม บุกรัฐสภายื่นหนังสือ พร้อมหลักฐานคลิปเสียงมงคลกิตติ์ ข่มขู่ ทนายเดชา ให้ที่ปรึกษา คุณชวน หลีกภัย ขอให้ตรวจสอบหรือตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรม และดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้าน ส.ส.เต้ ลั่นพร้อมให้สอบ ไม่เคยหนี ชี้แจงได้ ขอไม่ให้ราคาทนายตั้ม


วานนี้ (1 มิ.ย. 65) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา โพสต์ข้อความ และคลิปผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขอท้าไปยังนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ที่ปรึกษากฎหมายคุณแม่แตงโม ถ้าคุณแน่จริงเป็นลูกผู้ชายตัวจริงไม่ได้ใช้แม่แตงโมในการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองการที่คุณแนะนำให้แม่แตงโม ฟ้องฆาตกรรมหรือฟ้องคดีทำร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายคดีแตงโม มีความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งสองคนรู้ดีอยู่แล้ว


ถ้าคุณแน่จริง คุณกล้าทำบันทึกข้อตกลงเป็นการให้สัตยาบันกับแม่แตงโมไหม ก่อนฟ้อง โดยทำเป็นบันทึกแล้วให้นายมงคลกิตติ์และนายอัจฉริยะลงชื่อพร้อมกับแม่แตงโม ก่อนฟ้องแล้วเอามาแสดงต่อสื่อมวลชนเพราะถ้าวันข้างหน้าแม่แตงโม ถูกฟ้องกลับคุณต้องร่วมรับผิดเป็นจำเลยร่วมด้วยคุณกล้าไหม


“ถ้าไม่กล้าผมถือว่าคุณสองคนคือคนกระจอกและใช้แม่แตงโม เป็นเครื่องมือในการสร้างชื่อเสียงหรือไม่แต่ถ้าคุณกล้าลงสัตยาบันถือว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษต้องการค้นหาความจริงและต้องการช่วยแม่แตงโม ด้วยความจริงใจ”


และสืบเนื่องจากที่ นายมงคลกิตติ์ โทรศัพท์สนทนากับทนายเดชา และมีลักษณะการข่มขู่ ทั้งคำว่า กำจัด การใช้วิธีทางการเมือง พื้นที่3จังหวัดชายแดนใต้


เมื่อวานนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพชร และนายรัชพล ศิริสาคร ทนาย เข้ายื่นหนังสือ พร้อมหลักฐานคลิปเสียงและบทสนทนา การไลฟ์ของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่มีลักษณะข่มขู่นายเดชา กิตติววิทยานันท์ อดีตทนายความของมารดาแตงโม


โดยนำหลักฐานมอบให้กับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบหรือตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรม และดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายมงคลกิตติ์


โดยภายในเอกสาร นายษิทรา ระบุว่า คดีสืบเนื่องจากคดีเสียชีวิตปริศนาของนางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุพลัดตกเรือ ซึ่งตนในฐานะผู้ประกอบอาชีพทนายความ ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น จนเป็นเหตุให้ นายมงคลกิตติ์ เกิดความไม่พอใจและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในลักษณะข่มขู่ตน และยังมีการไลฟ์สดพูดจาข่มขู่ตน และบุคคลอื่นผ่านเฟซบุ๊ค


ซึ่งการกระทำอยู่ในระหว่างที่ยังดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ้างว่าเป็น ส.ส. มีอำนาจกระทำได้ แต่มองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่พูดจาข่มขู่ประชาชน และมีถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจได้ว่าจะมีการทำร้ายใช้ความรุนแรงกับตน ซึ่งเป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ผิดประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง 2564


นายษิทรา กล่าวว่า ที่มาร้องเรียนสอบจริยธรรมครั้งนี้ เพราะรับไม่ได้กับฤติกรรมของส.สเต้ ทำให้ภาพลักษณ์ของสภาดูไม่ดี จึงต้องขอให้ประธานสภา ได้ทำการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวผิดจริยธรรมหรือไม่ และถ้าทำผิดจริง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


นายษิทรา บอกว่า สิ่งที่ส.สเต้ ทำ ทั้งการให้สมาชิกพรรคศรวิไลย์ ไปแจ้งความตามต่างจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้อง และเป็นข้ออ้าง พวกตนเป็นทนายมีสมาชิกหลายหมื่นคนเช่นกัน ไม่มีใครทำวิธีนี้ มองว่าเป็นการใช้ช่องทางกฎหมายกลั่นแกล้ง และเมื่อถูกแจ้งความ ก็จะต้องดำเนินคดีกลับเช่นกัน และขอให้ ส.ส เต้ อย่าใช้ชื่อพรรคการเมือง หรืออ้างว่าสมาชิกพรรคไม่พอใจ เพราะถ้าเป็นลูกผู้ชาย ก็จะไม่อ้างหรือโยนคนอื่น


ส่วนการที่นายมงคลกิตติ์ พูดว่าจะมีการกำจัดด้วยวิธีทางการเมืองนั้น ทนายษิทรา ระบุว่า คำว่ากำจัดนั้นคือทำให้สูญสิ้นไป แต่พอไปเติมคำว่าการเมือง จึงทำให้เกิดคำถามว่า การเมืองใช้วิธีสกปรกหรืออย่างไร จึงต้องมีการกำจัดกัน และ อย่าไปบอกว่าเป็นวิธีที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตนได้เก็บหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการทำหน้าที่ของ ส.ส. หรือไม่ และ เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับพรรค น่าจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่า


ทางด้านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย รับเรื่องร้องเรียน โดยขั้นตอนตรวจสอบ เบื้องต้นจะตรวจสอบ 3 ส่วน


1. กรณี จริยธรรม การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ สมาชิก ห้าม ข่มขู่ อาฆาตมาดร้ายผู้อื่น

2. พิจารณา การให้สัมภาษณ์ หรือการไลฟ์สดของส.สเต้ ว่า การทำให้ประชาชน เกิดความหวาดกลัว การใช้คำว่า กำจัด ใช้วิธี ทางการเมือง คำว่าสามจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ โดยส่สนตัวมองว่า ข้อนี้ เข้าข่ายหมิ่นประมาท

 3. พิจารณาว่า การที่เป็นส.ส เข้าไปยุ่งเหยิงกับคดี แยกเป็นความหวังดีก็พิจารณาได้ แต่การไปใช้อำนาจ หน้าที่ ต้องแยกกันส่วนนี้


ซึ่งกรณีของส.ส เต้ นั้น ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ก็มีการพิจารณา เรื่องที่มีปัญหาระหว่าง ส.ส เต้ กับ อดีตสส.สิระ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป และจะนำเรื่องที่ทนายตั้มมาร้องวันนี้ เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ หากพบว่ามีมูล ก็ส่งเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช ตรวจสอบ และหากปปช.ตรวจแล้วมีมูลก็ส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองพิจารณา ตามขั้นตอน


โดยบทลดโทษคือ หยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจจะถูกถอดถอน จาก สส. การดำเนินการตรวจสอบนี้ใช้เวลา 1-2 เดือน


ขณะที่วานนี้ (1 มิ.ย. 65) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้อยู่ที่สภา และเพิ่งทราบข่าวว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ มายื่นร้องเรียน ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบ และตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมตน ว่า เขาก็มีสิทธิ ใครก็ร้องได้ ซึ่งตนพร้อมอยู่แล้ว ไม่เคยหนี ชี้แจงทุกเรื่อง


ส่วนกรณี ที่นายษิทรา บอกเราถูกไลฟ์สด ทำนองในเชิงข่มขู่ นั้น ตนคิดว่า เขาคงคิดไปเอง โดยปกติตนไม่เคยขู่ อยู่แล้ว ซึ่งทนายษิทรา แกกลัวหรือไม่ หากกลัวก็ให้ไปแจ้งความ ตนไม่ค่อยได้ให้ราคาเท่าไหร่ และความจริง เรื่องนี้ นายษิทราไม่น่ายุ่งเกี่ยว เห็นแอบด่าตนเป็นประจำ น่าจะเอาเวลาไปดูแลบุตร ภรรยาดีๆ ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ฝรั่งเศส


ขณะที่ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. กล่าวถึงกรณีการออกหมายเรียก นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม มาให้การในฐานะพยาน กรณีส่งมือถือแตงโมให้บังแจ็คในวันนี้ (2 มิถุนายน) ว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ทำหนังสือขอเลื่อนนัดนางภนิดาเข้าให้ปากคำ โดยได้นัดหมายที่จะพานางภนิดามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 มิถุนายนนี้แทน



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D0UJaaaej1U

คุณอาจสนใจ

Related News