อาชญากรรม

'คดีแตงโม' ไม่จบง่ายๆ! 'แก๊งทนาย vs มงคลกิตติ์' ซัดกันเดือดผ่านเฟซบุ๊ก

โดย thichaphat_d

30 พ.ค. 2565

13 views

ทนายเดชา หรือ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ซึ่งเคยเป็นทนายของแม่แตงโม และเพิ่งถอนตัวออกมาจากการทำคดีแตงโม  โดยวานนี้ (29 พ.ค. 65) ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจทนายคลายทุกข์ ระบุว่า


“ผมได้รับข่าวลือมาว่าคดีแตงโมสุดท้ายแล้วไม่มีการฟ้องตรงต่อศาลข้อหาฆ่าคนตาย โดยเจตนาทำได้แค่เพียงขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการเท่านั้น ในข้อหาประมาทเท่านั้น #มวยล้มต้มคนดูหรือเปล่า?”


ทนายเดชา เผยว่า ตนทราบข่าวทางลับว่าคณะสามช่าที่รวมตัวแถลงข่าวเป็นคดีฆาตกรรมนั้นเป็นแค่คนอยากดังมีพื้นที่สื่อ นักการเมืองอยากได้คะแนนเสียง ยูทูบเบอร์อยากได้ยอดแชร์ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีการฆ่ากันตาย อ้างว่ามีมีดกรีดขา ตายบนบก หรือขับเรือชน ไม่มีหลักฐานทั้งสิ้น เป็นเพียงการปั่นกระแสไปเรื่อย


พอสื่อมวลชนขอดูหลักฐานก็อ้างเปิดไม่ได้เพราะจะถูกฟ้องร้อง ทั้งที่ยูทูบเบอร์อ้างว่าไม่กลัวหลังโดนฟ้องมา 184 คดี แต่กลัวโดนฟ้องคดีนี้ ตอนนี้ถึงทางตัน เป็นมวยล้มต้มคนดู แม่ภนิดา ต้องไปขอเป็นโจกย์ร่วมกับอัยการในคดีประมาท แต่สุดท้ายไม่มีอะไร เพราะได้ข่าวมาว่าอีก 10 วัน คณะตลกนี้ก็เก็บฉากเพราะคณะแตกแล้ว


เมื่อถามถึงโอกาสในการสร้างพยานเท็จ ทนายเดชา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีผลกับรูปคดี แต่เชื่อว่าคนบนเรือซึ่งมีส่วนได้เสียโดยตรงอาจจะดำเนินคดีผู้ที่กล่าวหา ยกตัวอย่างเช่นว่า หลักฐานที่แท้จริงจะอยู่กับบังแจ็คได้อย่างไร เพราะตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดเก็บไว้ หากมีอะไรที่ส่งไปต่างประเทศก็ถือเป็นเรื่องแปลก เนื่องจากบังแจ็คไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร


เมื่อถามว่ามีความพยายามจะทำให้คดีนี้พลิกจะคดีประมาทเป็นฆาตกรรมนั้น ทนายเดชา กล่าวว่า คดีฆาตกรรมต้องมีหลักฐานชัดเจน เช่น มีประจักษ์พยานเห็นว่ามีคนฆ่ากัน มีกล้องวงจรปิด และพยานเห็นอาวุธ ซึ่งหากไม่มีก็พลิกไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามาอาศัยกองเชียร์หรือความเห็นทางโซเชียล เพราะทุกวันนี้มีแต่ศพเท่านั้นฃ


หากมีหลักฐานที่บ่งชี้เป็นคดีฆาตกรรมจะต้องอยู่ในสำนวนของตำรวจอยู่แล้ว แต่อะไรที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุ ไม่ว่าจะผ้าขาวที่มีผู้อ้างว่าอยู่กับบังแจ็ค ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีความน่าเชื่อถือน้อยจนถูกตั้งข้อสงสัยเป็นหลักฐานเท็จ  ตนทราบข่าวว่าจะมีทนายความรวมตัวไปแจ้งความกับตำรวจในข้อหาสร้างพยานหลักฐานเท็จ เช่น การนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากการไลฟ์สดผ่านยูทูบและจัดแถลงข่าว โดยกรณีนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสียหาย ก็สามารถแจ้งความได้


หากเป็นนักการเมือง ต้องถูกสอบจริยธรรม เพราะไม่มีหน้าที่จัดหาทนายความมาสู้คดีให้บุคคลใดด้วย แต่ตนอาจไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเคยเป็นทนายความให้แม่มาก่อน คงไม่สะดวกใจ จึงขอเป็นผู้ชมดีกว่า ทั้งนี้ ขอฝากให้แม่ระวังว่าหลักฐานใดไม่จริง อย่าไปรับรองยืนยันไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นจำเลยในคดีได้ ซึ่งก็เคยเตือนไปแล้ว


ตลอดเวลาที่ผ่านมา 77 วัน ที่เคยรับหน้าที่เป็นทนายความให้นางภนิดา แม่ของแตงโม นั้น ไม่มีพยานหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่าคดีนี้เป็นการกระทำโดยเจตนา เว้นแต่เป็นการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  หากจะเป็นคดีฆาตกรรมนั้น ต้องมีประจักษ์พยานเห็นว่ามีคนฆ่า แต่กรณีนี้ไม่มีทั้งคราบเลือดและมีดหรืออาวุธ ทั้งที่ผลชันสูตรศพแจ้งว่าแตงโมเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ


ท้ายสุดหากพยายามทำให้คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม คดีนี้จะเสียหาย แตงโมจะตายฟรีเพราะคดีถูกยกฟ้อง และแม่จะไม่ได้เงิน 200 ล้านบาท ตนเองจะยังติดตามคดีนี้ในฐานะอินฟลูเอ็นเซอร์ เพราะคดียังอยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งผู้ใดก็สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ตามรัฐธรรมนูญ ม.34 หากใครจะเอาผิดตนก็ไม่กลัว เพราะก็จะฟ้องกลับ เนื่องจากเป็นการวิจารณ์และพูดความรู้ทางกฎหมายโดยสุจริตทั้งนั้น


นอกจากนี้ทนายเดชา ยังได้โพสต์อีกว่า  “ข่าวคดีแตงโมประชาชนยังให้ความสนใจ ผู้สื่อข่าวยังมาสัมภาษณ์ผมอยู่ ผมจะพูดทุกวัน ถ้าประชาชนยังให้ความสนใจ ใครจะมาสั่งห้ามผมไม่ได้ ยกเว้นพ่อผมสั่งจึงเรียนมาเพื่อทราบ”

----------

ด้าน ทนายรัชพล ศิริสาคร ระบุถึงปมผ้าขาวแตงโม ว่า


"ได้ข่าวว่าเร็ว ๆ นี้จะมีการเปิดผ้าขาวแล้วส่งไปตรวจ DNA  ผมอยากจะเตือนว่า การสร้างหลักฐานเท็จอาจจะติดคุกได้ เพราะเห็นคุณแม่ส่งของใช้ส่วนตัวของแตงโมไปที่อเมริกา ซึ่งมันอาจจะมี DNA ของแตงโม ติดอยู่ หากเอาไปถูกับผ้าขาว ก็ทำให้ผ้าขาวมี DNA  ของแตงโมติดได้


ส่วนคนอื่น ๆ ที่สมรู้ร่วมคิด ต้องรับโทษด้วยเช่นกัน ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องที่ไม่ได้แต่งเติมสร้างหลักฐานเท็จก็ว่ากันไป ช่วยกันค้นหาความจริงเป็นเรื่องดี ผมเองก็ตามข่าวอยู่ อยากให้ความจริงปรากฎ แต่มันต้องเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องแต่ง ผมว่ามันแปลก เพราะผ้าขาวมันควรมาถึงไทยตั้งนานแล้ว และจริง ๆ มันไม่จำเป็นต้องส่งไปอเมริกาเลยตลกสิ้นดี"

-----------

ด้านทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า 


"น่าเป็นห่วงว่าคดีแตงโมจะมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จหรือเปล่า กรณีการอ้างว่ามีวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ (ไทย) อยู่ๆ โผล่ไปอเมริกาแล้วคนในไทยไปเอามาใช้ในคดี ที่ห่วงคือต่อให้ตรวจเจอ DNA ผู้ตาย จะยืนยันยังไงว่า ไม่มีคนเมคขึ้น"


"แม่ส่งโทรศัพท์ไป บังแจ็คบอกว่าไม่ได้มีแค่โทรศัพท์แล้วโชว์กล่องใหญ่ อาจจะมีของใช้ส่วนตัวแตงโม ต่อมาบังแจ็คส่งผ้าขาวกลับมา” แบบนี้จะน่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าแม่ส่งอย่างอื่นไปด้วยที่มี DNA แตงโม? คือคนถามๆ ว่าเกิดมีคนเอาdnaที่ส่งจากไทยไปป้ายในผ้าขาวที่อเมริกาแล้วส่งกลับมาตรวจ แบบนี้ใช้เป็นวัตถุพยานได้กี่%"

----------

ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า


“เนื่องจากเริ่มมีขบวนการใส่ร้ายวัตถุพยาน ใส่ร้ายแม่แตงโม ผมจึงขอแต่งตั้งนายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ เป็นที่ปรึกษากฏหมายในคดีแตงโม เพิ่มเติมตั้งแต่วันนี้ (29 พ.ค.) เป็นต้นไป”

----------

ด้าน นายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษาฯ ที่ปรึกษาทีมทนายความ ของพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่เข้ามาดูแลคดีการเสียชีวิตของแตงโม ได้โพสต์เฟซบุ๊กเพจ 'กฎหมายชนบท' มีข้อความระบุว่า 


"ผมชักเหลืออดแล้วคุณทนายเดชา ครับ ผมก็ได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาของคุณแม่แตงโม ที่จะดำเนินคดีกับใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้น้องแตงโม ถึงแก่ความตาย ก็ขอขอบคุณทนายเดชา ที่ออกมาเตือนคุณแม่แตงโม ว่ากลัวว่าคุณแม่แตงโม จะถูกฟ้องกลับในข้อหา "ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ" ถ้าไปเชื่อคุณ ส.ส.เต้ และคุณอัฐ มากเกินไปว่าคุณแม่แตงโม อาจจะถูกจำคุกถึง 12 ปี"


"ผมในฐานะที่ "ว่าความ" มาประมาณ 20 ปี และกำลังฝึกอบรมทนายใหม่ที่ "ศูนย์ฝึกอบรมทนายใหม่" โดยเก็บค่าเข้าฝึกอบรมคนละเพียงครั้งละ 100 (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) แถมยังเป็นผู้แต่งตำราหนังสือ "แจ้งความเท็จ ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ " ร่วมกับอาจารย์บอย บัณฑิต ไทยผลิตเจริญ คงไม่ปล่อยให้คุณ ส.ส.เต้ และคุณอัฐ เอาความเท็จมาฟ้องโดยปราศจากหลักฐานอันสมควรหรอกครับ"


"ก็ขอขอบคุณในความหวังดี แต่พอฟังเสียงของคุณทนายเดชา ในคลิปแล้วมันอดคิดไม่ได้ว่ามันไม่ใช่คำเตือนแต่เป็น " คำ..." มากกว่า ก็ขอให้เพลา ๆ ความดุเดือดลงบ้าง นี่เป็นคำเตือนแกมขอร้องของทนายความรุ่นน้องอย่างผมที่อายุ 73 ปี แล้ว แต่เป็นเนติบัณฑิตรุ่นพี่คุณหลายปีครับ (คุณทนายเดชาคงมีสิทธิว่าความให้คุณแม่อีกไม่เกิน 1 เดือน หากไม่ถูกปลดจากคุณแม่แตงโม ซึ่งกำลังอารมณ์ดีได้ร้องเพลงคาราโอเกะ อีกคน)"
-----------

ขณะที่เมื่อคืนวาน มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า “เตือนครั้งสุดท้าย” ฝากไปถึงทนายความ 4 คน ที่ปัจจุบันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับคดีของแตงโม เป็นแค่คนนอกที่วิพากษ์วิจารณ์ 


ให้ความรู้ด้านกฎหมายทำได้ แต่ต้องให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย 2 ด้านและใช้น้ำเสียงในการให้ความรู้แบบสุภาพ แต่ถ้าใครออกความเห็นในทางที่มีผลกระทบต่อคดี หรือทำให้โจทก์เกิดความหวาดกลัวตนขอเรียนว่าขอให้ทนายท่านนั้นเลิก


ตนเองไม่อยากพูดเยอะขอเตือนไปยังทนายเดชา หรือ นายเดชา กิตติวิทยานันท์, นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม , ทนายรัชพล ศิริสาคร , ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ขอเตือนครั้งสุดท้าย ออกความเห็นทางวิชาการสร้างสรรค์ทำได้ แต่ถ้ามีผลกระทบต่อทีมงาน ต่อโจทย์ ต่อพยานบุคคล พยานแวดล้อม ตนจำเป็นต้องดำเนินตามกฏหมายตามปกติ ,ร้องเรียนมารยาททนายความ และใช้วิถีทางการเมืองกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ตนไม่ได้บอกว่าวิธีไหนแต่ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย และตนจะไม่พูดอีก


ผมจำเป็นต้องปกป้องทีมงาน ปกป้องแม่น้องแตงโม ให้ผมได้ทำงานได้สะดวกเถอะ จะได้ไม่กระทบกับใคร ใครก็ตามที่มาขัดขวางการทำงานของผมและทีมงานทั้งหมด ผมจำเป็นต้องใช้วิธีการหลายๆ รูปแบบด้วยกัน หรือเรียกว่าวิธีการทางการเมืองกับพวกคุณ ผมเตือนเป็นครั้งสุดท้าย และจะไม่เตือนอีก

----------

วานนี้ เมื่อเวลา 20.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สส.พรรคไทยศิวิไลย์ ได้โพสต์ข้อความว่า “มอบ ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ดำเนินคดีอาญา-มารยาททนายความ กับ เดชา ในฐานะ ผู้รับมอบอำนาจ จากทีมกฏหมายพรรคไทยศรีวิไลย์”


ทำให้ทนายเดชา ได้โพสต์ตอบโต้ทันทีว่า “โพสต์แล้วอย่าลบนะครับต้องไปดำเนินคดีจริงๆนะครับเดี๋ยวผมจะสวนกลับ ทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ 555 รอวันนี้มานานแล้ว”
-----------



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zD8wnKdrBBY

คุณอาจสนใจ

Related News