อาชญากรรม

'อัจฉริยะ' แถลงเปิดหลักฐาน 'คดีแตงโม' ชี้ มีการสร้างหลักฐานเท็จ

โดย paranee_s

9 พ.ค. 2565

998 views

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จัดแถลงข่าวเปิดหลักฐานใหม่คดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา ซึ่งระบุว่าเป็นคดีฆาตกรรมอำพรรงและมีขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ โดยจัดแถลงข่าวที่โรงแรมนนทบุรี พาเลซ จังหวัดนนทบุรี


นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนยังรอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรม ซึ่งเป็นคนละกรณีกันกับคดีประมาทที่ตำรวจภาค 1 ได้ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว โดยยืนยันว่า ตนมีหลักฐานเป็นข้อความการพูดคุยผ่านข้อความของสถาบันนิติเวชว่า การจำลองบาดแผลไม่ได้เข้ากันได้กับใบพัดเรือ เป็นการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมา อีกทั้งยังมีผู้ร่วมแถลงข่าวอีกคน คือ นายตี๋ ซึ่งรู้จักกับเพื่อนกับปอ ตนุภัทร ได้มีการพูดคุยกันและยืนยันว่า มีผู้บัญชาการระดับนายพล ที่รับงานมาจริง


โดยนายอัจฉริยะ ได้เริ่มการแถลงข่าว ด้วยการเปิดคลิปวิดีโอความยาวกว่า 30 นาที ลักษณะเดียวกับการแถลงข่าวของตำรวจเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ระบุว่า หลังจากการแถลงข่าว มีข้อสงสัยเกิดขึ้นมากมาย ทางชมรมฯ จึงต้องคลายข้อสงสัยเพื่อความยุติธรรมของแตงโม ซึ่งในคลิปมีการอธิบายถึงข้อสงสัย และข้อพิรุธต่างๆ ของคดีนี้ที่ไม่สอดคล้องกัน


เช่น เรื่องกาบสีแดงที่บอกว่าแตงโมไปนั่งปัสสาวะ ในความจริงแล้วมีน้ำท่วมตลอดเวลา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปนั่งตรงนั้น หรือ คำให้การของแซน ที่บอกว่าแตงโมจับขาตัวเองก่อนตกเรือไป แต่กู้ภัยยืนยันผ่านรายการโหนกระแสว่า ตอนแซนแจ้งเหตุ บอกว่าแตงโมยืนปัสสาวะก่อนตกเรือ ไม่ใช่การนั่ง



อีกทั้งตำแหน่งเบาะหลังของเรือที่แซนบอกว่านั่งห้อยขาแล้วแตงโมมาจับขา ขัดแย้งกับข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัทผลิตเรือ ที่บอกว่าเมื่อนั่งเหยียดขาออกไป จะมีแค่ส่วนปลายเท้าที่โผล่พ้นเบาะเท่านั้น โดยยังมีภาพที่ชาวต่างชาติซึ่งมีความสูงมากกว่านั่งท้ายเรือ ก็เห็นว่ามีแค่ปลายเท้าที่ยื่นออกไป และข้อพิรุธหลายๆ ข้อ ทั้งเรื่องจีพีเอสเรือที่ไม่สอดคล้องกัน เช่น เรื่องเทียบระยะทางกับระยะเวลา ทำให้เชื่อได้ว่า จีพีเอสเรือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และมีการลบหรือแก้ไขข้อมูลจีพีเอส


ทั้งนี้ ยังตั้งคำถามถึงตำรวจว่า ภาพที่แถลงตอนแตงโมตกเรือ จะรู้ได้อย่างไรว่าเงานั้นเป็นแตงโม และรู้ได้อย่างไรว่าหงายหลังตกไป ทั้งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้


จากนั้น นายอัจฉริยะ ได้เปิดหลักฐานเป็นภาพแชท อ้างว่าเป็นแชทที่อดีตแพทย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พูดคุยกับ ผู้อำนวยการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยทางนิติเวช บอกว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ได้ยอมรับผิดเรื่องภาพที่นำมาแถลงข่าวในวันที่ 26 เม.ย. ว่าชุดสืบสวนไม่ได้ส่งมาให้แพทย์นิติเวชตรวจสอบก่อน และเมื่ออดีตแพทย์ศัลยกรรม บอกว่า ลักษณะบาดแผลบนร่างของแตงโม ขัดแย้งกันกับบาดแผลที่เกิดจากใบพัดเรือ ทางนิติเวชก็ยอมรับว่าใช่


นอกจากนี้ ยังเปิดภาพจำลองบาดแผลของชุดสืบสวน โดยใช้ทั้งขาหมู และหุ่นผ้ามาจำลอง แต่ก็เข้ากันไม่ได้กับใบพัดเรือ ก่อนที่จะเปิดคลิปวิดีโอสำคัญ ที่บอกว่าเป็นการขโมยร่างแตงโมออกมา ซึ่งคลิปดังกล่าว จะเห็นศพท่อนล่างมีบาดแผลตามขาทั้งสองข้าง ซึ่งนายอัจฉริยะระบุว่าเป็นร่างของแตงโม ที่ถูกแพทย์นิติเวชนำออกมาจำลองกับใบพัดเรือ โดยไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง และจำลองโดยไม่ถูกต้องตามจรรยาบรรณ หลักการ ทั้งไม่มีความพร้อมของสถานที่ และอุปกรณ์ ทำให้เกิดบาดแผลใหม่


นายอัจฉริยะ อธิบายหลักฐานชิ้นนี้ว่า ระหว่างการสืบสวน ตำรวจได้พยายามหาสาเหตุของร่องรอยบาดแผล โดยนำไปจำลองเหตุการณ์ กับขาหมู และหุ่น แต่ก็พิสูจน์ว่าไม่เข้ากับใบพัดเรือ จนกระทั่งมี พล.ต.ต. อักษรย่อ ว. ที่เป็นหัวเรือของขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ สั่งการให้ตำรวจยศ พ.ต.อ. ขึ้นไปกับพวก ไปดำเนินการจำลองเหตุการณ์อย่างไรก็ได้ ให้เข้ากับคำให้การของแซน


โดยคลิปนี้ เป็นการร่วมมือกันกับแพทย์นิติเวช ในการแอบเอาร่างออกมาจำลองกับใบพัดเรือ เหตุเกิดก่อนช่วงเอาร่างไปส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โดยจากคลิปจะเห็นว่าเป็นการทำในที่โล่งแจ้ง พื้นสกปรก หลังคาผุพัง มีรถจอด โดยเป็นบริเวณใต้ทางเชื่อมของสถาบันนิติเวช อีกทั้งใบพัดเรือก็ถือเป็นของกลางในคดี ที่มีการอายัดแล้ว จึงไม่ควรนำมาทำแบบนี้ และการนำเอาร่างออกมา ก็ไม่มีการทำหนังสือ ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของทรัพย์สิน


นาจอัจฉริยะ ยืนยันว่า บาดแผลของแตงโม เกิดจากการฆาตกรรม เพราะใบพัดเรือต้องหมุนด้วยมอเตอร์ ไม่ใช่หมุนด้วยมือ จำลองหมุนด้วยมืออย่างไรก็เข้ากันไม่ได้ และใบพัดจริงๆ ก็หมุนคนละทิศทางกับบาดแผล ทั้งหมดนี้จึงเป็นการหลักฐานเท็จ และหลอกให้ ผบช.ภ.1 เชื่อด้วยเหมือนกัน


ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ ยื่นคำขาดต่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าตนให้เวลา 24 ชั่วโมง ในการออกคำสั่งเกี่ยวกับคดีนี้ ให้นำคนผิดมาดำเนินคดี เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทราบเรื่องขบวนการนี้หมดแล้ว หากภายใน 24 ชั่วโมงยังไม่มีคำสั่งออกมา วันพรุ่งนี้ (10 พ.ค.) ตนจะไปแจ้งความเอาผิด ที่ บก.ปปป.


ส่วนประเด็นที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มกว่า 20 ประเด็น นายอัจฉริยะ บอกว่า เป็นเพราะสำนวนไม่ดี เลยต้องสอบเพิ่มมากถึงขนาดนี้ และฝากถึงคนที่บอกว่าการสอบเพิ่มจะเปลี่ยนคดีเป็นฆาตกรรม อยากให้ศึกษากฎหมายมาใหม่ เพราะหากสอบเพิ่มแล้วเจอหลักฐานใหม่ ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มได้ และนำสำนวนมารวมกัน อัยการก็จะสั่งฟ้องคดีฆาตกรรม ไม่สั่งฟ้องคดีประมาท


นอกจากนี้ในการแถลงข่าว ยังมีการเปิดเผยคลิปเสียงการสนทนาระหว่างชาย 2 คน ที่ระบุว่าเป็น นายตี๋ คุยกับเพื่อนของปอ ตนุภัทร ซึ่งมีการสอบถามถึงเรื่องปัสสาวะท้ายเรือ ในทำนองว่า ไม่น่าไปพูดแบบนั้น ออกตัวผิด คนก็ไม่เชื่อ ซึ่งเพื่อนของปอ ได้บอกว่า มีคนเขียนบทไม่ดี เรื่องเลยเป็นแบบนี้


นายตี๋ เปิดเผยว่า ตนได้สนทนากับเพื่อนของปอ แล้วถามถึงเรื่องไปปัสสาวะท้ายเรือ ก็ได้รับข้อมูลว่า ไม่ใช่ เป็นการวางแผน โดยมีผู้บัญชาการระดับนายพลบงการ แต่ตนเปิดเผยไม่ได้ จึงแจ้งเรื่องให้นายอัจฉริยะ ซึ่งมีข้อมูลเยอะกว่านี้ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ โดยพูดคุยกันนานกว่า 45 นาที และส่งมอบคลิปเสียงเต็มให้เจ้าหน้าที่แล้ว

คุณอาจสนใจ

Related News